อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุ่ม 130 ล้านปักหมุด ‘Little Walk รามคำแหง’ รับอานิสงส์รถไฟฟ้าสายสีส้ม
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ขยายพอร์ตรีเทลสาขาที่ 6 ยึดทำเลศักยภาพโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก พื้นที่เช่า 4,300 ตร.ม. ชูโมเดล Convenience Shopping Mall และ Strip Mall เน้นเข้าถึงง่าย-จอดสะดวก ตอบโจทย์กำลังซื้อระดับกลางถึงพรีเมียม ดึง Magnet ร้านอาหารและบริการสุขภาพครบวงจร หวังเป็นคอมมูนิตี้ใหม่รองรับประชากรกว่า 2.9 แสนรายในพื้นที่
7 มกราคม 2569-บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) ประกาศรุกตลาดรีเทลอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว ‘LITTLE WALK Ramkhamhaeng’ (ลิตเติ้ลวอล์ค รามคำแหง) สาขาที่ 6 บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ (รามคำแหง 129) ด้วยงบลงทุนกว่า 130 ล้านบาท การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การขยายตัวสู่ย่านที่พักอาศัยหนาแน่น (Residential Area) โดยเน้นรูปแบบโครงการขนาดเล็กถึงกลางที่เข้าถึงง่ายเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการในย่านชานเมือง
เหตุผลหลักในการเลือกทำเลรามคำแหง-สะพานสูง คือการประเมินศักยภาพเชิงประชากรศาสตร์ที่มีความหนาแน่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเมือง โดยมีจำนวนประชากรในรัศมี 4 กิโลเมตร ราว 291,232 คน และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มกำลังซื้อระดับกลางถึงพรีเมียม (รายได้เฉลี่ย 40,000 บาท/เดือน) นอกจากนี้ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับการคมนาคมสำคัญ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (สถานีคลองบ้านม้า) ที่เตรียมเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะกลายเป็นตัวเร่งทราฟฟิก (Traffic) สำคัญให้กับโครงการ
"พื้นที่รัศมี 2 กิโลเมตร ยังไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และมีร้านอาหารบริการด่วน (QSRs) ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนเป้าหมายที่มีศักยภาพกว่า 46,000 คน จึงเป็นโอกาสที่จะเข้ามารองรับความต้องการด้านร้านอาหาร สุขภาพ และบริการที่ครบครัน" — นายเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ CEO ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ILM
LITTLE WALK รามคำแหง ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Strip Mall ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวเรียงแถวเพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกของรถยนต์ (Easy Access) พร้อมพื้นที่จอดรถกว่า 200 คัน โดยเน้นการจัดสรรร้านค้าเช่า (Tenant Mix) ให้สอดรับกับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B): ดึงดูดลูกค้าด้วยร้านที่เป็นแม่เหล็กสำคัญ (Magnet) เช่น BONUS SUKI สาขาแรกในกรุงเทพฯ ที่เปิดให้บริการถึงเช้า และ ชาตรามือ ไดร์ฟทรู (Drive Thru) แห่งแรกในกรุงเทพฯ รวมถึงแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
- กลุ่มคนรักสุขภาพ (Healthspan Trend): ตอบรับกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วยสถานบริการฟิตเนส 24 ชั่วโมง (Anytime Fitness), สตูดิโอพิลาทิส, โรงเรียนสอนกอล์ฟ และคลินิกกายภาพบำบัด
- ศูนย์การศึกษา (Education Center): รองรับกลุ่มครอบครัวด้วยโรงเรียนทักษะภาษาและศิลปะสำหรับเด็ก เพื่อสร้างกิจกรรมหมุนเวียนให้เกิดขึ้นภายในศูนย์ในช่วงวันหยุดและหลังเลิกเรียน
การขยายสาขาสู่ลำดับที่ 6 นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ค่าเช่า (Rental Income) ที่มั่นคงให้กับ ILM นอกเหนือจากยอดขายเฟอร์นิเจอร์ โดยตั้งเป้าสัดส่วนลูกค้าแบ่งเป็น กลุ่มครอบครัว 40%, กลุ่มวัยทำงาน 30% และกลุ่มนักศึกษา 30% การออกแบบโครงการที่เน้นความคล่องตัวจะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเลี่ยงความแออัดของศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในตัวเมือง
"เราตั้งใจให้ Little Walk เป็นมากกว่าแหล่งช้อปปิ้ง แต่เป็นคอมมูนิตี้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยปักหมุดในทำเลที่เข้าถึงง่ายและมีสาธารณูปโภคครบถ้วน" — ผู้บริหารโครงการ LITTLE WALK
ในเชิงเศรษฐกิจ การเปิดโครงการในโซนตะวันออกครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการดักรอความพร้อมของโครงข่ายรถไฟฟ้า แต่ยังเป็นการสร้าง New S-Curve ในด้านการบริหารพื้นที่เช่าของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ที่ปัจจุบันกระจายสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ (บางนา, ลาดกระบัง, กรุงเทพกรีฑา) และต่างจังหวัด (พัทยา) ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมงบการเงินในส่วนของรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างมีนัยสำคัญ