“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดไร้ทิศทาง รับสัปดาห์สุดท้ายปี 2568 จีนถูกกดดันกำไรอุตสาหกรรมชะลอ
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เคลื่อนไหวผสมผสานในบรรยากาศการซื้อขายเบาบางช่วงปลายปี ตลาดหุ้นจีนขยับขึ้นจำกัด หลังข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมหดตัวติดต่อกัน
วันที่ 29 ธันวาคม 2658 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดการซื้อขายในวันนี้ (29 ธ.ค.) อย่างไร้ทิศทาง ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ค่อนข้างซบเซา โดยนักลงทุนส่วนหนึ่งเลือกชะลอการตัดสินใจและลดความเสี่ยงก่อนปิดงบสิ้นปี ขณะที่ปัจจัยเฉพาะประเทศยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางของแต่ละตลาดแตกต่างกันไป
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดอ่อนแรงลงจากแรงขายทำกำไร หลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า โดยดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 50,691.22 จุด ลดลง 59.17 จุด หรือ -0.11% สะท้อนมุมมองนักลงทุนที่เริ่มระมัดระวังต่อระดับราคาหุ้นที่อยู่ในโซนสูง ขณะเดียวกันตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดปรับตัวขึ้นค่อนข้างเด่น โดยดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ระดับ 25,928.89 จุด เพิ่มขึ้น 109.96 จุด หรือ +0.43% จากแรงซื้อหุ้นบางกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน
ด้านตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่เปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,964.65 จุด เพิ่มขึ้น 0.97 จุด หรือ +0.02% หลังจากจีนเปิดเผยข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งจำกัดแรงซื้อของนักลงทุน แม้จะยังมีแรงพยุงจากความหวังว่าทางการอาจออกนโยบายเพิ่มเติมเพื่อประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น โดยดัชนี KOSPI เพิ่มขึ้น 0.62% จากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นนักลงทุนบางส่วน ส่วนตลาดหุ้นออสเตรเลียเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวลง 0.15% ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มทรัพยากรและพลังงาน
สำหรับปัจจัยกดดันสำคัญในภูมิภาค ยังคงมาจากภาพรวมเศรษฐกิจจีน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (27 ธ.ค.) ว่า กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงอย่างมากจากการเพิ่มขึ้น 1.9% ในช่วงเดือนมกราคม–ตุลาคม
ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนพฤศจิกายนเพียงเดือนเดียว กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนหดตัวถึง 13.1% เมื่อเทียบรายปี หลังจากลดลง 5.5% ในเดือนตุลาคม การปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สองสะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจจีนยังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแรง ประกอบกับภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อ ซึ่งยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียโดยรวม