โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระพันปีหลวงกับการพัฒนา “การศึกษาไทย” เพื่อโอกาสที่เท่าเทียม

Dek-D.com

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 08.10 น. • DEK-D.com
พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่คนไทยทุกวัย ตั้งแต่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จนถึงศูนย์ศิลปาชีพทั่วประเทศ

พระพันปีหลวงกับการพัฒนา “การศึกษาไทย” ตั้งแต่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จนถึงศูนย์ศิลปาชีพทั่วประเทศ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่ายิ่งในด้าน “การศึกษา”อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและประเทศชาติ พระองค์ทรงเห็นว่าการศึกษาต้องเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท มีฐานะดีหรือยากจน และต้องเป็น “การเรียนรู้เพื่อชีวิต” ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี

"การพัฒนาคนเป็นสิ่งสำคัญเท่ากับชาติ ถ้าไม่พยายามพัฒนาคน ให้อยู่ในสภาพที่อยู่ดีกินดี มีการศึกษา และอาชีพ คนก็ไม่สามารถพัฒนาชาติให้เจริญได้ การพัฒนาคนจึงเท่ากับการพัฒนาประเทศ

ถ้าใครมีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้สูงสุดแค่ไหน ก็ให้เขาเรียนไปจนถึงที่สุด แต่คำว่าการศึกษานั้น ไม่จำเป็นว่าต้องอยู่ในโรงเรียนเสมอไป ยังมีทางเลือกอีกหลายทาง ทั้งสายอาชีพ ทั้งการอบรม โดยผู้เชี่ยวชาญต่างๆ รวมทั้งการฝึกงานในโครงการศิลปาชีพ"

(แนวพระราชดำริพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒)

พระวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา

พระองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในฐานะเครื่องมือแห่งการพัฒนาประเทศมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระราชดำริของพระองค์มิได้จำกัดเพียงการเรียนในระบบโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” และ “การเรียนรู้จากวิถีชีวิตจริง” เพื่อให้คนไทยมีทั้งความรู้ ทักษะ และคุณธรรมควบคู่กันอีกด้วย

โดยจุดเริ่มต้นของพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาของพระองค์เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นรัชกาลที่ 9 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ และทรงพบว่าเด็กในชนบทจำนวนมากขาดโอกาสทางการศึกษา พระองค์จึงทรงพระกรุณาให้ทุนการศึกษาแก่เด็กยากจนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาอย่างเป็นทางการ

พระราชกรณียกิจและโครงการสำคัญด้านการศึกษา

1. ห้องสมุด “ศาลารวมใจ”

พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “ห้องสมุดศาลารวมใจ” ขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2519
โดยมีพระราชดำริให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย ไม่จำกัดเฉพาะนักเรียนหรือนักศึกษา
แต่รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

ภายในห้องสมุดมีหนังสือหลากหลายประเภท เช่น

  • หนังสือเกษตรกรรมพื้นฐาน การปลูกผัก การเลี้ยงสัตว์
  • คู่มือการประกอบอาชีพและการฝึกหัตถกรรม
  • หนังสือวรรณกรรมไทย นวนิยาย และสารคดี
  • หนังสือภาพสำหรับผู้ที่อ่านหนังสือไม่คล่อง

พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้ห้องสมุดเหล่านี้ “เป็นศูนย์รวมใจของชุมชน” ไม่เพียงแต่ให้คนเข้ามาอ่านหนังสือเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ครู นักเรียน และประชาชนมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่และสกลนคร มีการใช้ห้องสมุดศาลารวมใจเป็นห้องเรียนเสริมสำหรับเด็กชนบท และในบางพื้นที่ยังจัดกิจกรรมอ่านหนังสือเสียงให้ผู้สูงอายุและผู้พิการทางสายตาอีกด้วย ห้องสมุดศาลารวมใจจึงเป็นพระราชกรณียกิจที่สะท้อนแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างแท้จริง

2. โครงการนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์

พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเด็กจากครอบครัวยากจน ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้มีความสามารถทางการเรียนไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อให้ได้เรียนต่อจนถึงระดับสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เยาวชนจำนวนมากได้รับทุนให้เข้าศึกษาในโรงเรียนคุณภาพ เช่น

  • โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนตัวอย่างภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ เน้นทั้งวิชาการและอาชีพ
  • โรงเรียนราชประชานุเคราะห์เช่น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดพิษณุโลก
  • ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและศูนย์ศิลปาชีพภาคต่าง ๆ ที่เปิดสอนงานหัตถกรรม การเกษตร และศิลปะพื้นบ้าน
  • โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ และ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพสำหรับนักเรียนพิการทางการได้ยินหรือการมองเห็น

3. การส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือและการพัฒนาเยาวชน

พระองค์ทรงตระหนักว่า “การศึกษาที่ดีไม่อาจแยกจากการปลูกฝังคุณธรรมและระเบียบวินัย” จึงทรงสนับสนุนการดำเนินงานขององค์การลูกเสือแห่งชาติและลูกเสือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยทรงเห็นว่า กิจกรรมลูกเสือเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้มีความกล้าหาญ เสียสละ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น และเคารพในกฎระเบียบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม

ตัวอย่างเช่น

  • ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดค่ายลูกเสือชาวบ้านหลายจังหวัด เพื่อทรงให้กำลังใจและมอบโอวาทแก่เยาวชน
  • ทรงสนับสนุนให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์และโรงเรียนจิตรลดา บรรจุกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารีเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร เพื่อพัฒนาเด็กให้มีจิตสาธารณะและระเบียบวินัย
  • มีโครงการลูกเสือชาวบ้านเพื่อชุมชนที่พระองค์ทรงให้การสนับสนุน โดยให้เยาวชนและชาวบ้านช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน เช่น ปลูกต้นไม้ สร้างฝาย หรือบำเพ็ญประโยชน์ในโรงเรียน

กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เยาวชนไทยเติบโตขึ้นพร้อมทั้งความรู้และคุณธรรม และยังเป็นพื้นฐานของการพัฒนาพลเมืองที่ดีของชาติตามแนวพระราชดำริของพระองค์

4. การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและการศึกษาอาชีพ

อีกหนึ่งพระราชกรณียกิจที่โดดเด่นคือการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งพระองค์ทรงริเริ่มผ่านโครงการศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โครงการนี้เริ่มต้นจากพระราชดำริในช่วงปี พ.ศ. 2519 หลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังภาคอีสาน และทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านในชนบทจำนวนมากขาดอาชีพที่มั่นคง จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ฝึกงานหัตถกรรมขึ้น เพื่อให้ราษฎรได้เรียนรู้และมีอาชีพเสริมรายได้

ตัวอย่างเช่น

  • ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นแหล่งฝึกอาชีพทอผ้าไหม จักสาน และงานปักผ้า ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและแม่บ้านเข้ามาเรียนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร สอนการทอผ้าไหมแพรวาและย้อมคราม ซึ่งต่อมากลายเป็นสินค้าชุมชนระดับประเทศ
  • ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดนราธิวาสถ่ายทอดภูมิปัญญาการแกะสลักไม้และทำเครื่องประดับพื้นเมือง

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงส่งเสริมให้โรงเรียนในท้องถิ่นเชื่อมโยงการเรียนรู้กับศูนย์ศิลปาชีพ เช่น นักเรียนได้มาฝึกงานจริงในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อเรียนรู้ทักษะอาชีพและการบริหารงานชุมชน ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างอาชีพและรายได้ แต่พระราชกรณียกิจด้านนี้ยังช่วยอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ดำรงอยู่ในรูปแบบของการเรียนรู้ร่วมสมัย เป็นตัวอย่างชัดเจนของการศึกษาควบคู่การพัฒนาอาชีพที่ทรงริเริ่มไว้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...