โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“GDP ญี่ปุ่น” หดตัว 1.8% ในQ3/68 จากส่งออกทรุด หลังภาษีสหรัฐกดดันอุตฯยานยนต์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 04.28 น.

"GDP ญี่ปุ่น" หดตัว 1.8% ในQ3/68 จากส่งออกทรุด หลังภาษีสหรัฐกดดันอุตฯยานยนต์ แต่ยังไม่เปลี่ยนมุมมอง BOJ ต่อการขึ้นดอกเบี้ย ขณะรัฐบาลเร่งทำแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.27 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวเกือบ 2% ในช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน เนื่องจากการส่งออกลดลงหนักตามแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ตามข้อมูลจากรัฐบาลที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่ยอดส่งออกทรุดลง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้

อย่างไรก็ดีนักเศรษฐศาสตร์มองว่าการหดตัวครั้งนี้ไม่รุนแรงเท่าที่คาดการณ์ไว้ และน่าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวมากกว่าจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะถดถอยของเศรษฐกิจ

คาซึทากะ มาเอดะ นักเศรษฐศาสตร์จาก Meiji Yasuda Research Institute ระบุว่า “ภาวะหดตัวครั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยเฉพาะหน้า เช่น การลงทุนด้านที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่” พร้อมเสริมว่า “การส่งออกก็ถูกกดดันเช่นกัน โดยรวมแล้วเศรษฐกิจยังขาดแรงส่งที่แข็งแกร่ง แต่แนวโน้มยังชี้ไปสู่การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในอีก 1-2 ปีข้างหน้า”

โดยรวมแล้ว นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นว่าตัวเลข GDP ไตรมาสนี้จะไม่เปลี่ยนมุมมองของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยมากนักเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น เช่น อัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์ที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีซาเอะ ทากาอิชิ มองว่าตัวเลขนี้มีน้ำหนักมากกว่า

ทาคุจิ ไอดะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำญี่ปุ่นของ Credit Agricole และสมาชิกคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์การเติบโตของรัฐบาลทากาอิชิ ระบุว่า เมื่อเศรษฐกิจหดตัวเช่นนี้“การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ในเดือนธันวาคมจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม”

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นหดตัว 1.8% ในไตรมาสกรกฎาคม–กันยายน เทียบกับการเติบโต 2.3% ในไตรมาสก่อนหน้า และยังดีกว่าการคาดการณ์หดตัว 2.5% ในโพลล์ของ Reuters เล็กน้อย เมื่อคิดแบบไตรมาสต่อไตรมาส เศรษฐกิจหดตัว 0.4% เทียบกับคาดการณ์ที่ 0.6%

แรงกดดันหลักมาจากการส่งออกที่ชะลอตัวหนักจากภาษีของสหรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ที่ยอดส่งออกทรุดฮวบ หลังจากที่เร่งส่งออกก่อนภาษีใหม่จะมีผล อย่างไรก็ดี บริษัทส่วนใหญ่เลือกลดราคา เพื่อรับภาระภาษีแทนที่จะผลักต้นทุนแก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ สหรัฐและญี่ปุ่นได้ลงนามข้อตกลงในเดือนกันยายน โดยกำหนดอัตราภาษีพื้นฐาน 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด เทียบกับอัตราเริ่มต้นที่ 27.5% สำหรับรถยนต์ และ 25% สำหรับสินค้าอื่นส่วนใหญ่

ขณะที่การลงทุนในที่อยู่อาศัยยังเป็นปัจจัยฉุดเศรษฐกิจ หลังการบังคับใช้กฎด้านประสิทธิภาพพลังงานใหม่ในเดือนเมษายนทำให้การตัดสินใจลงทุนชะลอลง ส่วนการบริโภคภาคเอกชนซึ่งคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจ เติบโตเพียง 0.1% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่ชะลอลงจาก 0.4% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่าค่าครองชีพที่สูง โดยเฉพาะราคาอาหาร ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย

มิโนรุ คิอุจิ รัฐมนตรีฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ระบุว่า “การบริโภคภาคเอกชนเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 และการใช้จ่ายด้านทุนก็ขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน สิ่งนี้ตอกย้ำมุมมองของเราว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในเส้นทางฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป”

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวในไตรมาสตุลาคม–ธันวาคม โดยโพลล์ของ Japan Center for Economic Research คาดว่าเศรษฐกิจจะโต 0.6%

ข้อมูล GDP ที่อ่อนแอมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลทากาอิชิกำลังจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยประชาชนรับมือค่าครองชีพที่สูงขึ้น รัฐมนตรีคลังซัทสึกิ คาตายามะ ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า มาตรการกระตุ้นที่เสนอจะมีมูลค่ามากกว่า 17 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุอิจิโระ โนซากิ นักเศรษฐศาสตร์ของ Nomura Securities กล่าวว่า “ตั้งแต่ปลายฤดูหนาวจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีมาตรการที่ช่วยให้รายได้จริงของครัวเรือนดีขึ้น ดังนั้นในครึ่งแรกของปีหน้า มาตรการเหล่านี้จะช่วยพยุงการบริโภคได้อย่างมีนัยสำคัญ”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...