“หมอสุภัทร” เชื่อคู่แข่ง สส.หาดใหญ่ “ศาสตรา-จูรี” สมน้ำสมเนื้อ ยกนโยบายที่จับต้องได้ป้องกันน้ำท่วม
“หมอสุภัทร” เชื่อคู่แข่ง สส.หาดใหญ่ “ศาสตรา-จูรี” สมน้ำสมเนื้อ ยกนโยบายที่จับต้องได้ป้องกันน้ำท่วม
วันที่ 18 ธ.ค. 68 ที่โรงแรมอาวาน่า บางนา นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัครส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคประชาชน เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 ว่า พรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวที่ลงตัวกับชีวิตตัวตน เพราะตนจบมาเป็นแพทย์ชนบทที่โรงพยาบาลในหาดใหญ่ เป็นพรรคเดียวที่เป็นไปได้
เมื่อถามถึงผู้สมัครจากพรรคอื่นอีก 2 คนในพื้นที่นั้น นายแพทย์สุภัทรกล่าวว่า นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัครสส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ก็เป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพ ปัจจุบันเป็นสังกัดพรรคภูมิใจไทยส่วนอีกท่านนายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครสส.สงขลา พรรคประขาธิปัตย์ ก็เป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพมีชื่อเสียงและเป็นเสียงของชาวบ้านถือว่าเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ ส่วนที่หลายหลายคนมองเพราะต้นทำประเด็นค่อนข้างดีทำไมจึงไม่ลง สส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น ต้นบอกว่าเป็นโจทก์ที่ตนคิดอยู่ช่วงหนึ่งว่าจะสมัครปาร์ตี้ลิสต์หรือในนามเขตดี แต่ที่ตนทบทวนมาตลอดว่าตนถนัดงานในพื้นที่ คือจะสร้างโมเดลในพื้นที่โดยในงานนโยบายตนมองว่าการที่มีพื้นที่ทดลองทำจริงจะทำให้นโยบายเป็นนโยบายที่จับต้องได้และไม่เลื่อนลอย ตนคิดว่าถ้าอยู่ในหาดใหญ่ก็สามารถทำให้เป็นพื้นที่นำร่องได้หลายๆเรื่อง หรือเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตการป้องกันน้ำท่วมในครั้งต่อไปให้เป็นภัยพิบัติที่ความสูญเสียน้อยกว่านี้หรือเรื่องพลังงานสะอาดเราทำให้เป็นโมเดลเพื่อสนับสนุนนโยบายได้
เมื่อถามว่าในสถานการณ์การเมืองที่ผันผวนพรรคประชาชนอาจถูกมองว่าเป็นฝ่ายค้ำเป็นอุปสรรคในการหาเสียงหรือไม่นั้น นายแพทย์สุภัทร กล่าวว่าเป็นสิ่งที่สังคมต้องตัดสิน ในช่วงที่มีการยุบสภาเพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคแห่งความหวัง การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญก็คือความชัดเจนในจุดยืนและอุดมคติที่ต้องดำเนินไปข้างหน้า ซึ่งปัญหาที่สำคัญของประเทศก็เป็นเรื่องสีเทา เป็นเรื่องนโยบายที่มีความชัดเจนน้อยซึ่งคิดว่าพรรคประชาชนในรอบนี้จะนำเสนอสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้ดีที่สุด และหากได้เป็นรัฐบาลเชื่อว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่าหากเป็นรัฐบาลพรรคเดียวและต้องไปจับกับพรรคน้ำเงินหรือพรรคแดงนั้น รับได้หรือไม่นายแพทย์สุภัทร กล่าวว่าก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเพราะหักได้เสียงมาไม่ถึงครึ่งก็ต้องภูมิกับพรรคอื่นอยู่ที่ผู้บริหารพรรคที่จะมาเลือกเจรจากับพรรคไหน ส่วนกระแสในพื้นที่นั้นตนมองว่าความสูสีและท้าทายที่ต้องพิสูจน์กับผู้สมัครอื่นว่าประชาชนจะเลือกใคร