ตลท.ประกาศชัด ทำงานแบบดุดันเร่งจำกัดปัญหาซ้ำซากในหุ้นไทย
จากปัญหาที่ยังเกิดขึ้นซ้ำซากในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในเรื่องการโกงหุ้นนับตั้งแต่คดีหุ้นมอร์ สตาร์ค หมอบุญ เจเคเอ็น หรือกระทั่งเป็นที่โจษจันกันว่าเป็นแหล่งฟอกเงินสีเทานั้น ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ภาพลักษณ์ของตลาดหุ้นไทยติดลบในสายตานักลงทุนอย่างหนัก
กระทั่งล่าสุด ความคืบหน้าคดีทุจริตการซื้อขายหุ้นมอร์ เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 69 พนักงานอัยการได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวรวม3 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา ส่งฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ล่าสุดศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว 3 ผู้ต้องหาตระกูล "พรประภา"
ทางด้าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เองก็ได้ออกมาประกาศชัดว่า หลังจากนี้จะทำงานอย่าง “ดุดัน” ไม่เกรงใจใคร จะใช้อำนาจหน้าที่ที่มีจัดการกับบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ที่ทำผิดกฎเกณฑ์อย่างรวดเร็วทันใจ พร้อมแผนงานใน 3 ปี จากนี้ (69-71) ใน 3 กลยุทธ์หลัก คือ
1.รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น โดยดึงดูดเงินทุนต่างประเทศผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรจัดแคมเปญกระตุ้นผู้ลงทุนซื้อขาย พร้อมกับพัฒนาสินค้าใหม่ อาทิ คริปโทอีทีเอฟ บอนด์คอนเน็กซ์ และพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท ทั้งบอนด์ หุ้น กองทุนภาษี มาไว้ด้วยกันเพื่อเพิ่มความสะดวก และเตรียมจัดโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุน
นอกจากนี้จะทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการไอพีโอให้รวดเร็วขึ้นสำหรับดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ๆ เอสเอ็มอี สตาร์จอัพ เข้ามาเพิ่มเติม และสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงการจั๊มฟ์พลัสจากปี68 มีบจ.เข้าร่วมแล้วทั้งหมด 110 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมประมาณ 4 แสนล้านบาท และสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทธรรมมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนจากการจัดอบรมต่างๆ และใช้ตลาดทีเฟ็กซ์เพิ่มโอกาสการลงทุนจากสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น คริปโทฯ และทองคำซึ่งสามารถลงทุนได้ตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไป
2.ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต ร่วมกับพันธมิตรขยายการ รายงานข้อมูล คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในกลุ่ม บจ. รวมถึงซัพพลายเชนของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท และนำเอไอมาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร
3.เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน โดยยกระดับการบริการพัฒนาระบบเคลียร์ริ่งใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี70 และขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี