โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เมื่อมุมมองการดูแลสุขภาพเปลี่ยนไป ส่อง 8 เทรนด์ Wellness มาแรงปี 2026 จาก BDMS Wellness เพราะสุขภาพไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เชื่อมโยงถึงโครงสร้างสังคม ระบบเศรษฐกิจ และแทรกซึมอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา

Mirror Thailand

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

หนึ่งในเทรนด์ที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องคือ ‘การดูแลสุขภาพ’ ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องการกินหรือการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องสภาพจิตใจ การพักผ่อน การรักษาทางการแพทย์ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบัน เป้าหมายการดูแลสุขภาพของหลายคนก็ไม่ใช่แค่น้ำหนักลด หรือรูปร่างดี แต่ต้องการมีอายุยืนยาวอย่างสุขภาพดีและไม่มีโรคภัย

หากพิจารณาประเด็นนี้ในภาพรวม ‘สุขภาพ’ ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นสิ่งที่ยึดโยงกับปัญหาคุณภาพชีวิต และโครงสร้างสังคม ขณะเดียวกันก็เป็นพลังขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจโดยตรง ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจเวลเนสโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 7.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026

โดย ‘BDMS Wellness’ เปิด 8 เทรนด์ Wellness สำหรับปี 2026 ซึ่งเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะไปสู่เวทีสากล เพราะเทรนด์สุขภาพคือตลาดเศรษฐกิจใหม่ของโลก ‘นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ’ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ BDMS Wellness Resort Bangkok กล่าวว่า “ประเทศที่สามารถเพิ่ม Healthspan ของประชาชนได้ จะเป็นประเทศที่ GDP เติบโตได้เร็วกว่า และในปี 2026 จะยิ่งเห็นชัดว่า Wellness ไม่ใช่การดูแลสุขภาพเป็นครั้งคราว แต่คือโครงสร้างชีวิตที่ผู้คนทั่วโลกกำลังลงทุนอย่างจริงจังในทุกมิติของการใช้ชีวิต”

1. Wellness Real Estate อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ

Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในช่วงปี 2024–2029 อุตสาหกรรม Wellness Real Estate มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 15.2% ต่อปี นับเป็นอัตราที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ โดยกระแส Wellness กำลังเปลี่ยนนิยามความหมายของ ‘บ้าน’ และ ‘อาคาร’ จากทรัพย์สินเพื่อการอยู่อาศัย ไปสู่พื้นที่ที่มอบคุณค่าด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัย

เพราะสุขภาพไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในคลินิกหรือฟิตเนส แต่แทรกซึมอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวเราในทุกๆ วัน ทั้งนี้ GWI ยังชี้ว่า คุณภาพอากาศ ความเงียบ แสงที่ไม่รบกวนการนอน พื้นที่สีเขียว และการออกแบบที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตจริง จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกที่อยู่อาศัย

2. แพทย์แผนดั้งเดิม สมุนไพรไทย การแพทย์แผนตะวันออกและทางเลือก

ธุรกิจแพทย์แผนดั้งเดิม สมุนไพรไทย การแพทย์แผนตะวันออกและทางเลือก (Traditional and Complementary Medicine) เช่น แพทย์แผนจีน อินเดีย เกาหลี เป็นต้น คาดว่าจะมีมูลค่า 756.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเติบโตเฉลี่ย 10.8% ต่อปีไปจนถึงปี 2029 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนกลับมามองหาทางเลือกด้านสุขภาพที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และสามารถปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

3. Mental & Sleep Wellness

ปัจจุบัน ระดับความเครียดของคนรุ่นใหม่พุ่งสูงขึ้น ผู้คนจึงเริ่มตระหนักได้ว่า ‘สุขภาพใจ’ ไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของบุคลากร และความสำเร็จขององค์กร โดยในปี 2026 การดูแลสุขภาพใจจะเน้นเรื่องการตั้งเป้าและวัดผลได้จริงมากขึ้น ทั้งด้าน Stress Resilience, Mental Fitness, Mindfulness ผ่านตัวชี้วัดและเครื่องมือดิจิทัลที่ดูแลแบบเฉพาะบุคคล

ขณะเดียวกัน Sleep Economy จะมีการออกแบบทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ไม่นอนดึก แต่เริ่มตั้งแต่แสง เสียง อุณหภูมิ จังหวะชีวิต ไปจนถึงสภาวะใจก่อนนอน เพราะการนอนดีเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีในระยะยาว

Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในช่วงปี 2024–2029 อุตสาหกรรม Mental & Sleep Wellness มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 10.1% ต่อปี ซึ่งผลักดันการเติบโตของ Sleep Economy, Mindfulness, Sound healing และ Aromatherapy อย่างก้าวกระโดด

4. Wellness Tourism เที่ยวเพื่อดูแลตัวเอง

เมื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นการดูแลตัวเอง โดยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเน้น Preventive Diagnostics, โปรแกรมยืดอายุแบบ Evidence-Based, Scientific Wellness, ประสบการณ์ในการเดินทางเพื่อยืดอายุ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง คาดการณ์มูลค่าตลาด ปี 2026 อยู่ที่ 1,077.8 พันล้านดอลลาร์ โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 8.3% ของการท่องเที่ยวทั้งหมด

5. สาธารณสุข เวชศาสตร์ป้องกัน และการแพทย์เฉพาะบุคคล (Public Health & Prevention & Personalized Medicine)

แกนหลักของปี 2026 คือการเปลี่ยนจาก ‘รักษาโรค’ ไปสู่ ‘จัดการความเสี่ยงก่อนเกิดโรค’ ภายใต้ 3 แนวคิดสำคัญ ได้แก่ Predictive (คาดการณ์ความเสี่ยง), Preventive (ป้องกันก่อนป่วย) และ Personalized (เฉพาะบุคคล) โดยเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงรายบุคคล พร้อมทั้งออกแบบโภชนาการ การนอน และการออกกำลังกายแบบแม่นยำ เพื่อลดโอกาสการเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่ต้น

โดย Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในช่วงปี 2024–2029 ตลาด Public Health & Prevention & Personalized Medicine มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 4.7% โดยในช่วง 2019–2024 ภาค Public Health & Prevention เติบโตถึง 9.2% ขณะที่ Personalized Medicine เติบโต 6.8% แสดงให้เห็นว่า ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น

6. อาหารสุขภาพ, โภชนาการ และการลดน้ำหนัก

Global Wellness Institute ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ โภชนาการ และการลดน้ำหนัก มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยราว 7.1% ต่อปีในช่วงปี 2024–2029 โดยในปี 2026 เทรนด์ ‘Real Food Movement’ จะกลับมาแทนที่อาหารแปรรูปต่างๆ ส่งผลให้สไตล์การกินที่เกี่ยวข้อง เช่น Gut Health, Brain & Mood Food, GLP-1 Lifestyle, Wholesome Food, Plant-Based รวมถึงการกินอย่างยั่งยืนนั้นเติบโตอย่างชัดเจน

7. Workplace Wellness

Workplace Wellness คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 2.2% ต่อปีในช่วงปี 2024–2029 โดยเปลี่ยนจากกิจกรรม HR ไปสู่ระบบบริหารความเสี่ยงสุขภาพขององค์กร เมื่อหลายบริษัทเริ่มยอมรับว่า การออกกำลังกายในออฟฟิศเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ในปี 2026 องค์กรจะจริงจังกับการใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI เพื่อเฝ้าสังเกตปัจจัยเสี่ยงด้านความเครียด การนอน และพฤติกรรมสุขภาพ พร้อมป้องกันโรคเชิงรุก

หากประเทศสามารถยกระดับสุขภาพแรงงานได้ จะเกิดกำไรทั้งด้าน Productivity และการลดภาระสุขภาพในภาพรวม ซึ่งนำไปสู่แนวคิด Wellness Workplace 5.0 = งานดี คนดี ประเทศดี

8. AI For Wellness

ในปี 2026 AI จะกลายเป็นผู้ช่วยสุขภาพส่วนตัวที่สามารถวัดผลได้จริง (Measurable Outcomes) ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการนอน ระบบเผาผลาญ ภาวะอักเสบ กล้ามเนื้อ หรืออายุชีวภาพ ซึ่งสามารถคัดกรองความเสี่ยงและแจ้งเตือนเชิงป้องกัน ตีความข้อมูลจาก Wearable ติดตามผลแบบเรียลไทม์ รวมถึงวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ผ่านการตรวจพิมพ์เขียวสุขภาพ (Wellness Life Blueprint) และการตรวจวัดความยาวเทโลเมียร์ (Telomere Length) แนวคิดนี้ทำให้ Wellness กลายเป็นระบบนำทางชีวิต

สุดท้าย ‘นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ’ ยังกล่าวอีกว่า “ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนที่ผู้คนทั่วโลกขยับจากคำถามว่า ‘ทำอย่างไรจึงดูสุขภาพดี’ ไปสู่ ‘ทำอย่างไรให้ตัวชี้วัดสุขภาพดีขึ้นจริง’ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการนอน ภาวะการอักเสบ หรืออายุชีวภาพที่มีหลักฐานรองรับ นี่คือเหตุผลที่ Wellness จะเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะไม่ได้ตั้งอยู่บนความรู้สึกหรือความคาดหวัง แต่เน้นผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ตรวจวัด ติดตาม และประเมินได้จริงในระยะยาว”

บทความต้นฉบับได้ที่ : เมื่อมุมมองการดูแลสุขภาพเปลี่ยนไป ส่อง 8 เทรนด์ Wellness มาแรงปี 2026 จาก BDMS Wellness เพราะสุขภาพไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เชื่อมโยงถึงโครงสร้างสังคม ระบบเศรษฐกิจ และแทรกซึมอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...