โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลขฯสมช. เผย ประสาน กต. ช่วยคนไทยตกค้างที่ปอยเปตกลับบ้าน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 10.14 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(16ธ.ค.68) ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่องการสกัดกั้นและควบคุมยุทธปัจจัย และยุทธภัณฑ์ต่างๆ ทางทะเล ว่า

1.เรื่องการช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้าง ในพื้นที่ปอยเปตและกัมพูชา 3 - 4 พันคน มีมติมอบให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการ ประสานกับคนไทยเหล่านั้นที่จะหาทางดำเนินการ ส่งคนไทยกับทางเครื่องบิน โดยมีระบบในเรื่องของการยืมเงินเช่าเหมาลำ ด้วยตั๋วเครื่องบิน ที่จะรับคนไทยกับประเทศไทย ซึ่งก็ได้ดำเนินการแล้ว

2.เรื่องการเยียวยา ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ผ่านมามีหลักเกณฑ์ ชัดเจนอยู่แล้ว อย่างที่หลายฝ่ายได้ทราบกัน ก็จะมีการประเมินรวบรวมผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ล่าสุดได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมจากที่ เคยอนุมัติก่อนหน้านั้นแล้ว ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น

3.เรื่องของการสกัดกั้นน้ำมันและยุทธปัจจัยทางทะเล มีมติมอบทาง ศรชล. ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนเรือไทย ที่จะเข้าไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ให้ได้รับทราบ รวมถึงเรื่องการประสานงานกับกรมเจ้าท่า ในการตรวจเรือไทย เน้นเรือไทยเป็นหลัก ที่จะมีการขนส่งสินค้า ที่จะไม่เลือกต่อในเรื่องของการทำสงครามในกัมพูชา ก็จะดำเนินการตรวจเรือไทยที่เดินทางที่หมายปลายทางสินค้า ซึ่งควบคุมให้เกิดความเรียบร้อยไม่ให้ไปเอื้อต่อเรื่องดังกล่าว

ส่วนสินค้ายุทธภัณฑ์และยุทธปัจจัยต่าง ๆ ได้มอบกระทรวงกลาโหมไปดำเนินการ สินค้าที่จะควบคุมในการ ในการส่งไปกัมพูชา โดยเฉพาะสินค้ายุทธภัณฑ์และยุทธปัจจัยต่างๆ ยึดถือตามพระราชกำหนดการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน ปี 2524

ส่วนการช่วยเหลือคนไทยกับประเทศที่เสียมเรียบก็มีเที่ยวบินอยู่ น่าจะเป็นที่เสียมเรียบเป็นหลัก โดยจะใช้วิธีการเช่าเหมาลำเครื่องบิน ให้ไปรับคนไทยเหล่านั้นกลับ มีบางส่วนที่เป็นระบบของกระทรวงการคลังคนไทยกลับ ซึ่งเราจะทำให้ดีที่สุด

ด้าน นายประเสริฐ สินสุข ปลัดกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี รถบรรทุกน้ำที่จอดค้างที่หน้าด่านบ่องเม็กนั้น ทางกระทรวงพลังงานได้ทำการตรวจสอบแล้ว ขอยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชาไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทางเรือ ซึ่งได้รับคำยืนยันจากผู้ค้านheมัน กรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนรถบรรทุกน้ำมันที่จอดค้างอยู่ที่ด่านช่องเม็ก เป็นน้ํามันที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนลาว โดยพิจารณาจากจำนวนปริมาณน้ำมันที่ส่งออกไปยังลาวไม่มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยังคงเป็นปริมาณที่ปกติ ซึ่งอาจจะมีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามปริมาณการขนส่งน้ำมันในแต่ละวัน โดยปริมาณน้ำมันที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนลาวมีประมาณ 20 คันต่อวันที่ผ่านช่องเม็ก แต่หากพิจารณาสถิติรถบรรทุกส่งน้ำมันมีบางวัน 5 คัน บางวัน 50 คันต่อวัน เป็นเรื่องธรรมดา

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า และในเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายนเป็นฤดูร้อน ทางลาวจะใช้น้ำมันมากกว่าปกติเพราะในฤดูฝนทำเหมืองไม่ได้ โดยน้ำมันส่วนใหญ่เป็นดีเซลที่นำไปใช้ในการทำเหมือง ที่มีทั้งเหมืองหิน เหมืองปูน เหมืองถ่านหิน โดยได้รับการยืนยันจากผู้ค้าแล้วการใช้น้ำมันนี้ส่งออกให้ลาว ไม่มีส่งให้กัมพูชาแน่นอน อย่างไรก็ตามจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าน้ำมันที่ส่งออกไปนั้นไม่ได้ส่งให้ทางกัมพูชา

นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า ซึ่งขณะนี้ทาง สปป.ลาวได้มีการแจ้งปัญหาเข้ามาแล้วพบปัญหาพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะมีการให้คำตอบให้ประชาชนอย่างชัดเจนว่า ได้ส่งให้กัมพูชา และขอให้มีการเปิดงานช่องเม็กส่งน้ำมันได้ ซึ่งทางรัฐมนตรีอุตสาหกรรมการค้า สปป.ลาวได้ทำหนังสือแจ้งมายังประเทศไทยแล้ว ว่าว่ายน้ำจากไทยที่ส่งเข้าประเทศนั้นจะต้องนำไปพัฒนาเศรษฐกิจ ในบ่ายวันนี้จะมีการหารือกับทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อหากลไกแก้ไขต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวถึงจำนวนปริมาณน้ำมันที่ส่งออกไปยัง สปป.ลาว ว่า เป็นน้ำมันดีเซลประมาณวันละ 100 ล้านลิตรต่อเดือน น้ำมันเป็นเบนซิน 20 ล้านลิตรต่อเดือน ส่วนปริมาณน้ำมันที่ส่งผ่านด่านช่องเม็ก เดือนละ 15 ล้านลิตรต่อเดือน โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีการทำเหมือง จะมีอัตราปริมาณส่งน้ำมันอยู่ที่ 18 ล้านลิตรต่อเดือน

ส่วนกรณีที่หอการค้าสหรัฐอเมริกา ในประเทศกัมพูชา ได้ออกมาร้องขอให้วอชิงตันดีซี เข้ามาแทรกแซง มาตรการของไทยที่มีการสกัดไม่มีการส่งน้ำมันไปยังกัมพูชานั้น นายประเสริฐ ระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ซึ่งกัมพูชาเอง ไม่ได้ซื้อน้ำมันจากไทย แต่ซื้อน้ำมันจากประเทศเวียดนาม จีน สิงคโปร์ ไม่ได้ มีความจำเป็นต้องพึ่งน้ำมันจากประเทศไทย ซึ่งประเทศเวียดนามก็สามารถผลิตน้ำมันเองได้

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวลือว่า มีนายทุนรายใหญ่ของประเทศไทย ลักลอบขายน้ำมันให้กับทางกัมพูชา ปลัดกระทรวงพลังงานชี้แจงว่า ขอยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีการส่งน้ำมันไปยังกัมพูชา ทางด้านศุลกากรและด้านผู้ค้าได้ออกมา ได้ชี้แจงด้วยตนเองว่าผลิตน้ำมันและปลายทางไปขายที่ไหนบ้าง ซึ่งหากพิจารณาจากจำนวนปริมาณในการขายนั้นก็ไม่มีความผิดปกติ

#ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...