โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดลบ 398.70 จุด นลท.เทขายหุ้นเทคฯ – กังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ

efinanceThai

เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 00.46 น.

ดาวโจนส์ปิดลบ 398.70 จุด นลท.เทขายหุ้นเทคฯ กังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 พ.ย. 68 7:46: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบในวันพฤหัสบดี (6 พ.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 398.70 จุด เนื่องจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีกลับมาอีกรอบ หลังนักลงทุนวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและความกังวลว่า มูลค่าหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกผลักดันให้สูงเกินจริง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 46,913.65 จุด ลดลง 398.70 จุด หรือ 0.84% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,720.38 จุด ลดลง 75.91 จุด หรือ 1.12% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 23,053.99 จุด ลดลง 445.80 จุด หรือ 1.90%

ดัชนีหลักทั้ง 3 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงทั้งหมด โดยแรงซื้อขายเสี่ยงลดลงจากความวิตกกังวลว่า ราคาหุ้นในปัจจุบันตึงตัวเกินไป หลังปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม AI เป็นสำคัญ โดยดัชนีชิปเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย ร่วงลง 2.4% สะท้อนแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีที่เคยเป็นหัวใจสำคัญของการดีดตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ของวอลล์สตรีทในช่วงที่ผ่านมา

พอล โนลเต (Paul Nolte) ที่ปรึกษาการลงทุนอาวุโสจาก Murphy & Sylvest กล่าวว่า มูลค่าหุ้นยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลในระยะยาว แต่โดยรวมตลาดยังเป็นขาขึ้นอยู่ พร้อมเสริมว่า ต้นสัปดาห์เราลดลงราว 1-1.5% แต่วันถัดมาก็เด้งกลับขึ้นมา 0.8% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังคงมีพฤติกรรมซื้อเมื่อย่อตัวอยู่

นักลงทุนต้องเผชิญกับการขาดข้อมูลเศรษฐกิจจากภาครัฐ เนื่องจากภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินอยู่ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องประเมินแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยอิงข้อมูลจากภาคเอกชนแทน รายงานจากบริษัทจัดหางานระดับบริหาร Challenger, Gray & Christmas ระบุว่า การปลดพนักงานในเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 183.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยสาเหตุหลักมาจากการลดต้นทุนและการปรับโครงสร้างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ AI

ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์แรงงาน Revelio Labs ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการปลดพนักงาน 9,100 ตำแหน่งในเดือนเดียว โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาครัฐ

ไมเคิล กรีน (Michael Green) หัวหน้านักกลยุทธ์ของ Simplify Asset Management กล่าวว่า รายงานตัวเลขการปลดพนักงานจาก Challenger สะท้อนว่าตลาดแรงงานอาจอ่อนแอกว่าที่เฟดรับรู้ ซึ่งส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.

ขณะเดียวกัน ศาลสูงสหรัฐฯ ได้เริ่มพิจารณาคดีว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นการใช้อำนาจประธานาธิบดีเกินขอบเขตหรือไม่

ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 พบว่าหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ร่วงแรงที่สุด 2.5% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงาน เป็นกลุ่มเดียวที่ปิดในแดนบวก

ข้อมูลล่าสุดจาก LSEG บ่งชี้ว่า ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทในดัชนี S&P 500 ใกล้สิ้นสุดลง โดยพบว่ามี 424 บริษัทที่รายงานผลแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้ 83% มีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของบริษัทในดัชนีจะเติบโต 16.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากประมาณการเดิมที่ 8% เมื่อต้นไตรมาส

ด้านความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัว พบว่าหุ้น DoorDash ร่วงหนัก 17.5% หลังรายงานกำไรไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจากต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่วนหุ้นผู้ผลิตเครื่องสำอาง Elf Beauty ดิ่งลงถึง 35% หลังคาดการณ์รายได้และกำไรประจำปีต่ำกว่าคาดการณ์ ขณะที่หุ้น Snap พุ่งขึ้น 9.7% หลังรายได้ไตรมาส 3 สูงกว่าคาดและประกาศความร่วมมือกับบริษัท Perplexity AI

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...