โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ลูกยังไม่มา” แต่มีค่าใช้จ่ายหลักแสน! คนแต่งงานช้าลง อยากฝากไข่-แช่แข็งสเปิร์ม ใช้เงินมากแค่ไหน

Thairath Money

อัพเดต 05 ธ.ค. 2568 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 12.49 น.
ภาพไฮไลต์

“มีลูกเมื่อพร้อม”

หลายคนตั้งเป้าหมายนี้ไว้ในใจ และคิดจะเตรียมเงินให้มากที่สุด นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนมีลูกช้าลง เพราะหันไปใช้เวลาเพื่อสร้างความมั่นคงมากขึ้น แต่เมื่อเงินพร้อมวันนั้นร่างกายก็อาจไม่พร้อม เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้คนเลยสนใจเทคโนโลยีอย่างการฝากไข่และการแช่แข็งสเปิร์มมากขึ้น

ไม่ว่าจะโสดหรือมีคู่แต่ถ้าอยากมีลูก “ความพร้อม” นี้ต้องใช้เงินเท่าไร? Thairath Money จะชวนไปส่องค่าใช้จ่ายและวิธีวางแผนให้พร้อมทุกด้าน

เงินแสนอาจไม่พอ “ฝากไข่-แช่แข็งสเปิร์ม”

เริ่มกันที่การฝากไข่ หรือ Egg freezing ถึงดูเป็นเรื่องใหม่ในไทยแต่ต่างประเทศก็ทำกันมานานแล้ว จากข้อมูลของ Human Fertilisation and Embryology Authority (HFEA) เป็นหน่วยงานอิสระที่กำกับดูแลเกี่ยวกับตัวอ่อนและการเจริญพันธุ์ในอังกฤษ ระบุว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับกระบวนการแช่แข็งและละลายไข่ (Egg Freezing and Thawing) อยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 ปอนด์ (ราว 296,658-339,038 บาท) และอาจสูงกว่านั้น เพราะบางคนต้องทำหลายรอบและมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เช่น ค่าตรวจเลือด ค่ายา การกระตุ้นรังไข่ด้วยยาฮอร์โมน ค่าเก็บไข่ ค่าเก็บรักษาไข่ที่คิดมักเป็นรายปี ฯลฯ

ส่วนค่าใช้จ่ายการแช่แข็งสเปิร์ม มีหลายราคาขึ้นอยู่กับสถานที่ให้บริการ, จำนวนตัวอย่างที่ต้องการเก็บ หรือระยะเวลาในการเก็บรักษา เช่น

  • เว็บไซต์ Sppare.me ระบุว่า ชุดอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างสเปิร์ม มีราคา 700 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 22,718 บาท) และมาพร้อมกับการเก็บรักษาฟรี 1 ปี แต่หลังจากนั้นคิดปีละ 145 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,705 บาท)
  • The Sperm Bank of California ระบุว่า ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น (รวมการเก็บรักษาปีแรก) คือ 1,575 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 51,116 บาท) และการเก็บรักษาในปีถัดไปจะอยู่ที่ปีละ 550 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17,850 บาท)

กลับมาดูฝั่งประเทศไทยกันบ้าง ส่วนใหญ่จะมาเป็นแพ็กเกจการฝากไข่มักเริ่มต้นที่หลักแสนบาทเช่น

  • โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ระบุราคาแพ็กเกจฝากไข่-แช่แข็งไข่ราคาเริ่มต้น 110,000 บาท เช่น แพ็กเกจเริ่มรักษาและกระตุ้นรังไข่ด้วยยาฮอร์โมน 120,000 บาท จะมีค่ายาฉีดต่างๆ ค่าอัลตราซาวด์เพื่อดูการเจริญเติบโตของถุงไข่ รวมไปถึงค่าตรวจแพทย์
  • โรงพยาบาลพญาไท มีราคาอยู่ที่ 191,031 บาท มาพร้อมกับการฝากแช่แข็งฟรี 1 ปี
  • โรงพยาบาลบีเอ็นเอช มีบทความที่ระบุว่า ราคาเฉลี่ยการฝากไข่อยู่ที่ 250,000-300,000 บาท รวมราคาค่าแช่แข็งไข่ไม่จำกัดจำนวนไข่แล้ว และในกรณีที่ต้องการนำไข่มาใช้ทำเด็กหลอดแก้ว หรือ ICSI เพื่อการตั้งครรภ์ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

และในส่วนของการแช่แข็งสเปิร์ม ข้อมูลจากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก VFC Center ระบุว่าการแช่แข็งอสุจิและแช่แข็งตัวอ่อนมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 11,000 บาท แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ

นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นในการวางแผนมีลูก แต่ยังมีอีกขั้นตอนสำคัญคือ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่ราคามีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงแสน โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ระบุราคาแพ็กเกจ IVF ไว้ที่ 50,000 - 396,000 บาท, ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากจินตบุตร มีแพ็กเกจราคา 138,000 บาท/รอบการรักษา และโรงพยาบาลเอกชัย แพ็กเกจ IVF ราคา 222,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่ใช่ราคาที่น้อยเลย

3 เรื่องการเงินที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนมีลูก

ราคาแพ็กเกจเหล่านี้ เป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งในการมีลูก ดังนั้น ความพร้อมเรื่องเงินอาจต้องเริ่มจากการวางแผน ซึ่งเราอาจเริ่มต้นคิดจาก 3 ข้อนี้เพื่อให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

1. อยากมีลูก แต่กี่คนดี?

ชีวิตครอบครัวแม้จะเริ่มต้นที่สองคน แต่ถ้าจะมีทายาทมาเพิ่มเราอาจต้องพิจารณาปัจจัยให้รอบด้าน ว่า “เงิน” ที่มีจะพอไหม อาจเริ่มที่ครอบครัวเรามีรายได้เท่าไร ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง ถ้าจะมีลูกค่าใช้จ่ายในบ้านจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราพิจารณาว่ามีลูกกี่คนดี

อาจเริ่มเช็กค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้น เช่น ค่าเทอมในโรงเรียนที่ต้องการ, ค่าของใช้ในวัยเด็ก วัยเรียน ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ฯลฯ แม้เรื่องนี้อาจดูยาก แต่ถ้าเราเริ่มหาข้อมูลไว้ก่อนก็ทำให้ต่อยอดได้ง่ายขึ้น

2. เงินน้อยหรือมากก็ต้องเริ่มออม หรือลงทุนให้งอกเงย

แม้จะคำนวณแล้วว่า ต้องใช้เงินหลักล้าน แต่ลูกไม่ได้โตในวันเดียว เรายังมีเวลาที่จะเก็บออมให้เงินนั้นเติบโตได้ โดยอาจกำหนดระยะเวลาเก็บออมตามเป้าหมาย เช่น

ช่วงก่อนที่ลูกจะเข้าสู่วัยเรียน ถือเป็นเป้าหมายระยะสั้น (1-3 ปี) และมีความสำคัญและรับความเสี่ยงได้ในระดับต่ำ ควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงน้อยเอาไว้ก่อนเพื่อรักษามูลค่าเงินต้น

แต่ถ้าลูกเข้าสู่วัยเรียนแล้ว การลงทุนของคนเป็นพ่อแม่จะเป็นเป้าหมายระยะยาว (3-5 ปีขึ้นไป) เราสามารถจัดสรรเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นได้เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น

3. วางแผนแล้ว แต่ต้องอัปเดตแผนการเงินอย่างสม่ำเสมอ

สถานการณ์ชีวิตอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจ ดังนั้น เป้าหมายที่วางไว้ก็อาจต้องปรับตามสิ่งที่เกิดขึ้น

สุดท้ายนี้ การวางแผนมีลูกเมื่อพร้อม อาจต้องเริ่มจากการวางแผนการเงินให้ดี เพราะการจัดสรรเงินอย่างเหมาะสมตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยให้ทั้งตัวเรา และลูกมี “การเงินดี” ในอนาคต

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.46 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ 42.40 บาทต่อปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ

ที่มา: Human Fertilisation and Embryology Authority (HFEA), SET,โรงพยาบาลพญาไท, โรงพยาบาลบีเอ็นเอช, โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ลูกยังไม่มา” แต่มีค่าใช้จ่ายหลักแสน! คนแต่งงานช้าลง อยากฝากไข่-แช่แข็งสเปิร์ม ใช้เงินมากแค่ไหน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...