โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“รมว.คลังญี่ปุ่น” เตือนแรง หลังเยนร่วงทะลุ 155 เยน/ดอลลาร์ หวั่นต้องแทรกแซงค่าเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 03.07 น.

"รมว.คลังญี่ปุ่น" เตือนแรง หลังเยนร่วงทะลุ 155 เยน/ดอลลาร์ หวั่นต้องแทรกแซงค่าเงิน ท่ามกลางความกังวลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินกว่า 17 ล้านล้านเยน กดดัน BOJ ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นออกคำเตือนที่เข้มขึ้นต่อการอ่อนค่าของเงินเยน หลังค่าเงินหลุดระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ ท่ามกลางรายงานว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่อาจมีวงเงินสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มที่ของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ อาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย

ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “เห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเอียงไปด้านเดียวอย่างมากในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน …รู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ขณะนี้” และกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังจับตาดูความผันผวนที่มากเกินไปหรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในตลาดเงินอย่างใกล้ชิด โดยเงินเยนซื้อขายอยู่ราว 155.20 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งฟื้นคืนมาบางส่วนจากการอ่อนค่าก่อนหน้านี้

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเงินเยนหลุดระดับจิตวิทยาที่ 155 เยนต่อดอลลาร์เมื่อคืนวันจันทร์ ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีการแทรกแซงในตลาดเพื่อสกัดการอ่อนค่าต่อไป นอกจากนี้เยนยังอ่อนค่าทะลุ 180 เยนต่อยูโรในช่วงเช้า แตะระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่มีการนำเงินยูโรมาใช้ในปี 1999

การอ่อนค่ารอบล่าสุดส่วนหนึ่งสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ของทากาอิจิและงบประมาณเสริมที่ใช้รองรับอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางยิ่งระมัดระวังในการขึ้นดอกเบี้ย คาตายามะระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีขนาดใหญ่ขึ้นพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในตอนนี้

สื่อท้องถิ่นรายงานเมื่อสุดสัปดาห์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจมีวงเงินประมาณ 17 ล้านล้านเยน หรือราว 1.09 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่งบประมาณเสริมอาจอยู่ที่ราว 14 ล้านล้านเยน

คาตายามะยังกล่าวด้วยว่า มีเหตุผลเพียงพอที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ หลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบหกไตรมาสในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน

“บางคนบอกว่าตัวเลขไม่เลวร้ายเท่าที่เคยคาดการณ์ไว้” เธอกล่าว พร้อมชี้ว่าการบริโภคและการลงทุนปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า “แต่การส่งออกลดลงจากผลกระทบของภาษีสหรัฐ ดังนั้นจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะออกมาตรการทางเศรษฐกิจ”

การจัดหางบประมาณสำหรับมาตรการดังกล่าวอาจต้องพึ่งการออกพันธบัตรใหม่ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระหนี้ของประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว ความกังวลด้านการคลังยังผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะพันธบัตรอายุยาวมาก ซึ่งอาจกดดันความต้องการซื้อก่อนการประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปีในวันพุธนี้

ด้านมิโนรุ คิอุจิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์การเติบโต ซึ่งรับผิดชอบการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กล่าวเมื่อวันอังคารว่ารัฐบาลจะติดตามความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันในช่วงต่อมาของวันเดียวกัน ทากาอิจิและคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น มีกำหนดพบหารือกัน ซึ่งนักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิดว่าทากาอิจิจะส่งสัญญาณเปลี่ยนจุดยืนต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ หรือไม่

อ้างอิง : bloomberg.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...