เจาะลึกภาวะสินค้าเกษตรไทย: ราคาข้าวส่งสัญญาณดิ่ง สวนทางปศุสัตว์ยังประคองตัวท่ามกลางมรสุมต้นทุน
ภาพรวมสถานการณ์ สินค้าเกษตรไทย ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2569 เผยให้เห็นสภาวะ "รวยกระจุก จนกระจาย" ในเชิงโครงสร้างราคาอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะ กลุ่มข้าว ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการปรับฐานราคาส่งออกอย่างรุนแรง สวนทางกับ กลุ่มพืชไร่ และ ปศุสัตว์ ที่พยายามรักษาระดับราคาให้ทรงตัวท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญของต้นทุนการผลิตในปีนี้
วิกฤตที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในรอบสัปดาห์คือสถานการณ์ตลาดข้าว ซึ่งสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงานการปรับลดลงของราคาส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้าวสาร 100% ชั้น 2 เอฟ.โอ.บี. ท่าเรือกรุงเทพฯ ร่วงลงเหลือตันละ 428 เหรียญสหรัฐฯ จากเดิม 446 เหรียญสหรัฐฯ เช่นเดียวกับปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ ที่ราคาลดลงสู่ระดับ 386 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน การปรับฐานราคานี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังราคาขายส่งในประเทศทันที โดยราคาข้าวขาว 100% ชั้น 2 ลดลงเหลือกระสอบละ 1,180 บาท ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ในตลาดโลกที่เริ่มชะลอตัวลงและการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นขึ้นจากคู่แข่งสำคัญ แม้จะมีแนวโน้มว่าราคาอาจเริ่ม ทรงตัว ในระยะสั้น แต่ภาวะราคาขาลงเช่นนี้ย่อมสร้างความกังวลให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรตั้งต้นฤดูกาล
ขณะที่ฟากฝั่งพืชไร่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อย่าง ข้าวโพด และถั่วเหลือง กลับอยู่ในสภาวะเฝ้าระวังและทรงตัว ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หน้าไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ยังคงนิ่ง อยู่ที่กิโลกรัมละ 9.85 บาท ท่ามกลางกระแสความเคลื่อนไหวในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้านครชิคาโก (CBOT) ที่นักลงทุนกำลังจับตาการปรับตัวเลขประมาณการผลผลิตจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ในช่วงสัปดาห์หน้า เช่นเดียวกับ กากถั่วเหลืองนำเข้า ที่ยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 14.85 บาท แม้ว่าอุปทานจากบราซิลจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงจากสงครามและความไม่สงบทางการเมืองโลกยังคงเป็นแรงดีดที่ค้ำราคาไม่ให้ร่วงลงตามกลไกอุปสงค์อุปทานปกติ ส่วนตลาด ปลาป่น นั้นเริ่มส่งสัญญาณตึงตัวหลังจากฤดูกาลจับปลาที่เปรูใกล้สิ้นสุดลง ดันให้สต็อกหน้าท่าเรือในจีนลดต่ำลงและราคารับซื้อในจีนเริ่มขยับขึ้น ทว่าราคาในประเทศไทยยังคงประคองตัวอยู่ที่กิโลกรัมละ 49 บาทสำหรับเกรดกุ้ง ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการปศุสัตว์ยังคงต้องแบกรับในระดับสูง
เมื่อหันมามองภาคปศุสัตว์ สถานการณ์ "ราคาหน้าฟาร์ม" ยังคงอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่แม้ความต้องการบริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่จะขยายตัว แต่ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มกลับไม่สามารถขยับขึ้นให้พ้นจากโซนขาดทุนได้ ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ที่ 89-96% ของต้นทุนการผลิต ส่งผลให้เกษตรกรยังคงต้องแบกรับส่วนต่างขาดทุนเฉลี่ย 300-800 บาทต่อตัว โดยมีราคาเฉลี่ยทั่วประเทศยืนอยู่ที่ระดับ 70-74 บาทต่อกิโลกรัม เช่นเดียวกับ ไก่เนื้อ ที่ราคาทรงตัวที่กิโลกรัมละ 41 บาท และไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ยืนราคาแนะนำฟองละ 3.60 บาท ซึ่งเป็นการทรงตัวบนความเปราะบางของกำลังซื้อและการบริหารจัดการปริมาณสินค้าออกสู่ตลาดให้สมดุล
บทสรุปของภาวะสินค้าเกษตรไทยในสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาสินค้าส่วนใหญ่จะดูเหมือน ทรงตัว แต่ลึกๆ แล้วเป็นความเสถียรภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่ยังไม่คลี่คลาย การที่ราคาข้าวส่งสัญญาณร่วงนำร่องไปก่อน อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับกลยุทธ์รับมือกับความผันผวนของค่าเงินและมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจตามมาในปี 2569 นี้ การติดตามรายงานผลผลิตโลกในช่วงสัปดาห์หน้าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า สินค้าเกษตรไทยจะสามารถพลิกฟื้นกลับมาสร้างผลกำไรได้จริงหรือจะต้องจมอยู่กับสภาวะกำไรถดถอยต่อไปในระยะยาว