โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568

efinanceThai

เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 01.31 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 พ.ย. 68 8:31: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 60.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.39%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 64.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.38 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.19%

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นกว่า 2% ในวันศุกร์ หลังรัสเซียระงับการส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือโนโวรอสซีสค์ (Novorossiisk) เนื่องจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนที่สร้างความเสียหายต่อคลังน้ำมันในศูนย์กลางพลังงานของรัสเซีย

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าอาหารมากกว่า 200 รายการ รวมถึงสินค้าพื้นฐานอย่างกาแฟ เนื้อวัว กล้วย และน้ำส้ม ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวอเมริกันต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอาหารที่สูงขึ้น โดยการยกเว้นภาษีรอบใหม่ ซึ่งมีผลย้อนหลังตั้งแต่เที่ยงคืนวันพฤหัสบดี ถือเป็นการกลับลำครั้งใหญ่ของทรัมป์ หลังจากยืนยันมาตลอดว่า มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าที่ประกาศใช้เมื่อต้นปี ไม่ใช่สาเหตุของเงินเฟ้อ

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซื้อพันธบัตรภาคเอกชนและพันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ อย่างน้อย 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างช่วงปลายเดือนส.ค. - ต้นเดือนต.ค. โดยมีการทำธุรกรรมลงทุนมากกว่า 175 รายการตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. ถึง 2 ต.ค.

แบบฟอร์มที่เผยแพร่โดยสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Office of Government Ethics) ภายใต้กฎหมายจริยธรรมปี 1978 ไม่ได้กำหนดให้ต้องระบุตัวเลขที่ชัดเจนของธุรกรรมแต่ละรายการ แต่ประเมินมูลค่ารวมสูงสุดของการซื้อพันธบัตรชุดนี้มากกว่า 337 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

*** รายงาน 13F ล่าสุดเผยว่า เฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ของวอลล์สตรีท พากันลดสัดส่วนการถือครองหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven ในไตรมาส 3 โดยเฉพาะ Nvidia, Amazon, Alphabet และ Meta สะท้อนความกังวลต่อมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่พุ่งสูง โดยมีการโยกเงินไปยังกลุ่มซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน อีคอมเมิร์ซ และผู้ให้บริการระบบชำระเงิน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนการปรับพอร์ตเชิงป้องกันของนักลงทุนสถาบัน ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในระยะนี้

*** Berkshire Hathaway เปิดเผยพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ไตรมาส 3 โดยเข้าถือหุ้น Alphabet มูลค่า 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 17.85 ล้านหุ้น นับเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดคาดเมื่อเทียบกับสไตล์การลงทุนเน้นคุณค่าของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ในขณะเดียวกัน Berkshire ลดสัดส่วนการถือครอง Apple ลงเหลือ 238.2 ล้านหุ้น จาก 280 ล้านหุ้นในไตรมาสก่อน และขายไปแล้วเกือบ 3 ใน 4 จากจำนวนมากกว่า 900 ล้านหุ้นที่เคยถือ แม้ยังคงเป็นหุ้นใหญ่สุดในพอร์ตก็ตาม

*** YouTube และ Walt Disney บรรลุข้อตกลงคืนช่องของ Disney ให้กับ YouTube TV อีกครั้ง หลังข้อพิพาทเรื่องค่าเผยแพร่สัญญาณ ทำให้ผู้ใช้นับล้านพลาดชมรายการสำคัญในวันเลือกตั้งสหรัฐฯ และการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ โดยช่องทั้งหมดของ Disney รวมถึง ABC, ESPN, FX และ National Geographic กลับมาให้บริการตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดย YouTube ยังระบุว่า คอนเทนต์กีฬาทั้งหมดของ ESPN รวมถึงรายการจาก ESPN Unlimited จะเปิดให้สมาชิกแพ็กเกจพื้นฐานสำหรับการรับชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ภายในสิ้นปี 2026

*** เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวแบบปีต่อปี 1.8% ในไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส เนื่องมาจากแรงกดดันด้านการส่งออก ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ แม้ตัวเลขจะออกมาติดลบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่สถานการณ์นี้ อาจทำให้แผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผชิญความยากลำบากยิ่งขึ้น โดยนักวิเคราะห์กำลังจับตาว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่น จะสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบภาษีและกลับมาขยายตัวได้เร็วเพียงใด

ตัวเลข GDP ที่ลดลงครั้งนี้ ดีกว่าคาดการณ์ของผลสำรวจรอยเตอร์ซึ่งประเมินไว้ที่ 2.5% โดยก่อนหน้าเศรษฐกิจขยายตัว 2.3% (ปรับทบทวนแล้ว) ในไตรมาสที่ 2 จากแรงหนุนการส่งออกที่แข็งแกร่งและการเร่งขนส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ก่อนที่การเจรจาภาษีจะได้ข้อยุติ

*** Hyundai Motor Group ประกาศแผนลงทุนมูลค่า 125.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 86,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเกาหลีใต้ระหว่างปี 20262030 หลังรัฐบาลเกาหลีใต้ สรุปข้อตกลงการค้าที่นำไปสู่การลดภาษีนำเข้ารถยนต์เกาหลีในสหรัฐฯ จาก 25% เหลือ 15% โดนมูลค่าแผนลงทุนใหม่สูงกว่างบ 89.1 ล้านล้านวอนที่ Hyundai Motor และ Kia ใช้ลงทุนในช่วงปี 20212025 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเร่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์เกาหลีใต้

*** Samsung Electronics, Hyundai Motor และผู้ผลิตรายใหญ่ของเกาหลีใต้หลายแห่ง เปิดเผยแผนลงทุนภายในประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่าข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดให้เกาหลีใต้ลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในภาคยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ อาจทำให้การผลิตในประเทศอ่อนแอลง

Samsung Electronics ระบุว่า จะเพิ่มไลน์การผลิตชิปในโรงงานเมืองพยองแท็ก เพื่อตอบสนองดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น จากกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนในประเทศของกลุ่ม Samsung มูลค่า 450 ล้านล้านวอนในช่วง 5 ปีข้างหน้า

*** คณะผู้แทนจีนระบุในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP30 ว่า กฎระเบียบทางการค้าและมาตรการจำกัดต่าง ๆ รวมถึงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมาตรการของสหภาพยุโรป กำลังกัดกร่อนความพยายามของทั่วโลกในการจำกัดภาวะโลกร้อน และทำให้อัตราการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศอ่อนแรงลง ซึ่งความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และอียูขยายวงกว้างไปไกลกว่าสินค้าพลังงานสะอาด แต่ยังครอบคลุมสินค้าตั้งแต่ถั่วเหลืองไปจนถึงชิปเซมิคอนดักเตอร์

สำหรับการเจรจา COP30 ประเด็นข้อจำกัดทางการค้าเป็นหนึ่งในหัวข้ออ่อนไหวหลายประการ รวมถึงการจัดหาเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศ และการเร่งลดการปล่อยคาร์บอน ที่ไม่ได้ถูกบรรจุในวาระอย่างเป็นทางการ

*** Tesla กำลังสั่งให้ซัพพลายเออร์ ยกเลิกการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในจีน สำหรับการประกอบรถยนต์ในสหรัฐฯ โดยบริษัทรวมถึงซัพพลายเออร์ ได้เริ่มเปลี่ยนชิ้นส่วนบางรายการที่ผลิตในจีนแล้ว และตั้งเป้าจะเปลี่ยนทั้งหมดไปใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตนอกจีนภายใน 1 ถึง 2 ปีข้างหน้า โดยผู้บริหาร Tesla กำลังเผชิญความท้าทายจากภาษีศุลกากรที่ผันผวน ภายใต้ข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ซึ่งทำให้การกำหนดราคาสินค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น

*** ผู้บริหารระดับสูงจาก Prada, Coach, EssilorLuxottica และ Value Retail เปิดเผยว่า ความต้องการสินค้าแบรนด์หรูในจีนเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังอ่อนตัวต่อเนื่องหลายเดือน แม้ภาคสินค้าฟุ่มเฟือยโดยรวมยังรายงานการใช้จ่ายที่อ่อนแอของผู้บริโภคจีนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จีนเคยถูกคาดหมายว่า จะก้าวขึ้นเป็นตลาดสินค้าหรูใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ภาคส่วนนี้กลับชะลอลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา จากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ ทั้งอัตราว่างงานของแรงงานวัยหนุ่มสาวที่สูง ภาวะอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำที่ยืดเยื้อ และความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่อ่อนแอ ซึ่งฉุดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง

*** กระแสคลั่งไคล้ตุ๊กตา Labubu จาก Pop Mart เริ่มมีลักษณะคล้ายรอบเฟื่องฟู-ฟองสบู่แตก เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ Beanie ในทศวรรษ 1990 ตามมุมมองของนักวิเคราะห์ที่ให้คำแนะนำ ขาย หุ้น Pop Mart โดยเมลินดา หู นักวิเคราะห์อาวุโสด้านหุ้นกลุ่มคอนซูเมอร์ ประจำเอเชีย จาก Bernstein ในฮ่องกง ระบุว่า ความนิยมของตุ๊กตาเขี้ยวแหลมกำลังเข้าใกล้จุดสูงสุด และความไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวขับเคลื่อนยอดขายใหม่ของ Pop Mart บ่งชี้ว่าศักยภาพขาขึ้นของหุ้นมีจำกัด

ยุครุ่งเรืองของหุ้น Pop Mart อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยหุ้นที่จดทะเบียนในฮ่องกงร่วงลงมากกว่า 30% จากระดับสูงสุดในเดือน ส.ค. บางส่วนของแรงขายเกิดขึ้นหลังมีพนักงานถูกตั้งคำถามเรื่องราคาสินค้า blind-box ระหว่างไลฟ์สตรีม โดยกระแสเทขายครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากหุ้นพุ่งแรงกว่า 1,500% นับตั้งแต่ต้นปีที่แล้วจนถึงจุดสูงสุดในเดือน ส.ค.

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...