โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอกเบี้ยขาลง–ดอลลาร์อ่อน หนุนแรงซื้อทองทั่วโลก ปี 69 กระทิงขวิด! เป้าสูง 5,300 ดอลลาร์ ธนาคารกลางเร่งสะสม–ETF เงินไหลเข้าไม่หยุด

Share2Trade

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • Share2Trade

Mr.Data

ดอกเบี้ยขาลง–ดอลลาร์อ่อน_S2T (เว็บ) copy.jpg

ปี 2569 ถูกจับตาเป็นอีกปีทองของตลาดทองคำ หลังปัจจัยหนุนหลัก ตั้งแต่นโยบายการเงินผ่อนคลายของเฟด เงินดอลลาร์อ่อนค่า ไปจนถึงแรงซื้อทองจากธนาคารกลางและนักลงทุนผ่าน ETF ยังคงแข็งแรงต่อเนื่อง ดันโมเมนตัมราคาทองเข้าสู่ช่วงขาขึ้น ขณะที่รายงานล่าสุดของ World Gold Council ชี้โอกาสปรับขึ้นแตะ 5–30% ในหลายฉากทัศน์เศรษฐกิจโลก

ตลาดทองคำกลับมาอยู่ในโฟกัสของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง หลังการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อเนื่องตลอดปี 2568 ส่งผลให้ต้นทุนการถือครองทองคำลดลง และกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า ปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ

3 ปัจจัยหนุนราคาทองปี 69 พุ่ง

นักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ทองคำยังได้แรงส่งจากหลายทิศทาง โดย 3 ปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่ 1.ดอกเบี้ยเฟดขาลง ดอลลาร์อ่อน หนุนราคาโดยตรง แม้ Dot Plot ชี้ว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยปี 2569 ได้อีกเพียง 0.25% แต่ตลาดยังเชื่อว่าทิศทางโดยรวมเป็น “ขาลง” ซึ่งช่วยลดต้นทุนโอกาสในการถือทองคำ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงจากคาดการณ์นโยบายผ่อนคลายจะทำให้ทองน่าสนใจขึ้นในตลาดโลก

2.ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าซื้อทองต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน ตุรกี อินเดีย และประเทศตลาดเกิดใหม่ ยังคงเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองเพื่อกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ จีนเพียงประเทศเดียวซื้อทองต่อเนื่องกว่า 13 เดือน ทำให้ปริมาณความต้องการทองภาครัฐแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาทองมีฐานที่แข็งแกร่งขึ้น

3.เงินไหลเข้า ETF ทองคำต่อเนื่อง 6 เดือนติด กองทุน ETF ที่ถือทองแบบ Physical ทำสถิติเงินไหลเข้ากว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2568 นับเป็นการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นนักลงทุนอย่างชัดเจน โดยปริมาณทองถือครองรวมของ ETF แตะใกล้ระดับ 3,900 ตัน แรงซื้อจาก ETF ถือเป็นตัวสะท้อนกระแสการลงทุนรายย่อยและสถาบัน ที่เพิ่มน้ำหนักทองในพอร์ตเพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ลุ้นทะยานต่อ 5-30%

รายงาน “Gold Outlook 2026” ของ World Gold Council ประเมินว่า กรณีฐาน (Base Case) ราคาทองมีโอกาสปรับขึ้น 5–15% กรณีบวกมาก (Bullish Scenario) หากเกิดภาวะ “flight to safety” จากความเสี่ยงเศรษฐกิจ–ภูมิรัฐศาสตร์ ทองอาจพุ่งขึ้น 15–30% และกรณีแรงกดดัน (Reflation Return) หากเศรษฐกิจฟื้นแรง–ดอลลาร์แข็ง ทองอาจย่อตัว 5–20%

โดยรวม WGC ชี้ว่าโมเมนตัมราคาทองยังเอนเอียงเชิงบวก จากความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่ง และนโยบายการเงินโลกที่กลับสู่โหมดผ่อนคลาย

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า หากเฟดเดินหน้าผ่อนคลายตามคาด และความเสี่ยงเศรษฐกิจ–ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันตลาดโลก ราคาทองในปี 2569 ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องและยืนฐานสูงกว่าปีก่อนหน้า

HSBC ชี้แนวโน้มยังแข็งแกร่ง

รายงานล่าสุดจาก HSBC Private Bank and Wealth ระบุว่า ภาพรวมตลาดทองคำในปี 2569 ยังคงแข็งแรงต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างอุปสงค์ระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ทั้งจากธนาคารกลาง, กองทุน ETF, นโยบายการเงิน และปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดช่วยพยุงทิศทาง “ขาขึ้น” ของทองคำในช่วงปี 2567-2569

ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองอย่างแข็งแกร่ง เห็นได้จากสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ (Global Reserves) เพิ่มขึ้นจากประมาณ 13% เป็น 22% ภายในช่วง ปี 2565-2568 ขณะที่ สัดส่วนการถือครองเงินดอลลาร์ของประเทศต่าง ๆ ลดลงต่อเนื่อง

กองทุน ETF เริ่มกลับมาซื้อทองอีกครั้งหลังไหลออกยาวนาน การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ คาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทั่วโลก เสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

ราคาเป้าหมายสูงสุด 5,300 ดอลลาร์

ขณะที่สถาบันการเงินชั้นนำคาดการณ์ราคาทองปี 2569 ราคาเป้าหมายสูงสุด 5,300 ดอลลาร์/ออนซ์ โดย Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะอยู่ในช่วง 4,900 -5,055 ดอลลาร์/ออนซ์ J.P. Morgan ให้ช่วงราคาเป้าหมายที่กว้างที่สุดคือ 4,000-5,300 ดอลลาร์ Bank of America (BofA) คาดอยู่ที่ 4,000-5,000 ดอลลาร์ Morgan Stanley คาดอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์ TD Securities คาดอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์

ดอกเบี้ยขาลง–ดอลลาร์อ่อน_S2T (เพจ) copy.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...