โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"แม้หัวใจจะแตกสลาย แต่เราก็ยังอยู่ต่อไป ทั้งใจที่แตกสลายแบบนั้น" Frankenstein ภาพสะท้อนของมนุษย์ในตัวปีศาจ และปีศาจในคราบมนุษย์

Mirror Thailand

อัพเดต 15 พ.ย. 2568 เวลา 03.07 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2568 เวลา 03.07 น.
ภาพไฮไลต์

นวนิยายกอธิคเมื่อปี ค.ศ. 1818 ผลงานจากนักเขียนชาวอังกฤษ Mary Shelley เรื่อง Frankenstein or The Modern Prometheus ถูกนำมาขัดเกลาเล่าใหม่ในเวอร์ชั่นปี 2025 อีกครั้ง ผ่านมุมมองของ Guillermo Del Toro ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญการเล่าเรื่องเหล่า ‘Creature’ หรือสิ่งมีชีวิตอะไรสักอย่างที่ถือกำเนิดใหม่ขึ้นมาบนโลก

และในบรรดาเรื่องเล่าของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นของ Del Toro หลายๆ ครั้งมันคือเรื่องของ ‘คนไม่เข้าพวก’ หรือ ‘คนนอก’ ซึ่งถูกตีความผ่านสัตว์ประหลาดน่าตาพิลึกกึกกือ แต่สำหรับ Frankenstein เราจะพบการใช้คำว่า Creature แทนตัวละครตัวนี้ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคำกลางๆ ไม่ดีหรือเลว ไม่ใช่พระเจ้า ไม่ใช่ Monster (สัตว์ประหลาด) Beast (อสูรกาย) หรือ Devil (ปีศาจ) เสียทีเดียว

ความกลางๆ ที่ว่า เป็นเหมือนผืนผ้าใบว่างๆ ให้เราตีความสิ่งมีชีวิตถือกำเนิดใหม่ตนนี้ไปด้วยกัน นอกจากนั้น มันยังได้ตั้งคำถามว่า ‘อะไรที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์’ อำนาจที่จะสรรสร้าง อำนาจที่จะควบคุมสิ่งต่างๆ หรือความสามารถที่จะมีความ ‘รู้สึก’ ต่อสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้งกันแน่

หนังเล่าเรื่องของ Victor Frankenstein เด็กชายที่ได้รับมรดกตกทอดเป็นสมองอันปราดเปรื่องจากพ่อของเขา ผู้เป็นหมอใหญ่ที่เก่งที่สุดในเมือง เขาได้ความชาญฉลาดจากพ่อ แต่ขณะเดียวกัน Victor ก็ได้ความเกลียดชังมาเต็มๆ ด้วย เมื่อรู้ว่าลึกๆ แล้วพ่อชิงชังเขาอย่างหาเหตุผลไม่ได้ หรืออาจเป็นเพราะว่าพ่อเองก็เกลียดแม่ ขณะที่เขาเป็นลูกรักของแม่มากกว่า

แต่แล้ววันหนึ่ง แม่ที่เป็นโลกทั้งใบของ Victor ก็ล้มป่วยเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาเขา มันยิ่งทำให้เขาเกลียดชังพ่อหนักขึ้นช่วยชีวิตแม่เอาไว้ไม่ได้ และมันทำให้เขาโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิตนับตั้งแต่นั้น โดยมีเพียงสมองกับสติปัญญา สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวชีวิตของเขาเอาไว้

ความเจ็บปวดจากการสูญเสียแม่ไปตลอดกาล ทำให้เขาฝันอยากจะ ‘ฟื้นคืนชีพ’ และสร้างชีวิตอันเป็น ‘อมตะ’ ให้กับคนที่ตายไปแล้ว ทว่าในวันที่เขาต้องการพิสูจน์ความเชื่อนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ สมองกับสติปัญญาของเขากลับถูกปฏิเสธ เพราะถูกมองว่าหลุดโลก และท้าทายอำนาจของพระเจ้ามากเกินไป

นั่นไม่อาจหยุดความทะเยอทะยานของ Victor เมื่อเขาได้รับข้อเสนอจากมหาเศรษฐีผู้ป่วยระยะสุดท้ายคนหนึ่งให้ช่วยทำการทดลองคืนชีพคนตายให้ที เพื่อหวังว่าตัวเขาเองจะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังความตาย หลังจากความพยายามที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อมากมายของใครหลายคน บทสรุปคือ Victor ทำสำเร็จ เขาคืนชีพให้คนที่ตายไปแล้วกลับมา เป็นสิ่งมีชีวิตในรูปแบบของอมนุษย์ชื่อเดียวกันกับเขาว่า Frankenstein

Frankenstein ในเรื่องเล่าเก่าๆ อาจเป็นภาพแทนของผีดิบที่คืนชีพจากเศษเน่าเปื่อยของซากศพ สัญลักษณ์ของความตาย ความสิ้นหวัง เป็นสิ่งมีชีวิตโสมมและดูเหมือนต่ำชั้นที่สุด แต่การเกิดใหม่ของ Frankenstein ฉบับ Guillermo Del Toro เปรียบได้กับความบริสุทธิ์ อย่างคำพูดที่ว่าทารกเกิดมาก็เหมือนผ้าขาว ทุกสิ่งทุกอย่างถูกป้อนโดยผู้ที่ให้กำเนิดและผู้เลี้ยงดูแทบทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าจะแต่งแต้มความดีชั่วลงไปในตัวสิ่งมีชีวิตนั้นอย่างไร พร้อมๆ กันนั้น ผู้ให้กำเนิดก็สามารถเปลี่ยนร่างเป็นผู้ทำลายเราได้ในตัวคนคนเดียวกัน

Frankenstein เวอร์ชั่นนี้ยังต่างออกไปด้วยการเล่าเรื่องจากอีกมุมหนึ่งของผู้ที่ถูกมองว่าเป็น ‘ตัวประหลาด’ เพียงเพราะมีหน้าตาอัปลักษณ์ เป็นคนนอกของทุกสังคมที่ไม่อาจจัดอยู่ในหมวดไหนเลย ไม่ว่าพระเจ้า มนุษย์ หรือปีศาจ และนั่นทำให้เขาถูกเกลียดชัง ถูกไล่ล่าเอาชีวิตมาตั้งแต่เกิดแบบไม่ต้องมีเหตุผล แต่เพราะการเกิดของเขามันมาพร้อมกับความเป็นอมตะที่เหมือนต้องคำสาป นั่นแปลว่าต่อให้ทรมานเท่าไรเขาก็ตายไม่ได้ ทางเลือกเดียวเพียงอย่างเดียวของเขาจึงเป็นการจำต้อง ‘มีชีวิตอยู่’ เหมือนบทกวีของ Lord Byron ที่ถูกหยิบยกมาในหนังเรื่องนี้ว่า :

"And thus The heart will break, yet brokenly live on”

"แม้หัวใจจะแตกสลาย แต่เราก็ยังอยู่ต่อไป ทั้งใจที่แตกสลายแบบนั้น"

เพราะชีวิตบังคับให้ต้องอยู่ สิ่งที่ Frankenstein ทำก็คือการออกไปค้นหาตัวเองว่าเขาเป็นใคร เกิดมาทำไม แล้วอยู่ไปเพื่ออะไรบนโลกใบนี้ จนกระทั่งเขาก็ได้ค้นพบคำตอบนั้น ว่าเขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหัวจิตหัวใจ มีความรัก ความโอบอ้อมอารี แม้จะไม่มีเลือดเนื้อ ไม่อาจตายได้ แต่พระเจ้าก็ได้ให้ความสามารถบางอย่างกับเขา ที่จะเปราะบาง แตกสลาย และมี ‘ความรู้สึก’ จากหัวใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นความสามารถที่งดงามที่สุดในตัวมนุษย์ หรืออาจจะมากมายกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ

ขณะที่มนุษย์โดยกำเนิดอย่าง Victor กลับกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจเสียเอง จากความละโมบและความทะเยอทะยานที่ไม่รู้จักพอ โดยคิดเอาว่าเขามีอำนาจการสร้างได้ ก็มีอำนาจการทำลายได้อยู่ในมือ ทว่าความจริงที่หนีไม่พ้นคือ เราล้วนเป็นหนี้ของสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา เรามีส่วนรับผิดชอบกับสิ่งที่เราทำ และการสร้างอะไรขึ้นมาโดยไม่คำนึง มันจะกลายเป็นการทำลายล้างในตัวเองทันที อย่างที่เส้นทางของ Victor จบลงอย่างน่าอเนจอนาถ

Frankenstein ของ Del Toro บอกเราว่ามนุษย์เองก็สามารถกลายเป็นปีศาจได้ง่ายดายเพียงใด เช่นเดียวกับที่ปีศาจก็สามารถเป็นมนุษย์ หรือมากกว่านั้นคือเป็น ‘พระเจ้า’ ได้เหมือนกัน

เพราะเราต่างมีความดีงามชั่วร้ายในตัวเอง และไม่เกี่ยวกับว่าเราเกิดจากมาจากไหน เราเองเท่านั้นที่มีอำนาจเลือกได้ว่าจะเป็นอะไร พระเจ้า ปีศาจ หรือเป็น ‘มนุษย์’

บทความต้นฉบับได้ที่ : "แม้หัวใจจะแตกสลาย แต่เราก็ยังอยู่ต่อไป ทั้งใจที่แตกสลายแบบนั้น" Frankenstein ภาพสะท้อนของมนุษย์ในตัวปีศาจ และปีศาจในคราบมนุษย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...