โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐปลดล็อก “ไม่จริง” พ.ร.บ.สุราฯ ตีผับ-บาร์ ทำนักท่องเที่ยว “มึน”

อีจัน

อัพเดต 15 พ.ย. 2568 เวลา 17.40 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2568 เวลา 23.15 น. • อีจัน

คลิกออฟกันไปหลายมาตรการสำหรับการสนับสนุน “ภาคการท่องเที่ยวไทย” นอกเหนือจากการดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัย การส่งเสริมมาตรฐานอาหารไทย และการเชิดชูวัฒนธรรม เพื่อรักษาขนบธรรมเนียม และประเพณีอันดีไว้แล้ว อีกประการสำคัญคือ การเดินทางท่องเที่ยว เพื่อชื่นชมธรรมชาติ น้ำทะเล หาดทราย แสงแดด (SUN San Seen) รวมไปถึง “อาหาร” และ “การกินดื่ม” ถือเป็นกิจกรรมฮอตฮิตที่ “นักท่องเที่ยว” ต่างนิยมชื่นชอบ จนขนานนามไทยแลนด์ว่าเป็น “ดินแดนที่ไม่เคยหลับใหล”

แต่เมื่อ “รัฐบาล” ได้ประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 (แก้ไขเพิ่มเติมจาก พ.ศ. 2551) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนนั้น ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับ “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมูลค่าต่อเศรษฐกิจถึง 3 ล้านล้านบาทต่อปี จากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าไทยมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี และยังส่งผลต่อผู้ประกอบการ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ทั้งกลางวันกลางคืนอีกกว่า 10 ล้านคน

เนื่องจากความไม่ชัดเจนของ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ มีข้อกำหนดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. และหากดื่มเกิน 24.00 น. จะถูกโทษปรับทั้งจากผู้ขายและผู้ดื่ม (คนละ) 10,000 บาท ถือเป็นการออกกฎหมายควบคุมอย่างเด็ดขาดและไม่เคยมีมาก่อน จากกรณีที่ ผู้บริโภคแอลกอฮอล์ต้องถูกโทษปรับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่กฎหมายเดิม อนุญาตให้ขายได้ในช่วงเวลา 11.00-14.00 และ เวลา 17.00-24.00 น. โดยผู้ดื่มจะไม่มีโทษปรับกับกรณีดื่มสุราเกินเวลา เว้นแต่เมาแล้วขับเท่านั้น

ดังนั้น “ทีมเศรษฐกิจ อีจัน” ได้สัมภาษณ์ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบันเทิง ถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งล้วนมีทัศนคติและมุมมองที่แตกต่างกัน ทั้ง “สนับสนุน” และ “คัดค้าน”

ขณะที่ ล่าสุด คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้มีมติปลดล็อคช่วงเวลาขายและดื่ม ไฟเขียวให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. หลังจากเวลา 24.00 น. ยังสามารถนั่งกินดื่มที่ร้านต่อไปได้อีก 1 ชั่ว โมง หรือไม่เกิน 01.00 น. (ตี1) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว จะไม่สามารถซื้อหรือขายแอลกอฮอล์เพิ่มเติมได้อีก โดยมีระยะเวลาทดลองกฎหมายใหม่ 6 เดือน

**“วีรวิทย์ เครือสมบัติ”

ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงป่าตอง จังหวัดภูเก็ต**

กฎหมายที่ประกาศออกมาหลายฉบับ ทำให้ผู้ประกอบการสับสน ไม่ว่าจะเรื่องการนั่งดื่มแอลกอฮอล์ว่าสามารถนั่งในช่วงเวลาใดบ้างและการปลดล็อกช่วงเวลาขายแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นขายได้ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. โดยรัฐบาลอนุญาตให้ร้านทดลองขายได้ช่วง 6 เดือน เพื่อทดลองและศึกษาผลกระทบต่างๆ หากทดสอบแล้ว ไม่สามารถทำได้ในระยะยาวจะสร้างปัญหาต่อการรับรู้ของชาวต่างชาติในอนาคต

“กฎหมายแอลกอฮอล์มีความสับสนเหมือนออกกฎหมายกัญชาเลย เพราะออกมาแล้วทำให้หน่วยงานต่างๆ ไม่กล้าตัดสินใจ เช่น ผู้ประกอบการต้องถามฝ่ายปกครองอีกครั้ง และหากถามตำรวจก็จะได้รับข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง ผลเสียจึงตกที่ผู้ประกอบการเต็มๆ”

อย่างไรก็ตาม อีกกฎหมายที่มีผลต่อสถานบันเทิง ตามที่กระทรวงมหาดไทย กำหนดพื้นที่ (โซนนิ่ง) ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ และขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา 04.00 น. (ตี4) โดยนอนุญาตให้สถานบริการในท้องที่ 4 จังหวัด กับ 1 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และท้องที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สามารถให้บริการได้ถึง 04.00 น. จากปัจจุบันที่อยู่นอกพื้นที่โซนนิ่ง เปิดบริการได้ถึง 02.00 น. (ตี2)

การกำหนดพื้นที่ลักษณะนี้ ทำให้ร้านที่อยู่นอกโซนนิ่งมีปัญหา เพราะร้านจะเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 02.00 น. ไม่สอดคล้องกับช่วงไฮซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่สถานบันเทิงกลับปิดช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งที่มีการโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองรอง ทำให้กระทบกับการท่องเที่ยวเช่นกัน

รวมถึงกฎหมายที่มีการกำหนดเวลาให้ลูกค้า หรือนักท่องเที่ยว ท่องเที่ยวช่วงเวลากลางคืน ที่สถานบันเทิง เช่น ผับ-บาร์ การกำหนดให้ปิดการให้บริการ 24.00 น. หากลูกค้า หรือนักท่องเที่ยว นั่งร้านเกินช่วงเวลาที่กำหนด ร้านค้า และลูกค้าจะต้องเสียค่าปรับตามกฎหมายที่ 10,000 บาท ขัดต่อการสร้างความเข้าใจให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยว

“สถานบันเทิงนอกโซนนิ่งพยายามทำตามข้อบังคับ แต่เมื่อมีไฮซีซั่น น่าเป็นห่วง เพราะนักท่องเที่ยวมีตัวเลือกการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เช่น เที่ยวที่เมืองภูเก็ต มีกฎหมายแบบนี้ แต่เมื่อไปเที่ยวเมืองอีกมีกฎหมายอีกแบบ สร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้น”

**“ดำรงค์เกียรติ พินิจการ”

เลขานุการของสมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา**

การแก้ปัญหากฎหมายถือว่าเป็นข่าวดีของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ และบาร์ โดยกฎหมายฉบับเดิม กำหนดห้ามขายแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น. เป็นกฎหมายที่ล้าหลัง เนื่องจากกฎหมายมีขึ้นเพราะห้ามข้าราชการดื่มสุรา ถ้าบังคับใช้ในปัจจุบันถือว่าโบราณมาก เพราะข้าราชการไม่ได้ออกมาดื่มสุราช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว

หากรัฐบาลยังมีการดำเนินกฎหมายฉบับเดิมต่อไป จะส่งผละกระทบต่อทัศนคติสะท้อนความล้าหลัง เพราะสิ่งที่เห็นชัดเจนคือ ในช่วงก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่เริ่มเผยแพร่ข้อมูลถึงกฎหมายดังกล่าว มีสื่อจากหลายประ เทศออกมาเตือนประชาชนของตนเอง ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ระวังในกฎหมายฉบับใหม่

“ยืนยันว่า การปลดล็อกเพื่อทำการศึกษาช่วง 6 เดือน ถือเป็นเรื่องดี แต่หากในอนาคตมีการเปิดขายและนั่งดื่มได้ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น.จะเป็นเรื่องดีมากแต่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้ดีขึ้นตามมาด้วย”

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับใหม่ ยังช่วยลดปัญหาการเรียกเก็บเงินจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ เพราะที่ผ่านมา ยอมรับว่า สถานบันเทิงที่เปิดให้บริการเกินเวลา มีการติดสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากปลดล็อกกฎหมายได้ในระยะยาว ปัญหาทุจริต หรือการติดสินบนเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถานบันเทิงที่ทำงานลักษณะนี้ จะลดน้อยลง และทำตามกฎหมายได้มากขึ้น

รวมทั้งยังสนับสนุนสถานการณ์การท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เพราะไม่มีเพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ แต่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้พัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี เช่น ประเทศญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวไทยยังเจอปัญหาที่นักท่องเที่ยวจีน ยังไม่กลับเข้าไทย และมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งที่มาจากนักแสดงจีนถูกลักพาตัว และเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้นักท่องเที่ยวจีนห่วงเรื่องความปลอดภัย

“ที่ผ่านมา ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบและทำให้นักท่องเที่ยวหายไป ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการในห่วงโซ่ภาคการท่องเที่ยว หากกฎหมานนี้ ออกมาทันช่วงไฮซีซั่น ทำให้เงินสะพัดช่วงปลายปีดีขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน”

**“สง่า เรืองวัฒนกุล”

นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร**

กฎหมายใหม่ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นว่า จะออกมาดีอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ไม่สามารถขายและดื่มได้ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถซื้อในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากปลดล็อกช่วง เวลาดังกล่าว ให้สามารถขายได้ ก็ไม่ต้องรอจนถึงเวลา 17.00 น. อยากดื่มก็เดินไปซื้อกินได้ทันที ขณะที่ร้านอาหารสามารถขายต่อเนื่องไม่ต้องสะดุดในช่วงเวลาที่ห้ามขาย

“แหล่งท่องเที่ยวอย่างข้าวสาร ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวช่วงเช้ากลับมาถึงโรงแรมช่วงบ่าย สามารถดื่มได้เลย คาดว่า จะช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 30% โดยเฉพาะในอดีต เซเว่น โลตัส แมคโคร บิ๊กซี ก็ไม่สามารถขายได้ แต่ตอนนี้ ปลดล็อกให้ร้านค้าเหล้านี้ ขายแอลกอฮอล์ได้แล้ว”

ส่วนในภาคการท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้ช่วยให้ยอดขายเพิ่มมากนัก เพราะในพื้นที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเป็นพื้นที่โซนนิ่งที่สามารถขายได้อยู่แล้ว และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ได้สร้างภาระอะไรให้สังคมไทย

อย่างไรก็ตาม จากการขยายเวลาขยายเวลานั่งดื่มต่อเนื่อง ไม่เกินเวลา 01.00 น. นั้น ยังไม่เห็นด้วย เพราะสิ่งที่เสนอไปคือ อยากให้สามารถซื้อ-ขาย ได้ถึงเวลา 02.00 น. เป็นเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ผ่านระบบออนไลน์ด้วย

เนื่องจากกฎหมายควบคุมเยาวชน ห้ามขายให้เด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี มีอยู่แล้ว ใครฝ่าฝืนก็จับปรับ และคงไม่มีใครกล้าทำอยู่แล้ว หากข้อกฎหมายเข้มงวด ซึ่งในมุมมองผู้ประกอบการอยากให้ปลดล็อกด้วยเช่นกัน เชื่อว่า หลังจากการทดลองปลดล็อกเวลาขายเหล้าและขยายเวลานั่งหลัวเที่ยงคืน 6 เดือน หลังจากนี้ จะมีการแก้กฎหมายเก่าที่ล้าหลัง

“อยากให้รัฐบาลออกใบอนุญาตให้ถูกต้อง เพื่อให้จัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ไม่ใช่ออกใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ยากแล้วมาเรียกเก็บใต้โต๊ะ ซึ่งล่าสุดมีผู้ประกอบการแถวจังหวัดปทุมธานี ร้องเรียนมาที่สมาคมให้ช่วยหาวิธีเจรจากับกรมสรรพสามิตให้สามารถค้าขายได้ แต่ตอนนี้ สรรพสามิตไม่ยอมออกใบอนุญาตฯ ให้ถูกต้อง เพื่อจะเรียกรับใต้โต๊ะ ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้นอยากให้ทำให้ถูกต้อง”

**“สรเทพ โรจน์พจนารัช”

ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย**

ขอขอบคุณคณะรัฐบาลชุดนี้ ที่เข้าใจสถานการณ์และบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน ขอชื่นชมในด้านวิสัยทัศน์และการเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าหลังโดยเฉพาะเป็นคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี ทางชมรมฯ ได้เรียกร้องหลายครั้งว่า ไทยเปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก รวมถึงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะปัจจุบัน ซึ่งการแข่งขันการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศสูงมากและยิ่งปลายปี ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น จะมีนักท่องเที่ยวกำลังเลือกที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ หากปลดล็อกคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับนี้ไปได้ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับกลุ่มภาคธุรกิจร้านอาหารให้สามารถเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยสามารถเติบโตได้ในปีนี้และปีหน้า รวมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย เพราะทุกวันนี้ ต่างชาติเมื่อเข้าไปร้านอาหารวัตถุประสงค์หลักไม่ใช่เข้าไปดื่มแอลกอฮอล์ แต่อยากเข้าไปนั่งรับประทานอาหารไทยมากกว่า

นักท่องเที่ยวเหล่านี้ ต้องการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาทานควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารด้วย พอกฎหมายห้ามขายในช่วงเวลาที่กำหนด นักท่องเที่ยวตัดสินใจ ไม่เข้าร้านในช่วง 14.00–17.00 น. แต่จะเข้าร้านอีกครั้งช่วงเย็น ทำให้ช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ร้านอาหารจะเงียบเหงา และยังสร้างความมึนงง และไม่เป็นมาตรฐานสากลให้กับนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก

“แต่ระหว่างที่รอคำสั่งนายกประกาศ 15 วันนี้ จะเกิดสุญญากาศกระทบกับนักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศบ้าง แต่อาจจะกระทบใหญ่กับการตัดสินเลือกมาเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ระหว่างเลือกที่จะมาพอสมควร”

**“ฐนิวรรณ กุลมงคล”

นายกสมาคมภัตตาคารไทย**

ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติฉบับใหม่ ที่อนุญาตให้สามารถดื่มและขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งเวลา 11.00-24.00 น. จะช่วยส่งเสริมบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยในช่วงวันหยุดยาวให้มีความคึกคักมากขึ้น เพราะในช่วงดังกล่าวคนไทยส่วนใหญ่จะไปเที่ยวกับครอบครัวและสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหลื่อมเวลา ในช่วง 14.00-17.00 น.
ขณะที่ช่วงวันธรรมดาไม่ได้ทำให้ร้านอาหารขายได้มากขึ้น เพราะรายได้จากเหล้า และเบียร์ คิดเป็นสัดส่วนจากยอดขายในร้านอาหารทั้งหมดเพียงแค่ 20% ส่วนที่เหลือเป็นยอดขายจากอาหาร

“ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะให้เปิดขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไหนก็ได้ เพราะกังวลเครื่องความปลอดภัย ซึ่งอยากให้อนุญาตให้ขายและดื่มได้ในร้านอาหาร สถานบริการ โรงแรม ที่ได้รับใบอนุญาตมากกว่า”

**“เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์”

นายกสมาคมโรงแรมไทย**

กฎหมายฉบับใหม่ที่ปลดล็อกเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 14.00-17.00 น. ถือว่าเป็นผลดีแต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมาก เพราะช่วงนี้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น แต่ก็ถือว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวเมื่อปลดล็อกช่วงเวลาที่เป็นฟันหลอ และทำให้ท่องเที่ยวยุโรปที่มีวัฒนธรรมการดื่มแฮปปี้ เนื่องจากไม่มีปัจจัยเชิงลบที่จะมากระทบท่องเที่ยว แต่ไม่ถึงขั้นกับบูสต์ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น เพราะนักท่องส่วนใหญ่วางแผนในการเดินทางมาท่องเที่ยวอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี กรณีมีสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักที่เป็นประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยว นำเสนอข่าวช่วงเวลาขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น มองว่าไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวไทย เพราะกฎหมายฉบับเดิมก็เป็นอยู่ ขณะที่อัตราการจองห้องพักในช่วงเดือนพ.ย. ไปจนถึงช่วงเคาท์ดาวน์ปีใหม่ ดีกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่วนภาพรวมการจองห้องพักตลอดทั้งปีน้องกว่าปีก่อน

“ส่วนในช่วงเคาท์ดาวน์ปีใหม่เป็นช่วงที่ดีที่สุดของเมืองไทยอยู่แล้ว คาดว่าอัตราการจองห้องพักในช่วงเคาท์ดาวน์ แต่ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าสามารถจัดงานรื่นเริงได้มากขนาดไหน และหลายหน่วยงานราชการต้องขออนุญาตการจัดงานกัน ดังนั้นอาจจะมีผลกับนักท่องเที่ยวระยะใกล้ที่อาจจะนกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวได้ เพราะยังไม่มีความชัดเจน”

บทสรุปของ พ.ร.บ.ดังกล่าว เกิดจากแนวความคิดที่ต้องการปรับปรุงกฎหมายสุราพ.ศ. 2551 ในฉบับเก่าให้ทันสมัยมากขึ้น จากเดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาสังคม ตระหนักถึงพิษภัยของการดื่มสุรา ขณะที่กฎหมายใหม่ภายใต้สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กฎหมายที่ประกาศใช้ เกิดช่องโหว่มากมาย รวมถึงยังสร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากในอนาคต ยังไม่มีบทสรุปชัดเจน กฎหมายฉบับใหม่นี้ จะส่งผลกระทบกับภาคท่องเที่ยวอย่างแน่นอน…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...