“รมว.คลังญี่ปุ่น” เตือนแรง หลังเยนร่วงทะลุ 155 เยน/ดอลลาร์ หวั่นต้องแทรกแซงค่าเงิน
"รมว.คลังญี่ปุ่น" เตือนแรง หลังเยนร่วงทะลุ 155 เยน/ดอลลาร์ หวั่นต้องแทรกแซงค่าเงิน ท่ามกลางความกังวลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินกว่า 17 ล้านล้านเยน กดดัน BOJ ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นออกคำเตือนที่เข้มขึ้นต่อการอ่อนค่าของเงินเยน หลังค่าเงินหลุดระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ ท่ามกลางรายงานว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่อาจมีวงเงินสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มที่ของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ อาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “เห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเอียงไปด้านเดียวอย่างมากในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน …รู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ขณะนี้” และกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังจับตาดูความผันผวนที่มากเกินไปหรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในตลาดเงินอย่างใกล้ชิด โดยเงินเยนซื้อขายอยู่ราว 155.20 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งฟื้นคืนมาบางส่วนจากการอ่อนค่าก่อนหน้านี้
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเงินเยนหลุดระดับจิตวิทยาที่ 155 เยนต่อดอลลาร์เมื่อคืนวันจันทร์ ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีการแทรกแซงในตลาดเพื่อสกัดการอ่อนค่าต่อไป นอกจากนี้เยนยังอ่อนค่าทะลุ 180 เยนต่อยูโรในช่วงเช้า แตะระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่มีการนำเงินยูโรมาใช้ในปี 1999
การอ่อนค่ารอบล่าสุดส่วนหนึ่งสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ของทากาอิจิและงบประมาณเสริมที่ใช้รองรับอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางยิ่งระมัดระวังในการขึ้นดอกเบี้ย คาตายามะระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีขนาดใหญ่ขึ้นพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในตอนนี้
สื่อท้องถิ่นรายงานเมื่อสุดสัปดาห์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจมีวงเงินประมาณ 17 ล้านล้านเยน หรือราว 1.09 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่งบประมาณเสริมอาจอยู่ที่ราว 14 ล้านล้านเยน
คาตายามะยังกล่าวด้วยว่า มีเหตุผลเพียงพอที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ หลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบหกไตรมาสในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน
“บางคนบอกว่าตัวเลขไม่เลวร้ายเท่าที่เคยคาดการณ์ไว้” เธอกล่าว พร้อมชี้ว่าการบริโภคและการลงทุนปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า “แต่การส่งออกลดลงจากผลกระทบของภาษีสหรัฐ ดังนั้นจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะออกมาตรการทางเศรษฐกิจ”
การจัดหางบประมาณสำหรับมาตรการดังกล่าวอาจต้องพึ่งการออกพันธบัตรใหม่ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระหนี้ของประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว ความกังวลด้านการคลังยังผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะพันธบัตรอายุยาวมาก ซึ่งอาจกดดันความต้องการซื้อก่อนการประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปีในวันพุธนี้
ด้านมิโนรุ คิอุจิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์การเติบโต ซึ่งรับผิดชอบการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กล่าวเมื่อวันอังคารว่ารัฐบาลจะติดตามความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันในช่วงต่อมาของวันเดียวกัน ทากาอิจิและคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น มีกำหนดพบหารือกัน ซึ่งนักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิดว่าทากาอิจิจะส่งสัญญาณเปลี่ยนจุดยืนต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ หรือไม่
อ้างอิง : bloomberg.com