วลัยลักษณ์ มหา’ลัยสีเขียว 1.5 พันไร่ สู่โลกใหม่ Carbon Neutrality ปี’73
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือ ค.ศ. 2030 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก ถือเป็นก้าวสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาไทย ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางรากฐานการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
โดยจัดพิธีประกาศเจตนารมณ์อย่างเป็นทางการเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องประชุมบุษราคัม อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อุทยานพฤกษศาสตร์ งานนี้มีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นสักขีพยาน
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เผยว่า การประกาศนโยบายในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินงานอย่างจริงจัง เพื่อร่วมแก้ไขวิกฤตการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อโลก
ที่ผ่านมาคนทั่วโลกและประชาชนคนไทยคงได้รับรู้ถึงภัยพิบัติที่รุนแรงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็วและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ น้ำท่วมหนักที่สุดในภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงพื้นที่ภาคอื่น ๆ
ซึ่งการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยจะสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติและระดับสากล ได้แก่ Thailand’s National Net Zero Roadmap 2050 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเป็น “แบบอย่าง” ของมหาวิทยาลัยสีเขียวในระดับประเทศ
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีพื้นฐานการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและระบบต่าง ๆ การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการคัดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่ การดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวกว่า 1,500 ไร่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์
นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังมีการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อเดินหน้าลดภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระบุว่า การจัดงานมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจแก่บุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ไปจนถึงนักศึกษา ให้เห็นความสำคัญของบทบาทที่มหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการเปิดป้าย “แหล่งกักเก็บคาร์บอน” (Carbon Sink) เพื่อประกาศบทบาทของพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย พิธีรดน้ำต้นไม้เพื่อสื่อถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดเสวนาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และนิทรรศการด้านความยั่งยืน ณ พิพิธภัณฑ์และหอชมฟ้า ที่จัดแสดงผลงานและนวัตกรรมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนของมหาวิทยาลัย
การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้แสดงผลของการลงมือปฏิบัติมาโดยตลอด จนสามารถสั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้ที่จำเป็น มหาวิทยาลัยมีแผนดำเนินงานที่ชัดเจนและได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะช่วยให้การบรรลุเป้าหมายภายในปี 2573 เป็นไปได้จริง
การเป็นต้นแบบมหาวิทยาลัยสีเขียวในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้สังคมไทยก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระราชทานชื่อว่า “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” อันเป็นสร้อยพระนามในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จัดตั้งตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. 2535 เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบที่จัดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ เน้นพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยในรูปแบบ Residential University ที่มีระบบสาธารณูปโภคครบวงจรและจัดภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี ร่มรื่น เขียวสะอาด ปราศจากมลพิษ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วลัยลักษณ์ มหา’ลัยสีเขียว 1.5 พันไร่ สู่โลกใหม่ Carbon Neutrality ปี’73
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net