โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ฟาสต์แฟชั่น” จีนถล่มไทย “SHEIN” มาแรงเขย่าตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. 2567 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2567 เวลา 00.22 น.
ภาพจาก AFP

SHEIN แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นจีนเขย่าตลาดเสื้อผ้าโลก กวาดรายได้ 1 ล้านล้านบาท หวั่นเอกชนไทยต้านไม่ไหว สินค้าราคาถูกจากจีนถล่มหนัก อีก 2 ปีต้องกลายเป็นผู้นำเข้า ขาดดุลพุ่ง ล่าสุดส่งออกปี’67 ยังไร้ปัจจัยบวก ดอกเบี้ยสูง ค่าพลังงานพุ่ง เอฟทีเอไทย-อียู รอ 2 ปี แถมเจอระเบิดเวลา “ค่าแรง” ขึ้นอีกรอบกลางปี วอนรัฐช่วยหนุนสิทธิประโยชน์ลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-เร่งเปิดตลาดใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปี 2566 ไทยขาดดุลการค้าให้จีนพุ่งสูงสุด 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่ง 1 ในท็อป 10 สินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีนคือเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่มีมูลค่านำเข้า 22,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 17% จากปี 2565 ซึ่งเป็นการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 ปี นับจากปี 2564 นำเข้า 15,556 ล้านบาท เพิ่มเป็นปี 2565 นำเข้า 19,483 ล้านบาท

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ คณะกรรมการและที่ปรึกษา สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ตลาดโลกมีสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปแฟชั่นที่เน้นกระบวนการผลิตที่รวดเร็วฉับไวและมีต้นทุนต่ำ หรือฟาสต์แฟชั่นแบรนด์จีนกำลังขยายไปชิงส่วนแบ่งตลาดสินค้าแฟชั่นทั่วโลก โดยเฉพาะแบรนด์ SHEIN ที่ขณะนี้ได้รับความนิยมสูง โดยไต่ระดับขึ้นเป็นท็อป 3 ของโลก และหากมียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าในอนาคตอาจจะมีโอกาสแซงแบรนด์ดังที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในโลก อย่าง ZARA H&M หรือ Uniquo

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า จากข้อมูลการให้สัมภาษณ์ของ Jamie Salter ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแพลตฟอร์ม SHEIN ระบุว่า SHEIN สร้างรายได้มากถึง 1 ล้านล้านบาทในปี 2566 ที่ผ่านมา โดยสินค้าของ SHEIN มีจุดเด่น ในเรื่องของการทำสินค้าฟาสต์แฟชั่นที่เจาะตลาดตรงจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค (B2C) เน้นไปที่เสื้อผ้าและเครื่องประดับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ หากเมื่อเทียบกับรายได้ของฟาสต์แฟชั่นต่าง ๆ ในปี 2022 ที่ผ่านมา จะพบว่า ZARA 1,140,520 ล้านบาท รองลงมาคือ H&M 726,000 ล้านบาท Uniquo 524,000 ล้านบาท

ไทยนำเข้าเสื้อผ้าจีนพุ่ง

นายยุทธนากล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยเองก็มีการนำสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะราคาสินค้าจีนถูกกว่าด้วยความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ซึ่งมีแนวโน้มว่าไม่เกิน 2 ปีจากนี้ ประเทศไทยจะนำเข้าเสื้อผ้ามากกว่าการส่งออก และจะขาดดุลในสินค้าหมวดนี้ไปตลอด โดยที่ผ่านมาได้มีการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานี้ โดยเคยมีการเสนอให้ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (เอดี) สินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจและตอบรับเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาสมาคมเคยทำสำรวจตัวเลขผู้ประกอบการช่วงก่อนที่จะมีโควิด-19 พบว่ามีสัดส่วนผู้ประกอบการที่รับจ้างผลิต (OEM) อยู่ที่ 25% หรือประมาณ 1 ใน 4 ส่วนผู้ประกอบการที่ผลิตด้วยแบรนด์ตัวเองมี 17% ขณะที่ค้าส่งค้าปลีกไม่มีแบรนด์มีสัดส่วนถึง 45% ที่เหลืออีก 13% เป็นตัวแทนการค้า หรือเทรดดิ้ง ทั้งนี้ ขณะนี้สมาชิกสมาคมมีอยู่ประมาณ 300-400 โรงงาน

ส่งออกไร้ปัจจัยบวก-สินค้าจีนทุบ

นายยศธน กิจกุศล นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม (TGMA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมสมัยที่ 2 (วาระปี 2567-2569) จากการประชุมสามัญประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาว่า ทิศทางและแนวโน้มการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ในปีนี้น่าจะเติบโตได้น้อย อาจจะอยู่ในระดับ 3-5% จากมูลค่าการส่งออกปี 2566 ที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท

โดยตลาดหลักยังเป็น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น และตอนนี้สัญญาณแต่ละตลาด มีเพียงสหรัฐที่มีสัญญาณการเพิ่มคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ส่วนอียูประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีผลจากสงคราม และญี่ปุ่นก็เช่นกัน

ที่มองว่าส่งออกโตน้อยหรืออาจจะไม่โต เพราะยังไร้ปัจจัยบวกที่ชัดเจน รวมทั้งยังมีระเบิดเวลาเรื่องค่าแรงรออยู่ในช่วงกลางปี และยังไม่แน่ใจว่าสูตรค่าแรงใหม่ที่คาดว่าจะมีกำหนดให้มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และในแต่ละอุตสาหกรรมด้วยนั้น จะมีการกำหนดอัตราออกมาเป็นอย่างไร ตอนนี้ในส่วนของโรงงานเครื่องนุ่งห่มก็มีกระจายไปในหลายจังหวัด หลายพื้นที่

“ค่าแรงไม่ใช่เราไม่อยากปรับให้พนักงาน แต่เราเห็นว่าควรมีการปรับขึ้น แต่การปรับขึ้นต้องสมเหตุผล คือวิน-วินทั้งสองฝ่าย ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ถ้านายจ้างอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ลูกจ้างอยู่ไม่ได้นายจ้างก็ลำบาก ต้องหาคนงาน เพราะเทิร์นโอเวอร์ก็จะเยอะ การขาดแคลนแรงงานยังเป็นปัญหาอยู่ หลักการเป็นแบบนี้ แต่หากสามารถหาจุดสมดุลค่าแรงตาม Productivity ได้จะดีกว่า ซึ่งในอุตสาหกรรมเราจะมีแบบรายวันและแบบรายชิ้น การจ่ายรายชิ้นเป็นระบบที่แฟร์กับทั้งสองฝ่าย และนอกจากปัญหาค่าแรงแล้ว ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมัน ก็อาจจะปรับขึ้นราคาอีก ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็ไม่ได้ลดลง ไม่รู้เอาอะไรมาบวก”

นายยศธนกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ อุตสาหกรรมก็ยังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และมีสินค้าจีนก็ทะลักเข้ามาแข่ง ซึ่งสถานการณ์กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง ก็ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าจากจีนที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐควรให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มที่มีการใช้แรงงานจำนวนมาก และเป็นเรียลเซ็กเตอร์ที่กระจายรายได้ลงสู่ฐานราก ในอดีตเคยมียอดส่งออกอันดับ 1 เมื่อค่าแรงสูงจะขายถูกคงไม่ได้ และต้องยกระดับเน้นคุณภาพ นวัตกรรมสูงขึ้น การทำ R&D สำคัญต่อการยกระดับอุตสาหกรรม และภาครัฐต้องดูทั้งระบบ

ขอสิทธิบีโอไอ-Smart Factory

นายยศธนกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า นอกจากนี้ แนวทางการแก้ไขปัญหาสำคัญ รัฐต้องเข้าใจในอุตสาหกรรมก่อนว่า เครื่องนุ่งห่มเป็นเรียลเซ็กเตอร์ที่ใช้แรงงานมาก ต้นทุนหลัก ๆ คือวัตถุดิบและค่าแรง ถ้าจะสู้กับต่างประเทศจะสู้อย่างไร

พร้อมกันนี้ ขอให้รัฐช่วยเรื่องต้นทุนภาษีวัตถุดิบนำเข้า อย่างที่แต่เดิมมีโครงการพิเศษให้ความช่วยเหลือผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งโครงการนี้สิ้นสุดลงไป สมาคมอยู่ระหว่างเสนอให้ขอขยายเพิ่มจำนวนโรงงานที่จะใช้สิทธิประโยชน์นี้ 10 โรงงาน จากเดิมที่ได้รับส่งเสริม 17 โรงงาน ทั้งยังเสนอให้รัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือในโครงการ Smart Factory เพื่อช่วยให้โรงงานขนาดกลางและเล็กที่มีอยู่ในสัดส่วนประมาณ 60-70% ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือได้รับข้อเสนอพิเศษด้านราคา เพื่อลงทุนจัดหาและพัฒนาระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ เสนอให้รัฐสนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะการเจรจาความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างไทย-อียู ซึ่งสมาคมก็พยายามผลักดัน แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลา 2 ปี ซึ่งในระหว่างนี้อาจจะขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อย่างซาอุดีอาระเบีย ตะวันออกกลาง เป็นต้น หรือผลักดันการส่งออกไปยังตลาดที่มีเอฟทีเอกับเราอยู่แล้ว อย่าง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ซึ่งมีการลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ไปแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฟาสต์แฟชั่น” จีนถล่มไทย “SHEIN” มาแรงเขย่าตลาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...