“LandSpace” สตาร์ตอัพจรวดจีน เดินตามรอย SpaceX จุดไฟอุตสาหกรรมอวกาศจีน
"LandSpace" สตาร์ตอัพจรวดจีน เดินตามรอย SpaceX หลังทดสอบจรวดใช้ซ้ำ Zhuque-3 แม้จบลงด้วยความล้มเหลว แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบรัฐผูกขาดสู่โมเดลสตาร์ตอัพ
วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า LandSpace บริษัทสตาร์ตอัพด้านจรวดของจีน ไม่เคยปิดบังว่าหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของบริษัทคือ SpaceX ของ Elon Musk และล่าสุด ความทะเยอทะยานดังกล่าวกำลังเริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรมอวกาศของจีน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา LandSpace ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง กลายเป็นองค์กรจีนรายแรกที่ทดสอบจรวดแบบนำกลับมาใช้ใหม่ (reusable rocket) ได้จริง แม้การทดสอบจรวด Zhuque-3 จะจบลงด้วยความล้มเหลว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ SpaceX จับตามอง พร้อมกันนั้น LandSpace ก็กำลังเตรียมแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการในอนาคต สวนทางกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง SpaceX ที่กำลังพิจารณา IPO ของตนเองเช่นกัน
แม้การบินทดสอบครั้งแรกของ Zhuque-3 จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เป้าหมายของ LandSpace ที่ต้องการเป็นเบอร์สองรองจาก SpaceX ในเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำ กำลังสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอวกาศจีน ซึ่งในอดีตถูกครอบงำโดยรัฐวิสาหกิจที่เน้นความเสี่ยงต่ำและไม่เปิดรับความล้มเหลว
ไต้ เจิ้ง หัวหน้านักออกแบบของ Zhuque-3 ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CCTV ว่า SpaceX แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่ “กล้าผลักดันขีดจำกัด แม้จะล้มเหลว แล้วนำบทเรียนมาปรับปรุงอย่างรวดเร็ว” ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาอยากเห็นเกิดขึ้นในจีน
ไต้เปิดเผยว่า การตัดสินใจลาออกจากสถาบัน China Academy of Launch Vehicle Technology ซึ่งเป็นผู้พัฒนาจรวดของรัฐรายใหญ่ที่สุดของจีนในปี 2016 เพื่อเข้าร่วม LandSpace ส่วนหนึ่งมาจากแรงบันดาลใจในแนวคิด “จรวดใช้ซ้ำ” ของ SpaceX และความตั้งใจที่จะสร้าง SpaceX เวอร์ชันจีนขึ้นมาเอง
Falcon 9 เวอร์ชันจีน กับยุทธศาสตร์ดาวเทียมหมื่นดวง
LandSpace วางตำแหน่งตนเองเป็นผู้พัฒนาทางเลือกการปล่อยจรวดต้นทุนต่ำของจีน คล้ายกับบทบาทของจรวด Falcon 9 ของ SpaceX ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อแผนของรัฐบาลปักกิ่งในการสร้างกลุ่มดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวง ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
ต่ง ไค รองหัวหน้านักออกแบบ Zhuque-3 กล่าวว่า Falcon 9 เป็นโครงสร้างจรวดที่ผ่านการพิสูจน์เชิงวิศวกรรมแล้ว และการศึกษาจรวดรุ่นดังกล่าวคือ “การเรียนรู้ ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ” พร้อมระบุว่า การถูกเรียกว่า “Falcon 9 ของจีน” ถือเป็นคำชมในระดับสูงสำหรับทีมงาน LandSpace
วัฒนธรรมองค์กรแบบสตาร์ตอัพ และการเปิดรับความล้มเหลวในกระบวนการพัฒนา กำลังจุดประกายการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมอวกาศจีน ซึ่งในอดีตแทบไม่ยอมรับการปล่อยจรวดที่ล้มเหลว ต่างจากบริษัทตะวันตกอย่าง SpaceX ที่ถ่ายทอดความผิดพลาดสู่สาธารณชนอย่างเปิดเผย
เมื่อต้นเดือนนี้ สื่อของรัฐจีนรายงานความล้มเหลวในการกู้คืนจรวดใช้ซ้ำถึงสองครั้งติดต่อกัน โดยครั้งหลังเกิดจากบริษัทของรัฐ และเกิดขึ้นเพียงสามสัปดาห์หลังการบินทดสอบครั้งแรกของ Zhuque-3 นับเป็นสัญญาณว่าทัศนคติของภาครัฐต่อ “ความล้มเหลวเชิงทดลอง” กำลังเปลี่ยนไป
เปิดโรงงาน–เปิดตลาดทุน
LandSpace ยังเปิดโรงงานผลิตเครื่องยนต์จรวดให้สำนักข่าวต่างประเทศเข้าชมเป็นครั้งแรกในเดือนนี้ สะท้อนความพยายามสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ขณะที่รัฐบาลจีน ซึ่งเปิดภาคอวกาศให้เงินทุนเอกชนเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ปี 2557 กำลังเร่งผลักดันให้บริษัทชั้นนำในประเทศเข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้น ผ่านการสนับสนุนการทำ IPO
ไต้ เจิ้ง ระบุว่า เงินทุนมหาศาลของ SpaceX เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสหรัฐ สามารถแบกรับการขาดทุนจำนวนมากจากการทดสอบจรวด Starship ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ LandSpace ยังไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ แต่เขาเชื่อว่าจีนเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นดังกล่าว และกำลังเปิดทางให้ตลาดทุนเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์มากขึ้น
อีกระดับหนึ่ง
ก่อนการปล่อย Zhuque-3 เพียงหนึ่งเดือน อีลอน มัสก์ ได้แสดงความเห็นต่อวิดีโอการประกอบจรวดดังกล่าวบนแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า Zhuque-3 ผสมผสานองค์ประกอบของ Starship เช่น การใช้สเตนเลสและเชื้อเพลิงเมทาโลกซ์ (มีเทน + ออกซิเจนเหลว) เข้ากับสถาปัตยกรรมแบบ Falcon 9 ซึ่งอาจทำให้มีศักยภาพเหนือ Falcon 9 ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม มัสก์ย้ำว่า Starship อยู่กันคนละระดับ
เทคโนโลยีอย่างตัวถังสเตนเลส เครื่องยนต์เมทาโลกซ์ และที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำ คือหัวใจของการลดต้นทุนการปล่อยจรวดอย่างมหาศาล
แม้การทดสอบล่าสุดของ Zhuque-3 จะล้มเหลว หลังระบบจุดระเบิดเพื่อลงจอดไม่ทำงานที่ระดับความสูง 3 กิโลเมตรจากพื้นดิน ทำให้จรวดตกกระแทนแทนการลงจอดแบบควบคุม แต่ LandSpace อาจได้กำลังใจจากประสบการณ์ของ SpaceX ซึ่งต้องล้มเหลวถึงสองครั้ง ก่อนจะสามารถลงจอดบูสเตอร์ Falcon ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 2015
สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศจีน ความล้มเหลวครั้งนี้อาจไม่ใช่จุดถอย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันเชิงนวัตกรรม ที่กำลังทำให้จีนเข้าใกล้เวทีอวกาศเชิงพาณิชย์ระดับโลกมากขึ้นอีกขั้น
อ้างอิง : reuters.com