โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘ผู้ว่าฯศรีสะเกษ’ เร่งสำรวจความเสียหาย หลัง ‘เขมร’ ยิงมั่วระเบิดตกบ้านเรือนพังเฉียด 300 หลัง

เดลินิวส์

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ เพื่อติดตามการสำรวจและการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายรวม 287 หลังคาเรือน ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งคำนวนความเสียหายเพื่อของบประมาณสนับสนุนแล้ว

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวานนี้ (6ม.ค.69) นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามการสำรวจและการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย จากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายใน 2 ตำบล ได้แก่ ต.เสาธงชัย บ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 12 หลัง และต.ภูผาหมอก บ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง รวมบ้านเรือนที่พังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 13 หลัง และเสียหายบางส่วนประมาณ 287 หลังคาเรือน

สำหรับ จุดแรก ที่คณะเดินทางไปตรวจสอบเป็นบ้านของ นายสมชาย มนไธสง อายุ 56 ปี เลขที่ 50 หมู่ที่ 1 บ้านเสาธงชัย ต.เสาธงชัย ได้รับแรงระเบิดจากจรวด BM-21 ตกทะลุหลังคาและพื้นไม้ชั้น 2 ลงสู่พื้นบ้าน ส่งผลให้ตัวบ้านและรถไถที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้านได้รับความเสียหาย รวมถึงบ้านใกล้เคียงที่ได้รับแรงอัดจากระเบิดจนเกิดความเสียหายเช่นกัน จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังบ้านของ นายทวี ชมสวัสดิ์ อายุ 74 ปี เลขที่ 251 หมู่ที่ 1 บ้านเสาธงชัย ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งหลัง โดย ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ให้โดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบบ้านของ นางรันดร นรดี อายุ 76 ปี เลขที่ 90 หมู่ที่ 1 บ้านเสาธงชัย ซึ่งถูกลูก BM-21 ตกลงหลังบ้านจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ แรงระเบิดส่งผลให้ตู้เย็น ทีวี เครื่องครัว และผนังกั้นระหว่างตัวบ้านกับห้องครัวพังเสียหายอย่างหนัก

ด้าน นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการคำนวณราคาความเสียหาย โดยแบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกอยู่ในอำนาจของ อปท. ซึ่งสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ทันที ส่วนที่เกินศักยภาพ จะนำเสนอผ่านระดับอำเภอ จังหวัด และส่งต่อไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือน อย่างไรก็ตามยอมรับว่า งบประมาณภาครัฐยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก จังหวัดจึงได้หารือในระดับผู้บริหาร เพื่อพิจารณาช่องทางการช่วยเหลือเพิ่มเติม

ทั้งนี้ จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 13 หลัง และเสียหายบางส่วนประมาณ 287 หลัง โดยขณะนี้สำรวจไปแล้ว 257 หลังคาเรือน คิดเป็นร้อยละ 90 พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเร่งสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึงต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...