โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชําแหละนโยบายสิ่งแวดล้อมพรรคการเมือง เลือกตั้ง 69 ในยุคภัยพิบัติ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน ภัยพิบัติกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ คำถามคือในช่วงที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองที่จะได้บริหารประเทศ มีนโยบายอะไรรับมือกับปัญหาเหล่านี้บ้าง

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

ให้สัมภาษณ์ ฐานเศรษฐกิจ ว่า พรรคการเมืองมักไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมมากพอ โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว พรรคที่เน้นนโยบาย climate change มักไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งในอดีตทั้งในไทยและต่างประเทศ พรรคส่วนใหญ่เน้นปัญหาใกล้ตัว เช่น ความยากจน และปากท้องประชาชน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ปัญหาใกล้ตัวรุนแรงขึ้น ดังนั้น พรรคที่นำเสนอทั้งนโยบายปากท้องและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า บทเรียนจากเหตุการณ์หาดใหญ่ชี้ให้เห็นว่าพรรคการเมืองไม่อาจละเลยประเด็นนี้ได้

ไม่แปลกใจว่าพรรคมุ่งไปหาปัญหาที่ใกล้ตัวมาก ก็คือปัญหาความยากจน ปัญหาเรื่องการมีกิน มีใช้ แต่อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองที่นำเสนอ แม้จะเป็นปัญหาใกล้ตัวปัญหารอบด้าน แต่ปัญหา climate change มันจะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นใกล้ตัว มันแรงขึ้น เพราะฉะนั้นพรรคที่มีทั้ง 2 ด้าน ก็จะประสบความสำเร็จมากกว่าพรรคที่มีด้านเดียว

กลุ่มเป้าหมายที่พรรคการเมืองต้องจับตา

สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่ม Gen Y และ Gen Z กำลังตระหนักมากขึ้นว่า หากพรรคการเมืองไม่เสนอทางออกที่ชัดเจนด้านสิ่งแวดล้อม อนาคตของพวกเขาและลูกหลานอาจไร้ความหวัง

รศ.ดร.เสรี อธิบายว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่เหล่านี้มีความรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร จึงเข้าใจดีว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกัน นอกจากนี้ กลุ่ม Baby Boomer ที่เป็นพ่อแม่ปู่ย่าตายายก็เริ่มใส่ใจมากขึ้น เพราะห่วงอนาคตของลูกหลาน การมีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ดีและเป็นรูปธรรม จึงอาจกลายเป็น "ไพ่ตาย" สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้

อาจสามารถจะชี้เป็นชี้ตายได้ แต่ในบางกลุ่มคนที่ เรียนรู้ มีข้อมูล ประชาชนเริ่มรู้ว่า ถ้าพรรคการเมืองไม่นำเสนอทางออกให้ ลูกหลานของพวกเขาจะอยู่อย่างไร้อนาคต เพราะฉะนั้นมีบางกลุ่มที่มีองค์ความรู้ก็จะเป็นกลุ่มคนที่จะเลือก

5 เสาหลักที่พรรคการเมืองต้องมี

รศ.ดร.เสรี ได้เสนอแนวทาง 5 ด้านที่พรรคการเมืองควรนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง หากต้องการสร้างความน่าเชื่อถือด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม

เสาแรก คือระบบข้อมูลข่าวสารและคำเตือนที่ชัดเจน พรรคการเมืองต้องเปลี่ยนระบบการเตือนภัยจากแบบ "Hazard-based" ที่บอกแค่ว่าฝนจะตกหนักกี่เปอร์เซ็นต์ ไปเป็น "Impact-based" ที่บอกชัดเจนว่าน้ำจะท่วมสูงกี่เมตร กี่โมง เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทันท่วงที บทเรียนจากหาดใหญ่เน้นย้ำความสำคัญของเรื่องนี้อย่างชัดเจน

เสาที่สอง คือการสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นต่อความเป็นจริงด้านสภาพภูมิอากาศ ในยุคที่โลกต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส พรรคการเมืองต้องเสนอแนวทางให้เมืองที่เปราะบางสามารถยืดหยุ่นและอยู่รอดได้ ผ่านการสงวนรักษาธรรมชาติและพื้นที่ชุ่มน้ำ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Climate Reality Economy หรือ Resilient Cities

เสาที่สาม คือการปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ต้องประสานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อปรับมาตรฐานการออกแบบสะพาน ถนน และระบบระบายน้ำใหม่ เพราะมาตรฐานเดิมที่ใช้มานั้นไม่สามารถรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้อีกต่อไป

เสาที่สี่ คือกองทุนภัยพิบัติและการเยียวยาที่เป็นธรรม ต้องจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติเพื่อเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการของรัฐควรจ่ายเงินเข้ากองทุนมากขึ้น พร้อมทั้งต้องมีระบบการเยียวยาและชดเชยที่รวดเร็ว เป็นธรรม และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างจริงจัง

การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขต้องเสนอ กองทุนภัยพิบัติขึ้นมา ถ้าพรรคไหนไม่เสนอเท่ากับว่าถ้าล้าหลังมากเพราะว่าคนที่รับผลกระทบเหลื่อมล้ำเหลือเกิน เพราะฉะนั้นจะต้องกระจายความยุติธรรม ดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นสิ่งจำเป็น

เสาสุดท้าย คือกฎหมายที่ระบุว่าต้องดีกว่าเดิม กำหนดเป็นกฎหมายให้ชัดเจนว่า การฟื้นฟูหรือปฏิรูปผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานหลังเกิดภัยพิบัติ จะต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่กลับไปเท่าเดิม เพื่อให้สามารถรองรับวิกฤตในอนาคตที่จะรุนแรงกว่านี้

เรื่องผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน เรื่องถนน เรื่องช่องระบายน้ำไม่เคยบอกว่าทำให้ดีกว่าเดิม ยกอย่างน้ำท่วม แต่เราไม่เคยมีกฎหมายในเชิงว่าต้องรองรับอนาคตต้องดีกว่าเดิม เขียนเป็นกฎหมายไปเลย

นโยบายของพรรคการเมืองปัจจุบันเป็นอย่างไร

เมื่อวิเคราะห์นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีในปัจจุบัน รศ.ดร.เสรี ให้ความเห็นว่า นโยบายส่วนใหญ่ยังกว้างเกินไป ไม่ครอบคลุมทั้ง 5 เสาหลักที่กล่าวมา และขาดรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมพอที่จะนำไปปฏิบัติจริง บางพรรคเน้นเฉพาะปัญหาในพื้นที่ของตนเอง แต่ไม่ได้มองภาพรวมของประเทศ ยังไม่เห็นนโยบายที่กล้าตัดสินใจเรื่องอนาคตที่รุนแรง เช่น การพิจารณาย้ายเมืองสำหรับกรุงเทพฯ ที่อาจต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมและการทรุดตัวของพื้นดินในระยะยาว

นอกจากนี้ บางนโยบายยังเป็นประชานิยมที่ไม่ได้ระบุแหล่งเงินทุนที่ชัดเจน เช่น การตั้งกองทุนภัยพิบัติที่พึ่งพางบประมาณกลางอย่างเดียว โดยไม่อธิบายว่าเงินจะมาจากไหน และยั่งยืนได้อย่างไร

เเต่ภาพรวมก็ดีขึ้นกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พรรคการเมืองเริ่มตระหนักว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงประเด็นนี้ได้อีกต่อไป

ประเด็นเร่งด่วนที่สุดคืออะไร

รศ.ดร.เสรี เน้นย้ำว่า ประเด็นเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว หรือ climate extremism ซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม และชีวิตของประชาชน

เร่งด่วนที่สุดคือ หนีไม่พ้น climate excem ยกกรณีเคสหาดใหญ่เลย ธุรกิจทั้งหมดล้มหมด เพราะฉะนั้น พรรคการเมืองต้องคิดเรื่องนี้ให้หนัก

พรรคการเมืองต้องคิดหนักว่าจะปกป้องประชาชนจากเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างไร นอกเหนือจากการพูดถึงเป้าหมาย Net Zero หรือการสนับสนุน พ.ร.บ. อากาศสะอาด เนื่องจากประเด็นที่สำคัญอีกอย่างก็คืออนาคต 10-20 ปีข้างหน้าคือ "การปรับตัว" หรือ Adaptation

การปรับตัวหมายถึงการออกแบบเมืองและสังคมให้มีภูมิคุ้มกันต่อสภาวะอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นแล้วและจะเกิดมากขึ้นในอนาคต

ข้อเสนอแนะสำหรับรัฐบาลใหม่

รศ.ดร.เสรีเเนะนำว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามา สิ่งแรกที่ต้องทำคือสร้างวิสัยทัศน์ที่ทำให้ประชาชนอยู่อย่างมีอนาคตอย่างมีความหวัง โดยเฉพาะด้านการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติ ต้องแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีแผนรองรับและพร้อมดูแลประชาชนอย่างจริงจัง

ต้องเน้นธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยคุกคาม พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการขาดผู้นำที่สามารถบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการบูรณาการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...