โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. เผย WFH ได้ผล! รถน้อยลง 8.5% ช่วยลดฝุ่น PM2.5

The Reporters

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 10.17 น.

กทม. รายงาน 10 มาตรการคุมฝุ่น WFH ได้ผล! รถน้อยลง 8.5% ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ในช่วงอากาศปิด ก่อนซีเกมส์เปิดฉาก

วันนี้ (8 ธ.ค. 68) เวลา 11.00 น. รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคกลาง โดยมี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตดุสิต และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

รศ.ทวิดา รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตาม 10 มาตรการยกระดับพื้นที่ควบคุมมลพิษของกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย 3 มาตรการด้านยานพาหนะ 3 มาตรการด้านแหล่งกำเนิดอื่น และ 4 มาตรการด้านการป้องกันสุขภาพ พร้อมทั้งรายงานมาตรการเข้มข้นที่ดำเนินการระหว่างวันที่ 5–7 ธ.ค. 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราการระบายอากาศต่ำ รวมถึงวันที่ 9 ธ.ค. 2568 ซึ่งมีงานเปิดการแข่งขันซีเกมส์ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่น PM2.5

กรุงเทพมหานครได้ประกาศ ขอความร่วมมือ Work From Home (WFH) ในวันที่ 4 ธ.ค. 2568 โดยให้หน่วยงานที่สามารถปรับรูปแบบการทำงานได้ ใช้ระบบทำงานจากบ้านแบบไม่บังคับ ส่วนหน่วยงานที่ต้องให้บริการประชาชนยังคงปฏิบัติงานตามปกติ ซึ่งผลการดำเนินมาตรการ WFH มีหน่วยงานเข้าร่วม: 370 แห่ง ผู้เข้าร่วม: 211,841 คน ทำให้ปริมาณรถยนต์สัญจรเฉลี่ยบนท้องถนนต่อชั่วโมง ลดลง 8.5%

รศ.ทวิดา ระบุว่า มาตรการดังกล่าวช่วยลดค่าฝุ่นละอองและลดการสะสมของ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างมีนัยสำคัญในช่วงสภาพอากาศปิด

การประชุมยังมีการรายงานความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัดนครปฐม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงสาธารณสุข กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA

ประธานการประชุมเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการทำงานเชิงรุกและเชิงลึกของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการเตือนเฉพาะช่วงฤดูฝุ่น พร้อมกำชับให้กรมควบคุมมลพิษประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร GISTDA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการส่งต่อข้อมูลเตือนภัยให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ประธานการประชุมยังเน้นย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ปัญหาการเผาอ้อยและชีวมวลให้เข้มงวดมากขึ้น มุ่งสู่เป้าหมายการเผาเป็นศูนย์ (0%) พร้อมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับหน่วยงานท้องถิ่นลดปัญหาไฟป่า และรายงานสถานการณ์ต่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุ ความถี่ และตรวจสอบว่ามีการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากไฟป่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...