‘ผู้ว่าฯศรีสะเกษ’ เร่งสำรวจความเสียหาย หลัง ‘เขมร’ ยิงมั่วระเบิดตกบ้านเรือนพังเฉียด 300 หลัง
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวานนี้ (6ม.ค.69) นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามการสำรวจและการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย จากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายใน 2 ตำบล ได้แก่ ต.เสาธงชัย บ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 12 หลัง และต.ภูผาหมอก บ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง รวมบ้านเรือนที่พังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 13 หลัง และเสียหายบางส่วนประมาณ 287 หลังคาเรือน
สำหรับ จุดแรก ที่คณะเดินทางไปตรวจสอบเป็นบ้านของ นายสมชาย มนไธสง อายุ 56 ปี เลขที่ 50 หมู่ที่ 1 บ้านเสาธงชัย ต.เสาธงชัย ได้รับแรงระเบิดจากจรวด BM-21 ตกทะลุหลังคาและพื้นไม้ชั้น 2 ลงสู่พื้นบ้าน ส่งผลให้ตัวบ้านและรถไถที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้านได้รับความเสียหาย รวมถึงบ้านใกล้เคียงที่ได้รับแรงอัดจากระเบิดจนเกิดความเสียหายเช่นกัน จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังบ้านของ นายทวี ชมสวัสดิ์ อายุ 74 ปี เลขที่ 251 หมู่ที่ 1 บ้านเสาธงชัย ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งหลัง โดย ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ให้โดยเร็ว
นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบบ้านของ นางรันดร นรดี อายุ 76 ปี เลขที่ 90 หมู่ที่ 1 บ้านเสาธงชัย ซึ่งถูกลูก BM-21 ตกลงหลังบ้านจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ แรงระเบิดส่งผลให้ตู้เย็น ทีวี เครื่องครัว และผนังกั้นระหว่างตัวบ้านกับห้องครัวพังเสียหายอย่างหนัก
ด้าน นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการคำนวณราคาความเสียหาย โดยแบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกอยู่ในอำนาจของ อปท. ซึ่งสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ทันที ส่วนที่เกินศักยภาพ จะนำเสนอผ่านระดับอำเภอ จังหวัด และส่งต่อไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือน อย่างไรก็ตามยอมรับว่า งบประมาณภาครัฐยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก จังหวัดจึงได้หารือในระดับผู้บริหาร เพื่อพิจารณาช่องทางการช่วยเหลือเพิ่มเติม
ทั้งนี้ จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 13 หลัง และเสียหายบางส่วนประมาณ 287 หลัง โดยขณะนี้สำรวจไปแล้ว 257 หลังคาเรือน คิดเป็นร้อยละ 90 พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเร่งสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึงต่อไป.