โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บ้านมือสองทะลัก! 1.3 ล้านล้านบาทซัพพลายราคากว่า 10 ล้านค้างสต็อก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดอินไซต์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง ไตรมาส 3 ปี 2568 พบซัพพลายใหม่ดาหน้าเข้าตลาดดันมูลค่าพุ่งแรง 102.6% ทะลุ 1.3 ล้านล้านบาท สวนทางยอดโอนกรรมสิทธิ์ติดลบ!

ข้อมูลเผยให้เห็นตัวเลขการประกาศขายที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มระดับราคาสูงที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในเชิงมูลค่า แต่ในมิติของการโอนกรรมสิทธิ์จริงกลับยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ซัพพลายทะลัก 1.37 ล้านล้านบาท ตลาดภาพรวมที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขาย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 มีจำนวนรวม 243,218 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 53.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ขณะที่มูลค่ารวมพุ่งไปแตะ 1.37 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 102.6% (YoY)

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่มูลค่าพุ่งแรงกว่าจำนวนหน่วย มาจากการที่ทรัพย์ที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่เป็น “ทรัพย์ราคาสูง” ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยขยับจาก 4.3 ล้านบาท ในปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่ที่ 5.6 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ โดยมีกลุ่มผู้ขายหลักคือ “บุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาฯ” ที่ครองส่วนแบ่งมูลค่าถึง 79.5% ของตลาดทั้งหมดเจาะอินไซต์ “คอนโดมิเนียม-บ้านเดี่ยว” พุ่ง 219% สวนทางยอดโอนจุดที่น่าจับตาที่สุดคือการกลับมาของ “คอนโดมือสอง” ที่หน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 103.3% โดยเฉพาะกลุ่มห้องชุดระดับพรีเมียม ส่งผลให้มูลค่าประกาศขายคอนโดรวมพุ่งสูงถึง 219.3% (YoY) แซงหน้าทาวน์เฮ้าส์ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาด รองจาก “บ้านเดี่ยว” ที่ยังคงครองแชมป์ความนิยมด้วยสัดส่วน 40.5% ของหน่วยขายทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปที่ฝั่งอุปสงค์ หรือ การโอนกรรมสิทธิ์จริง กลับพบภาพที่ต่างออกไป ยอดโอนภาพรวมลดลง 1.4% ในเชิงหน่วย และลดลง 4.9% ในเชิงมูลค่ากลุ่มระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ยอดโอนติดลบหนักสุด! โดยจำนวนหน่วยลดลง 7.6% และมูลค่าลดลง 15.9% สะท้อนว่าทรัพย์ราคาสูงที่ทะลักเข้าตลาดนั้น “ดูดซับช้า” และเกิดภาวะสะสมของ “ค้างสต็อก”

ในมิติของพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นสมรภูมิหลัก โดยมีมูลค่าประกาศขายสูงถึง 60% ของทั้งประเทศ คิดเป็นมูลค่า 8.24 แสนล้านบาท และราคาประกาศขายเฉลี่ยในเมืองหลวงพุ่งไปถึง 10.7 ล้านบาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ยเพียง 8.1 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต ครองสถิติราคาเฉลี่ยสูงสุดที่ 12 ล้านบาทต่อหน่วยแม้ภาพรวมรายปีจะดูชะลอตัว

แต่หากวิเคราะห์แบบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) พบว่าตลาดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยยอดโอนเพิ่มขึ้น 9.8% มูลค่าเพิ่มขึ้น 9.3% ซึ่งมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ จากการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ที่ยาวไปถึงปี 2569 การผ่อนปรนมาตรการควบคุมสินเชื่อ LTV ช่วยให้กลุ่มผู้ซื้อเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นในทุกระดับราคาทิศทางดอกเบี้ยขาลง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือนและเพิ่มกำลังซื้อ Quick Big Win และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของภาครัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...