BBGI โชว์กำไร Q3/68 พุ่ง 335% แรงหนุนยอดขายเอทานอล-คุมต้นทุนดี
BBGI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี2568 กำไรสุทธิ94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 335% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า QoQ และ 883% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากธุรกิจเอทานอล บริหารต้นทุนไบโอดีเซล ( B100 )และราคาขายกลีเซอรีนเพิ่มขึ้น
6 พฤศจิกายน 2568 - นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGIระบุว่า ความสามารถในการสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งนี้ เป็นการสะท้อนถึงทิศทางการเติบโตที่มั่นคงของบริษัท ภายใต้สภาวะความไม่แน่นอนของตลาด และแม้จะเผชิญกับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐในการปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B5
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ของ BBGI แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตอย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังนี้ :
- กำไรสุทธิ: 94ล้านบาท
- การเติบโตQoQ: 335%
- การเติบโต YoY: 883%
- ยอดขายรวม: 4,363 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น15% QoQ แต่ลดลง 19% YoY)
นายเดชพนต์ ชี้แจงว่า ยอดขายรวมที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน YoY มีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของนโยบายพลังงานของภาครัฐ ที่ปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B5ซึ่งส่งผลให้ปริมาณความต้องการ B100ในประเทศลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยมและการเติบโตของธุรกิจเอทานอล
- ธุรกิจเอทานอล : สามารถเพิ่มปริมาณการจำหน่ายและรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรในระดับสูงได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการประหยัดจากขนาด Economies of Scale และหนุนให้มาร์จิ้นของธุรกิจปรับตัวดีขึ้น
- ธุรกิจไบโอดีเซล B100 : นอกเหนือจากการควบคุมต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ บริษัทได้รับอานิสงส์จากราคาขายของผลพลอยได้ (By-product) คือ กลีเซอรีน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิของธุรกิจ
ความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องของ BBGI ได้รับการยืนยันจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ:
- อันดับเครดิตองค์กร: TRIS Rating คงอันดับเครดิตที่ระดับ “A”
- แนวโน้มอันดับเครดิต: “Stable” (คงที่)
- การคงอันดับเครดิตในระดับสูงนี้ สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของ BBGI ในตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพของประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งความต้องการใช้ภายในกลุ่มบริษัทบางจาก และความมั่นคงด้านแหล่งวัตถุดิบจากผู้ถือหุ้นหลัก
นอกจากมิติด้านการเงินแล้วBBGI ยังให้ความสำคัญกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน :
- ESG Focus: บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)
การประเมิน CGR ได้รับการประเมินในระดับ “ดีเลิศ” หรือ 5 ดาว จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย IOD ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งตอกย้ำถึงความโปร่งใสและการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาลในระยะยาว
การดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลัก ESG และความมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายพลังงานโลก