ธอส. ชงคลัง แก้กฎหมายให้ลูกค้ารวมหนี้อื่นไว้กับหนี้บ้านได้
ธอส. รุกแก้หนี้ครัวเรือน เสนอแก้ พ.ร.บ. รวมหนี้ดีเฉพาะลูกค้า ธอส. หวังหยุดการยึดทรัพย์ หนุนรัฐตั้ง AMC พร้อมร่วมมือโอนหนี้เสีย ระบุตามแผนยุทธศาสตร์เตรียมขายหนี้เสีย 1 หมื่นล้านบาทเข้า AMC
4 พ.ย. 2568 นายกมลภพ วีระพล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการธอส. ได้อนุมัติหลักการขอแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ว่าด้วยเรื่องการรวมหนี้ เพื่อเปิดช่องทางช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นดีของธอส. ที่กำลังประสบปัญหาจากหนี้ภายนอกจากสถาบันการเงินอื่น เช่น หนี้ส่วนบุคคล (P-loan) หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้อื่นๆ ทำให้เริ่มหยุดการผ่อนชำระหนี้บ้านกับ ธอส.สามารถรวมหนี้ดังกล่าวมาผ่อนชำระกับธอส. เพียงที่เดียว จากที่ก่อนหน้านี้กฎหมายกำหนดให้ลูกค้าธอส. กู้เพิ่มได้กรณีที่นำไปซ่อมแซมต่อเติมบ้านเท่านั้น
โดยขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปที่กระทรวงการคลังแล้ว และจะมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป คาดว่าอย่างเร็วที่สุดจะมีการจัดตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาในรายละเอียดภายใน 4 เดือน
“เราพบว่ามีลูกหนี้ชั้นดีจำนวนมากที่ผ่อนบ้านดีอยู่แล้วกับธอส. กำลังถูกฟ้องร้องจากหนี้อื่น เช่น บัตรเครดิต จนจะถูกยึดทรัพย์ ซึ่งหากไม่สามารถรวมหนี้ได้ลูกหนี้เหล่านี้จะกลายเป็น NPL ของ ธอส. โดยปัจจุบันมีลูกหนี้กลุ่มหนี้มูลหนี้รวมหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้นเราจึงเสนอแก้กฎหมายเพื่อการรวมหนี้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดยังต้องหารือกับกระทรวงการคลังอีกและคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง ในการกำหนดนิยามหนี้นอกให้เป็นหนี้ประเภทใดบ้าง และจะไม่ใช่การสนับสนุนให้ลูกหนี้ก่อหนี้เพื่อไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย”
ทั้งนี้หากการแก้ไขกฎหมายผ่าน ลูกค้ากลุ่มนี้จะสามารถกู้จาก ธอส. ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ประมาณ 2-3% เพื่อนำไปปิดหนี้ภายนอกดังกล่าวได้
นายกมลภพ กล่าวถึงนโยบายการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ของรัฐบาลว่า ธอส. พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดทางกฎหมาย เนื่องจาก พ.ร.บ. ธอส. อนุญาตให้ร่วมทุนกับ AMC ได้ แต่ AMC ดังกล่าวจะต้องมีวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งที่จำกัดเฉพาะหนี้ที่อยู่อาศัยเท่านั้น ดังนั้น ธอส. จึงไม่สามารถเข้าร่วมลงทุนใน AMC ที่ดูแลหนี้ประเภทอื่นได้ โดย ธอส. พร้อมให้ความร่วมมือด้วยการขายโอนสินทรัพย์ให้กับ AMC ที่จัดตั้งขึ้น
ทั้งนี้ ธอส. มีแผนยุทธศาสตร์การขาย NPL และได้เตรียมหนี้เสียไว้ในเบื้องต้นที่มูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยจะต้องมีการพิจารณาความคุ้มค่าอย่างเหมาะสม โดยในปีที่ผ่านมา ธอส. มีการโอนหนี้ให้เพื่อขายให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ไปแล้วมูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากยอดที่ตั้งไว้ เนื่องจากเมื่อมีการประกาศแผนการขายนี้กลับทำให้ลูกหนี้จำนวนมากรีบเข้ามาทำประนอมหนี้ เพราะไม่ต้องการย้ายไปอยู่กับบริษัทบริหารสินทรัพย์อื่น
นายกมลภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธอส. ยังคงเดินหน้าปล่อยสินเชื่อตามเป้าหมาย โดยในปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 241,000 ล้านบาท โดย ณ เดือนก.ย.2568 สามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 172,000 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของเป้าหมาย
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธอส. คาดการณ์ว่าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ สิ้นปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.1% ซึ่งดีกว่าเป้าหมายรายเดือนที่ตั้งไว้ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้นบ้าง ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธอส. เป็นปัจจัยที่ทำให้แนวโน้ม NPL เริ่มลดลง