โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GISTDA เปิดภาพจากดาวเทียมยืนยัน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมใน ‘นนทบุรี-ปทุมธานี-กรุงเทพฯ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 12.23 น. • The Bangkok Insight

GISTDA เปิดภาพจากดาวเทียมยืนยัน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมใน "นนทบุรี-ปทุมธานี-กรุงเทพฯ" ถูกน้ำท่วมจริงตามคาด

วันนี้ (10 พ.ย.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยภาพจากดาวเทียมเปรียบเทียบล่าสุด แสดงให้เห็นถึง ‘ความแม่นยำ’ ของแบบจำลองพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คาดการณ์ไว้ว่า หากมีการปล่อยน้ำในอัตรา 2,700-2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไล่ลงมาถึงนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร เกิดน้ำท่วมในหลายจุด

จากการเปรียบเทียบภาพแผนที่ทั้งสองด้าน พบว่า “พื้นที่สีแดงและพื้นที่สีส้ม” ซึ่ง GISTDA เคยคาดการณ์ไว้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ว่า อาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำในระดับ 2,700 – 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีนั้น ได้กลายเป็น “พื้นที่สีฟ้า” ตามแผนที่ ณ ปัจจุบัน (10 พฤศจิกายน 2568) ซึ่งหมายถึงน้ำท่วมจริงในพื้นที่นั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณพื้นที่บางส่วนของจังหวัดปทุมธานี อย่างเทศบาลเมืองปทุมธานี , เชียงรากใหญ่ , เชียงรากน้อย หรือในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนนทบุรีในอำเภอบางกรวย , บางบัวทอง , ท่าน้ำนนท์ รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น เกาะเกร็ด หรือ อำเภอเมืองนนทบุรี ตำบลบางศรีเมือง และบางขนุน หรือแม้แต่กระทั่งพื้นที่บางส่วนของเขตบางพลัดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งในขณะนี้น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าสู่บ้านเรือนและเส้นทางสัญจรแล้วในหลายจุด

สิ่งที่น่าสนใจคือ จากการคาดการณ์เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริง แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำของการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศผสานกับแบบจำลองภูมิประเทศและข้อมูลการระบายน้ำของกรมชลประทาน ทำให้สามารถประเมินแนวโน้มพื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลดังกล่าวจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่ปลายแม่น้ำเจ้าพระยาที่มักได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำช่วงปลายฤดูฝนของทุกปี

สถานการณ์ปัจจุบัน น้ำเหนือยังไม่ลด : การระบายน้ำอาจเพิ่ม

ในขณะที่พื้นที่ตอนล่างกำลังรับมวลน้ำเต็มที่ ล่าสุดกรมชลประทานรายงานว่า ปริมาณน้ำเหนือจากจังหวัดนครสวรรค์และชัยนาท ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย และมีแนวโน้มหลากลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำขึ้นเป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้เกินจุดวิกฤต

หากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นถึงระดับดังกล่าวจริง จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 20–30 เซนติเมตร ซึ่งจะกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะจุดที่แนวตลิ่งต่ำหรือแนวป้องกันชำรุด

หน่วยงานท้องถิ่นในหลายพื้นที่ เช่น เทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลเมืองปทุมธานี และสำนักงานเขตบางพลัด รวมถึงพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงใกล้เคียงอื่นๆ ได้เร่งติดตั้งแนวกระสอบทรายเสริม พร้อมเพิ่มเครื่องสูบน้ำและเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ประชาชนที่อาศัยในชุมชนริมน้ำได้รับการแจ้งเตือนให้เคลื่อนย้ายของใช้สำคัญไว้ในที่สูง และเตรียมพร้อมในกรณีระดับน้ำสูงกว่าคาดการณ์

การรับมือและบทเรียน : ด้วยภาพจากดาวเทียมที่มีการเปรียบเทียบในครั้งนี้ ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นตามคาดการณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “ศักยภาพของข้อมูลภูมิสารสนเทศ” ในการวางแผนรับมือภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำ การใช้ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นสามารถเตรียมการได้รวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากขึ้น ทั้งนี้ GISTDA ยังระบุด้วยว่า “ได้วางแผนและติดตามภาพถ่ายจากดาวเทียมต่อเนื่องทุกวัน เพื่อประเมินแนวโน้มพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หากมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในระดับ 2,900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจทำให้มวลน้ำขยายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะแนวแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก”

ขณะที่ข้อมูล 7 วันย้อนหลังในภาพรวมทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 4-10 พ.ย. 68 อ้างอิงข้อมูลดาวเทียม พบพื้นที่น้ำท่วมแล้วทั้งประเทศ 2,395,366 ไร่ หนักสุดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 442,519 ไร่ พบบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 47,729 หลัง ประชากรได้รับผลกระทบแล้วกว่า 704,610 คน พื้นที่นาข้าวเสียหายแล้ว 371,475 ไร่ โรงเรียนได้รับผลกระทบ 104 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง และถนน 1,974 สาย

สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือ การบูรณาการข้อมูลร่วมของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สทนช. GISTDA สสน. กรมชลประทาน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติ เพื่อจัดการมวลน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดผลกระทบและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมและปรับตัวอย่างทันท่วงที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...