โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 08.13 น.
ภาพ:รอยเตอร์

เงินบาทแข็งค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตา 5 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ย.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ๆ ของสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ตลาดกลับมาคาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้

เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่ ๆ มาหนุน ประกอบกับตลาดมุ่งความสนใจไปที่สัญญาณของผู้ว่าการ ธปท. ที่สะท้อนว่าดอกเบี้ยของไทยยังมีโอกาสปรับตัวลงในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าในช่วงต่อมา สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย

ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงขายตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐ หลังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดกระตุ้นให้ตลาดกลับมามองความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้

เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ และแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน (นับตั้งแต่ 26 ก.ย.) ที่ 32.16 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ

กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า

ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 พ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,119 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 9,774 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 10,099 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 325 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือสัปดาห์ระหว่างวันที่ 1-5 ธ.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ย.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการเดือน พ.ย.ของสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ ของสหรัฐ อาทิ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย.จาก ADP ดัชนีราคา PCE/Core PCE และดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกเดือนก.ย. และข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยผันผวนระหว่างสัปดาห์ แต่กลับมาปิดสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย

SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงแรก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนหน้า หลังเจ้าหน้าที่เฟดระบุว่ายังมีพื้นที่ในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับการเห็นชอบมาตรการ Thailand FastPass ของภาครัฐเพื่อเร่งรัดการลงทุนในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปและกลุ่มเทคโนโลยี ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวช่วงปลายปี รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในภาพรวมจากเดิมที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว

ปัจจัยลบดังกล่าวกระตุ้นแรงเทขายทำกำไรในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ เทคโนโลยี และพลังงาน ทั้งนี้ แม้ดัชนีหุ้นไทยจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ หลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย แต่ก็เป็นการฟื้นตัวได้เพียงในกรอบที่จำกัด เนื่องจากยังคงขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้น

ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,256.69 จุด เพิ่มขึ้น 0.18% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 33,059.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.29% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.33% มาปิดที่ระดับ 214.32 จุด

สัปดาห์ถัดไป (1-5 ธ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,230 และ 1,215 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,265 และ 1,285 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน พ.ย.ของไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการเดือน พ.ย. ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือน พ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือน พ.ย. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน พ.ย. (เบื้องต้น) ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ต.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของยูโรโซน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...