‘ศุภจี’ นำทีมธุรกิจบุกอินเดีย หาช่องเจาะตลาดทุเรียน-อีคอมเมิร์ซ
การส่งออกไทยในปี 2569 กำลังเผชิญความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในหรือภายนอก โดยมีโอกาสที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของภาษีตอบโต้การค้าของสหรัฐอเมริกาที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เป็นภารกิจหนักสำหรับหน่วยงานอย่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นหัวเรือสำคัญในการช่วยส่งเสริม และสนับสนุน ผลักดันการค้า การส่งออก รวมไปถึงลดปัญหาอุปสรรค เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางรายได้และการส่งออกของไทยในปีนี้
ล่าสุด ระหว่างวันที่ 7-9 มกราคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชนอุตสาหกรรมก่อสร้าง บุกตลาดอินดีย ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายที่จะสร้างโอกาสการค้า การส่งออกสินค้าของไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกที่นำคณะในการสร้างโอกาสทางการค้า และพร้อมที่จะหาโอกาสและตลาดใหม่ ๆ เพิ่มเติมในปีนี้อย่างเต็มที่
แนะไทยเป็นห่วงโซ่กลุ่มก่อสร้าง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการเยือนครั้งนี้ว่า อินเดียถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของตลาดส่งออกไทย นอกจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโต ประชากรชนชั้นกลางของอินเดียมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น คาดว่าภายในระยะ 9-10 ปีจากนี้ จำนวนประชากรกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้น 800-900 ล้านคน จากปัจจุบันอยู่ที่ 500 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่มีรายได้และต้องการในการบริโภคสินค้าที่อยู่อาศัย จึงทำให้ประเทศไทยเล็งเห็นโอกาสในการเข้าไปทำตลาด โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะจะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างของอินเดียมีการเติบโตอย่างมาก และผู้ประกอบการไทยเองก็มีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมในเรื่องนี้
โดยสามารถที่จะเข้าไปสร้างโอกาสเป็นห่วงโซ่การผลิต หรือซัพพลายเชนให้กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในครั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้นำคณะผู้ประกอบการไทยในกลุ่มก่อสร้างประมาณ 20 ราย มาเปิดเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการอินเดีย 20 ราย ซึ่งภายหลังจากการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ทำให้เกิดมูลค่ารายได้ครั้งนี้ประมาณ 100 ล้านบาทภายใน 1 ปี และยังสามารถสร้างการต่อยอดทางธุรกิจได้อีกภายในอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ดี ยังมีกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจและมีความหลากหลายที่จะทำ เพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยในตลาดอินเดีย
“ผู้ประกอบการไทยที่ร่วมจับคู่ธุรกิจการค้า เช่น กลุ่มวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ วัสดุก่อสร้างจากยางพารา ผลิตภัณฑ์ไม้สำหรับปูพื้น ผนัง และประตู เคหะสิ่งทอ ระบบทำความเย็นและความร้อนประหยัดพลังงาน พลังงานแสงอาทิตย์ เฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงแรม รวมถึงอุปกรณ์และระบบด้านสุขภาพ โดยมีผู้ประกอบการอินเดียมาจากกลุ่มของสมาคม CREDAI, Maharashtra Chamber of Housing Industry (CREDAI-MCHI) และสมาพันธ์อุตสาหกรรมแห่งอินเดีย (Confederation of Indian Industry: CII)”
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าติดตาม คือ อินเดียให้ความสำคัญเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีการเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่ออนาคต ซึ่งจะเป็นโอกาสของไทย ที่จะสามารถเข้าเจาะตลาดเป้าหมายในเรื่องนี้ได้ เพราะล่าสุดเองภาคเอกชนไทย โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TBCSD) เข้าหารือร่วมกับ Confederation of Real Estate Developers’ Associations of India (CREDAI) และสมาพันธ์อุตสาหกรรมแห่งอินเดีย (Confederation of Indian Industry: CII) เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านมาตรฐานสินค้าฉลากเขียวและการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนด้วย
หาช่องส่งออกทุเรียนเข้าอินเดีย
นางศุภจี ยังระบุอีกว่า นอกจากนำคณะเอกชนจับคู่ธุรกิจแล้ว ยังได้ร่วมหารือกับภาคเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนและดำเนินธุรกิจในอินเดีย อาทิ ไทยออยล์, GPSC, SCG, CPF, CP, และ Shera ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ในการรับฟังปัญหาและโอกาสจากภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนให้สอดคล้องกับสภาพตลาดจริง และจากผลการหารือทำให้รับรู้ถึงปัญหาของนักลงทุนที่กำลังเผชิญและต้องการให้หน่วยงานของภาครัฐในการช่วยเหลือหรือลดปัญหา อุปสรรค ให้การค้า การส่งออกสินค้าไทยในตลาดอินเดียมีโอกาสเพิ่มขึ้น
“ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่เราได้รับฟังจากนักลงทุนไทย คือ เรื่องของการตรวจรับรองมาตรฐานภายใต้ Bureau of Indian Standards (BIS) ซึ่งมีกระบวนการที่ละเอียด รัดกุม ในบางกรณีอาจส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันไม่สามารถเดินหน้าไปได้เต็มศักยภาพ หรือแม้กระทั่งโอกาสการส่งออกผัก ผลไม้ เช่น ทุเรียนไทยในอินเดีย ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะไทยยังไม่สามารถส่งออกทุเรียนมาอินเดียได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องของมาตรฐาน รับรองสินค้าไทย
ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ จะพยายามประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอินเดีย ผ่านช่องทางของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเครือข่ายของทูตพาณิชย์ เพื่อสร้างความเข้าใจและเอื้ออำนวยต่อการเชื่อมโยงการผลิตระหว่างกันได้”
อีกทั้ง เรื่องของการลงทุนเปิดโรงงาน ซึ่งเปิดได้แต่ยังไม่สามารถผลิตสินค้าเพื่อขายและจำหน่ายได้ ก็เป็นอีกเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์อาจจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถอำนวยความสะดวก และการหารือก็อาจจะต้องเป็นระดับรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งก็คาดหวังว่าในอนาคตจะเกิดการเจรจาผลักดันให้เกิดขึ้นได้
หารือ TATA กรุ๊ปหาช่องผนึก
นอกจากนี้ทางคณะยังได้มีโอกาสในการหารือกับผู้บริหารเครือ TATA Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของอินเดียที่มีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมแทบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ การหารือครั้งนี้จึงมุ่งหมายที่จะหา “โมเดลความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม” เพื่อเชื่อมภาคเอกชนไทยเข้ากับเครือข่ายและแพลตฟอร์มของ TATA Group โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่เป็น แพลตฟอร์มกลาง ร่วมกับภาคเอกชน องค์กรภาคธุรกิจ และทูตพาณิชย์ ในการจับคู่ดีมานด์-ซัพพลายให้ตรงจุด
“เรามาเจอกันเพื่อหาลู่ทางว่าไทยจะเข้าไปเป็น ‘จิ๊กซอว์’ ในจุดใดของ TATA Group ได้บ้าง ทั้งด้านอีคอมเมิร์ซ วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมเป็นตัวกลางให้เอกชนไทยได้เชื่อมต่อกับคีย์เพลเยอร์ของอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก”
ในส่วนของสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยอินเดียมองสินค้าไทยเป็นสินค้าพรีเมี่ยม จึงมีแนวทางที่จะผลักดันสินค้าให้ TATA Group โดยเฉพาะ TATA CLiQ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเครือ พิจารณานำสินค้าไทย อาทิ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย และของตกแต่งบ้าน ไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อขยายการรับรู้และสร้างความต้องการในตลาดอินเดีย ซึ่งก็ให้ความสนใจงานฝีมือไทย ที่สามาถนำไปใช้เป็นเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่งบ้าน ซึ่งก็จะพยายามผลักดันความร่วมมือนี้ให้เกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี อินเดีย เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 4 ของไทย สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปอินเดีย อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากอินเดีย อาทิ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เป็นต้น ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ที่อินเดียเร่งสร้างโอกาสและขยายตลาดสินค้าไทยในอินเดีย ซึ่งก็คาดหวังว่าการส่งออกไทยไปอินเดียปีนี้จะขยายตัวใกล้เคียงหรือมากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งก็จะสร้างโอกาสให้การส่งออกภาพรวมของไทยได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศุภจี’ นำทีมธุรกิจบุกอินเดีย หาช่องเจาะตลาดทุเรียน-อีคอมเมิร์ซ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net