“รมว.นฤมล” นำ ศธ.จับมือ ยูเนสโก ยกระดับ “การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม” ดัน อาชีวะสีเขียว 433 แห่ง พร้อมเปิดเวทีแข่งขันไอเดียเยาวชน
“รมว.นฤมล” นำ ศธ.จับมือ ยูเนสโก ยกระดับ “การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม” ดัน อาชีวะสีเขียว 433 แห่ง พร้อมเปิดเวทีแข่งขันไอเดียเยาวชน พัฒนาครู–นักเรียนด้านดิจิทัลและ AI
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือความร่วมมือการยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม (Greening Education) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาไทย ร่วมกับ นางสาวซูฮย็อน คิม (Ms. Soohyun Kim) ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกกรุงเทพฯ (UNESCO Bangkok) ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญของเรื่องศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Greening Educationง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนสถานศึกษาอาชีวะสีเขียว (Green TVET) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยขณะนี้มีความพร้อมอย่างมาก มีศูนย์การเรียนรู้และสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 433 แห่ง และได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รองรับเรียบร้อยแล้ว
"เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง ศธ. และ UNESCO มีแนวคิดที่จะจัดการแข่งขัน (Competition) เพื่อระดมไอเดียด้านสิ่งแวดล้อม (Green ideas) จากกลุ่มนักเรียนและเยาวชนโดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เป็นผู้คิดและเสนอแนวทางปฏิบัติด้วยตนเอง แทนที่จะเป็นการรับนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้เยาวชนรู้สึกเป็นเจ้าของและมีความตระหนักรู้ในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง"
ศ.ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) ศธ. ได้เตรียมเสนอโครงการส่งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานยูเนสโก ทั้งที่สำนักงานกรุงเทพฯ และที่กรุงปารีส เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้เรียนรู้ระบบงานระดับสากลและนำกลับมาพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ยังได้หารือความร่วมมือในการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลและ AI (AI Competency) ให้กับทั้งครูและนักเรียน ให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงความร่วมมือด้าน Ocean Literacy เพื่อสร้างองค์ความรู้เรื่องทรัพยากรทางทะเลแก่เยาวชนอีกด้วย
ด้าน นางสาวซูฮย็อน คิม กล่าวชื่นชมและขานรับวิสัยทัศน์ของไทยในทุกประเด็น โดยเฉพาะโมเดล Green TVET ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติจริง พร้อมยินดีสนับสนุนไทยผ่านโครงการ Global Skills Academy เพื่อพัฒนาทักษะครูด้าน AI และตอบรับข้อเสนอโครงการ Secondment ที่จะเปิดรับบุคลากรไทยไปร่วมงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงวาระสำคัญในปี 2026 ที่ความสัมพันธ์ไทย-ยูเนสโก จะครบรอบ 65 ปี โดยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้การสนับสนุนงานของยูเนสโกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ประเทศไทยมีเมืองสมาชิกใหม่ในเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning Cities) ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เข้มแข็งของไทยในเวทีการศึกษาโลก