โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“จีน” ปล่อยกู้ 200 ประเทศทั่วโลก 2.2 ล้านล้านดอลล์ “สหรัฐ” เป็นผู้รับเงินกู้จากจีนมากสุดในโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 06.38 น.

"จีน" ปล่อยกู้ 200 ประเทศทั่วโลก 2.2 ล้านล้านดอลล์ในช่วงปี 2543–2566 "สหรัฐ" เป็นผู้รับเงินกู้จากจีนมากสุดในโลก สะท้อนแนวโน้มหนุนประเทศรายได้สูงแทนตลาดกำลังพัฒนา

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รายงานดังกล่าวจัดทำโดย AidData ห้องปฏิบัติการวิจัยของมหาวิทยาลัย William & Mary ในสหรัฐ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคาร ระบุว่าการปล่อยกู้และให้เงินช่วยเหลือของจีนมีมูลค่ารวม 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ครอบคลุม 200 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก ตั้งแต่ปี 2543-2566 โดยสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ได้รับเงินกู้จากจีนมากที่สุดในโลก และพบว่าจีนหันไปปล่อยกู้ให้ประเทศรายได้สูงมากขึ้น แทนที่จะเป็นประเทศกำลังพัฒนาเหมือนในอดีต

จีนถูกมองมานานว่าเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนา ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) แต่ขณะนี้กำลังเปลี่ยนทิศทางไปสู่การปล่อยกู้ให้ประเทศพัฒนาแล้วมากขึ้น โดยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังงานสะอาด

AidData ระบุว่าพอร์ตการปล่อยกู้ของจีนมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยประเมินไว้ 2–4 เท่า และจีนยังคงเป็นเจ้าหนี้ภาครัฐรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยกว่า 3 ใน 4 ของการปล่อยกู้ต่างประเทศของจีนในขณะนี้มุ่งไปยังประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงและประเทศรายได้สูง

แบรด พาร์กส์ ผู้อำนวยการบริหารของ AidData และหัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า “ส่วนใหญ่ของเงินกู้ที่ให้ประเทศร่ำรวยมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ แร่ธาตุสำคัญ และการเข้าซื้อสินทรัพย์เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น บริษัทเซมิคอนดักเตอร์”

รายงานระบุว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ได้รับเครดิตภาครัฐจากจีนมากที่สุด มากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ครอบคลุมเกือบ 2,500 โครงการและกิจกรรม

หน่วยงานของรัฐจีนมีบทบาทในทุกพื้นที่และทุกภาคส่วนของสหรัฐ โดยให้ทุนสร้างโครงการก๊าซธรรมชาติ LNG ในรัฐเทกซัสและลุยเซียนา ศูนย์ข้อมูล (data center) ในเวอร์จิเนียตอนเหนือ เทอร์มินัลสนามบิน JFK ในนิวยอร์ก และ LAX ในลอสแอนเจลิส รวมถึงท่อส่งก๊าซ Matterhorn Express และท่อส่งน้ำมัน Dakota Access

นอกจากนี้จีนยังให้เงินสนับสนุนการเข้าซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงหลายแห่ง ขณะที่สถาบันการเงินของรัฐจีนได้เปิดวงเงินกู้ให้บริษัทในดัชนีฟอร์จูน 500 จำนวนมาก เช่น Amazon, AT&T, Verizon, Tesla, General Motors, Ford, Boeing และ Disney

สัดส่วนการปล่อยกู้ให้ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับล่างลดลงจาก 88% ในปี 2543 เหลือเพียง 12% ในปี 2566 ขณะเดียวกันจีนได้ลดการปล่อยกู้ด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ Global South ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative ในทางกลับกันสัดส่วนเงินกู้ที่มุ่งสู่ประเทศรายได้ปานกลางและรายได้สูงเพิ่มขึ้นจาก 24% ในปี 2543 เป็น 76% ในปี 2566 ตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักรได้รับเงินกู้ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่สหภาพยุโรปได้รับ 1.61 แสนล้านดอลลาร์

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...