โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ” สั่งพลเมืองสหรัฐออกจากอิหร่านทันที เตือนโชว์พาสปอร์ตอเมริกันเสี่ยงถูกจับ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"สหรัฐ" สั่งพลเมืองสหรัฐออกจากอิหร่านทันที เตือนโชว์พาสปอร์ตอเมริกันเสี่ยงถูกจับ หลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านทวีความรุนแรง

วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักข่าว India Today รายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิหร่าน เรียกร้องให้พลเมืองอเมริกันออกจากประเทศทันที ท่ามกลางการประท้วงครั้งใหญ่ต่อต้านผู้นำศาสนาของสาธารณรัฐอิสลาม พร้อมเตือนว่าการแสดงพาสปอร์ตสหรัฐหรือการมีความเชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกา อาจนำไปสู่การถูกควบคุมตัวโดยทางการอิหร่าน

สถานทูตสหรัฐฯ ออกคำแนะนำด้านความปลอดภัยดังกล่าว หลังการประท้วงต่อต้านผู้นำศาสนาทวีความรุนแรง โดยระบุว่า การแสดงพาสปอร์ตสหรัฐ หรือการแสดงความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อาจทำให้ถูกจับกุมได้

พร้อมกันนี้ สถานทูตเตือนว่าการชุมนุมในอิหร่านกำลังรุนแรงขึ้นและอาจบานปลายเป็นความรุนแรง โดยระบุว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่าน (ผู้ถือสองสัญชาติ) ควรเดินทางออกจากอิหร่านด้วยพาสปอร์ตอิหร่าน เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านไม่รับรองสัญชาติคู่

สถานทูตสหรัฐฯ ระบุบนแพลตฟอร์ม X ว่า“รัฐบาลอิหร่านไม่รับรองสัญชาติคู่ และจะปฏิบัติต่อผู้ถือสองสัญชาติสหรัฐ-อิหร่านในฐานะพลเมืองอิหร่านเท่านั้น พลเมืองสหรัฐมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกสอบสวน จับกุม และควบคุมตัวในอิหร่าน”

คำเตือนยังระบุว่า พลเมืองสหรั ที่ต้องการออกจากอิหร่าน ควรดำเนินการโดยไม่พึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ และหากไม่สามารถเดินทางออกได้ ควรหาที่ปลอดภัยและเตรียมสิ่งจำเป็นให้พร้อม

“หากไม่สามารถออกจากประเทศได้ ให้หาที่ปลอดภัยภายในที่พักอาศัยหรืออาคารที่มั่นคง เตรียมอาหาร น้ำ ยา และของจำเป็นอื่น ๆ หลีกเลี่ยงการชุมนุม วางตัวไม่เป็นจุดสนใจ และเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมรอบตัว”

สถานทูตสหรัฐฯ ยังแนะนำให้พลเมืองอเมริกันพิจารณาเดินทางออกทางบกไปยังอาร์เมเนียหรือตุรกี เนื่องจากเที่ยวบินยังได้รับผลกระทบจากการประท้วง ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่สามแล้ว พร้อมระบุว่าทางการอิหร่านได้จำกัดบริการขนส่งสาธารณะ ปิดถนน และปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในหลายพื้นที่

“การประท้วงทั่วอิหร่านกำลังทวีความรุนแรง มาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น มีการปิดถนน การหยุดชะงักของระบบขนส่งสาธารณะ และการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง สายการบินหลายแห่งจำกัดหรือยกเลิกเที่ยวบินเข้า–ออกอิหร่าน โดยบางสายการบินระงับบริการจนถึงวันศุกร์ที่ 16 มกราคม”

คำแนะนำระบุเพิ่มเติมว่า พลเมืองสหรัฐควรเตรียมรับมือกับการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตต่อเนื่อง วางแผนการสื่อสารทางเลือก และหากปลอดภัย ให้พิจารณาออกจากอิหร่านทางบกไปยังอาร์เมเนียหรือตุรกี

สถานทูตยังขอให้ติดตามข่าวท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมปรับแผนตามสถานการณ์ และดูแลการสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อนฝูง

ทั้งนี้อิหร่านเผชิญความไม่สงบทั่วประเทศมาหลายสัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม จากปัญหาเศรษฐกิจรุนแรง รวมถึงค่าเงินเรียลที่ร่วงหนัก เงินเฟ้อพุ่ง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ก่อนจะลุกลามเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในวงกว้าง พุ่งเป้าไปที่ชนชั้นผู้นำศาสนาที่ปกครองประเทศมานานเกือบ 50 ปี

การประท้วงซึ่งเริ่มจากปัญหาเศรษฐกิจได้ขยายตัวเป็นหนึ่งในขบวนการต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี โดยนักเคลื่อนไหวเรียกร้องการปฏิรูปและยุติการปกครองของผู้นำศาสนา ทางการอิหร่านตอบโต้ด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 646 คน และมีผู้ถูกคุมขังกว่า 10,680 คน ตามข้อมูลจาก Human Rights Activists News Agency ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนว่าสหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หากเตหะรานยังคงปราบปรามผู้ประท้วง พร้อมระบุว่ากำลังพิจารณาทางเลือกที่แข็งกร้าวมากและอาจตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าทางการอิหร่านกำลังเตรียมดำเนินการ ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเป็นครั้งแรก ที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านผู้นำสูงสุด โดยเออร์ฟาน โซลตานี อายุ 26 ปี ชาวกรุงเตหะราน ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 8 มกราคม จากการเข้าร่วมการประท้วง อาจถูกประหารในเร็ว ๆ นี้ ตามรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและสื่อท้องถิ่น

อ้างอิง : indiatoday.in

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...