ลาสบอสคนนั้นเป็นลูกชายของผม
ข้อมูลเบื้องต้น
ตอนที่ 1 ร่างใหม่มีมรดกคือลูกชายและหนี้สิน
ตอนที่ 1 ร่างใหม่มีมรดกคือลูกชายและหนี้สิน
ดวงตาคู่สวยสะลึมสะลือลืมขึ้นภาพตรงหน้าเบลอเห็นว่าใครบางคนขยับอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ชัดขึ้นและเห็นชัดว่าเป็นใคร
“สกายตื่นแล้วเหรอ” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงดีใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความระแวง
“อืม” เมื่อเห็นท่าทีนิ่ง ๆ ของคนบนเตียงเด็กน้อยก็เผยรอยยิ้มแต่ก็รีบเก็บรอยยิ้มไว้ทันที เขารู้สึกแปลกใจที่วันนี้สกายไม่ดุ ไม่ทำตัวโมโหเขาเหมือนทุกที
“ถ้างั้นเกรย์จะรีบไปเอาอาหารมาให้” ว่าแล้วเด็กน้อยก็ลุกขึ้น สกายมองแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์
“เรื่องจริงเหรอเนี่ย” สกายนวดขมับตัวเอง เขาเข้ามาในร่างนี้เมื่อวาน พอเข้ามาก็รู้สึกปวดหัวเหมือนจะระเบิด แถมตัวก็ร้อนมาก เขาหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืนระหว่างนั้นความทรงจำมากมายก็เข้ามาในหัว ท่ามกลางสติที่ไม่ค่อยจะเต็มร้อยเขาเห็นเด็กน้อยรางๆ อีกฝ่ายเช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน
เขาคือสกาย และร่างนี้ก็คืนสกายเช่นกัน ก่อนหน้านี้เขาเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ ที่มีงานอดิเรกอ่านมังงะ อ่านนิยาย นิยายเรื่องล่าสุดที่เขาอ่านคือนิยายแนวดันเจี้ยน ที่พระเอกเป็นฮันเตอร์ที่โด่งดัง ส่วนนางเอกเป็นฮันเตอร์สายรักษา ทั้งคู่ฝ่าฟันด้วยกันมาหลายปีจนครองรักเป็นที่อิจฉา มีลูกหลานน่ารักเต็มบ้านเต็มเมือง
โอ้ว? แล้วเกี่ยวอะไรกับผมน่ะเหรอ
หลังจากได้ความทรงจำมาเขาก็รู้หลายอย่างโดยเฉพาะเด็กน้อยที่เดินตาแป๋วมาพร้อมกับถ้วยข้าวต้มหอม ๆ
เกรย์ ลาสบอสผู้เติบโตมาอย่างยากลำบากตั้งแต่เด็ก ในเล่มบอกไว้แค่ว่าถูกแม่แท้ ๆ ทำร้ายร่างกายมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะหนีออกจากบ้านตอนอายุ 15 ไปเป็นฮันเตอร์ ก่อนจะกลายเป็นฮันเตอร์แรงค์ SS คนแรกและคนเดียวในโลก
ส่วนสาเหตุที่เกรย์ไม่ได้เป็นพระเอกแต่ดันเป็นตัวร้าย เพราะด้วยโตมาในสภาพไม่ดีพอมาเป็นฮันเตอร์ก็เจอฮันเตอร์นิสัยแย่ ทำให้นิสัยเริ่มบิดเบี้ยว แต่ถึงจะเก่งยังไงก็แพ้พระเอกอยู่ดี เรียกได้ว่าความรักบังตาสุด ๆ ครั้งที่แรงค์สูงกว่าความสามารถมากกว่า
ส่วนแม่น่ะเหรอ…แน่นอนว่าถูกลูกชายตัวเองฆ่า ตอนอ่านสกายก็สะใจอยู่หรอก แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ ที่เราชื่อเหมือนกัน
“สกายเป็นอะไรเหรอ” เด็กน้อยเอียงคอเมื่อเห็นคนเป็นแม่ทำหน้าแปลก ๆ แต่ก็ดูใจดีกว่าทุกทีทำให้อดคาดหวังไม่ได้
“เปล่า” สกายตอบแบบเกร็ง ๆ มองเด็กน้อยผมดำหน้าตาน่ารัก แต่พอรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นลาสบอสสุดโหดคนนั้น แถมยังจะฆ่าเขาในอีกสิบปีข้างหน้ามันก็รู้สึกหวิว ๆ
ตอนนี้เกรย์อายุ 10 ขวบเท่ากับว่าสกายเข้ามาก่อนการดำเนินเรื่องหลายปีเลย
ในโลกนี้เต็มไปด้วยดันเจี้ยนมากมาย ดันเจี้ยนปรากฏเมื่อ 50 ปีก่อน ช่วงแรก ๆ ทุกคนต่างตกใจมีคนเสียชีวิตมากมาย หลายคนมีพลังพิเศษทุกคนยังไม่เข้าใจกับเรื่องนี้ แต่พอหลังจากผ่านมาสิบปีมนุษย์ก็เริ่มปรับตัวได้ มีธุรกิจใหม่มากมายเกิดมา
พลังพิเศษจะปรากฏตอนอายุ 15 ไปจนถึง 30 ถ้าหากในช่วงวัยนี้ยังไม่มีพลังหลังจากนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะมีพลังขึ้นมาทีหลัง ระดับพลังต่ำสุดคือ F แรงค์นี้จะร่างกายดีกว่าคนธรรมดาเล็กน้อย SS S A B C D F
สกายกินข้าวต้มระหว่างนั้นยังสัมผัสได้ถึงสายตาของเกรย์ ขณะที่เขามีแรงค์ต่ำสุดอย่าง F เขานึกไม่ออกจริง ๆ ว่าลูกชายทำไมแรงค์ขึ้นได้โหดขนาดนั้น ในความทรงจำไม่มีเรื่องพ่อเลย แต่ก็จำได้ว่าสกายไปดื่มแล้วก็คงตอนนั้น
เพราะไม่ได้เต็มใจมีภาระทำให้สกายเกลียดลูกมาก เงินที่หามาได้ก็เอาไปเล่นพนันได้บ้างเสียบ้าง พอวันไหนเสียก็จะโมโหมาลงใส่ลูก
“สกายอร่อยไหม” เมื่อเห็นว่าคนเป็นแม่กินอาหารหมดเด็กน้อยก็ถามด้วยแววตาคาดหวัง วันนี้สกายใจดีมาก ไม่ไล่เขาออกไปเหมือนทุกที แถมยังไม่มองเขาด้วยสายตารังเกียจ
“อร่อย ขอบใจนะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นเกรย์ก็เบิกตากว้าง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรท้องก็ส่งเสียงร้องจนเจ้าตัวก้มหน้าด้วยความเขิน
“กินข้าวหรือยังครับ” เมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นของเด็กน้อยสกายก็เผยแววตาเอ็นดู
“ไม่มีอะไรเหลือแล้ว เดี๋ยวเกรย์ไปช่วยป้าร้านข้าวล้างจาน ถ้าได้เงินแล้วจะไปซื้อของเข้าบ้าน ตะ…แต่เกรย์ก็แบ่งเงินไว้ให้สกายแล้วนะ” เกรย์อายุ 10 ขวบแล้ว แต่ยังดูตัวเล็กไม่สมวัยเพราะไม่ค่อยได้กินข้าว ทุกครั้งที่ได้เงินค่าจ้างมาก็ถูกสกายเอาไปทั้งหมด
ที่เด็กน้อยรอดมาทุกวันนี้เพราะคนแถวนี้เอ็นดู แบ่งข้าวแบ่งขนมให้ตลอด แม้จะมีแม่ที่นิสัยแย่ขนาดไหนแต่เด็กน้อยกลับเอาอาหารมาให้ตลอด แม้บางครั้งจะถูกตอบแทนด้วยการตีก็ตาม
มือขาวกำแน่นเมื่อนึกถึงเรื่องราวในความทรงจำ เขาโกรธมากที่ผู้ใหญ่ทำกับเด็กคนหนึ่งได้ขนาดนี้
สกายลุกจากเตียงก่อนจะเดินไปที่ลิ้นชักข้างเตียงเมื่อเปิดออกมาก็เห็นเงินที่ร่างเดิมเก็บไว้ ที่จริงเกรย์ก็รู้เพราะเขาต้องเข้ามาทำความสะอาดห้องทุกวัน แม้ของกินในบ้านจะหมดแล้วแต่เขาก็ไม่กล้าหยิบเงินตรงนี้ไป
“เราไปซื้อของกินกันเถอะ” สกายสำรวจตัวเองแม้เสื้อผ้าจะเก่าหน่อยแต่ก็ใส่ได้ไม่มีปัญหา ก่อนจะหันไปสำรวจเด็กน้อยที่มีสภาพไม่ต่างกัน
“ให้เกรย์ไปด้วยเหรอครับ” เด็กน้อยเบิกตากว้างจนน่าเอ็นดู ถามด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นสกายพยักหน้าให้ก็ยิ้มกว้าง
วันนี้สกายใจดีที่สุด!
สกายเดินออกมาข้างนอกทำให้เห็นภาพบ้านเต็ม ๆ พื้นเพของสกายไม่ใช่คนยากจนถึงขนาดไม่มีอะไรติดตัวเลย พ่อแม่ของเขาตายไปแต่ก็ยังทิ้งบ้านเล็ก ๆ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำไว้ให้ ถ้าเขาไม่ติดพนันตั้งใจทำงานก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้
ที่นี่เป็นชุมชนเล็ก ๆ เดินออกมาไม่ไกลก็เจอกับถนนสองเลน
“จับมือไหมครับ” สกายยื่นมือไปทางเด็กน้อย เมื่อเห็นแบบนั้นเกรย์ก็ทำหน้าไม่เข้าใจแต่ดวงตาก็ฉายความเป็นประกาย จับมือของสกายอย่างว่าง่าย
“เกรย์น่ะข้ามถนนเองตลอดเลยนะเก่งไหมครับ” เด็กน้อยยืดอกเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ แต่คนฟังแบบสกายยิ่งรู้สึกสงสาร เขาไม่รู้ว่าเกรย์ต้องข้ามถนนที่อันตรายแบบนี้คนเดียวตั้งแต่ตอนกี่ขวบ
“หลังจากนี้พี่…ไม่สิม๊าจะพาข้ามตลอดดีไหม” สกายพูดหลังจากที่ข้ามถนนมาได้แล้ว เด็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง
“จริงเหรอ!”
“จริง” พอเห็นเด็กน้อยยิ้มร่าสกายก็ลูบหัวอย่างเอ็นดูก่อนจะพาจูงมือไปที่ร้านข้าวที่อยู่ไม่ไกล
ดวงตาสีเข้มมองมือที่ถูกกุมไว้ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มสดใสกลับมีดวงตาดำมืด ราวกับไม่ใช่แววตาของเด็ก แต่แววตานั้นก็หายไปในเสี้ยววินาที
“อ้าวเกรย์ แล้วนั่น” เมื่อเข้ามาในร้านข้าวหญิงวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของร้านก็ทักทาย เธอมองเด็กน้อยด้วยแววตาเอ็นดู แต่พอเห็นว่าวันนี้เกรย์มากับใครก็ทำหน้าแปลกใจ คนแถวนี้รู้ดีว่าแม่ของเกรย์เป็นคนยังไง บางวันเกรย์ก็มีแต่แผลคนเขาพากันสงสาร เธอเองก็สงสารถึงได้ให้ทำงานให้ข้าวกินตลอด
“อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ” สกายหันไปบอกลูกชาย เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กน้อยก็หันไปสั่งข้าวผัด
ระหว่างที่เกรย์กินข้าวสกายก็ทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ในหัวทั้งเรื่องของร่างเดิมและเนื้อหานิยาย
แต่เรื่องนิยายเขาไม่คิดมากเพราะยังมีเวลาอีกนาน และอีกอย่างถ้าเขาดูแลเกรย์ดี ๆ โอกาสที่ลูกชายเขาจะเป็นลาสบอสก็คงไม่มี สิ่งที่สำคัญตอนนี้ก็คือ
หนี้ 2 ล้านที่สกายกู้มาจากบ่อนพนันและก็ใกล้จะถึงกำหนดคืนเงินแล้วด้วย ที่จริงมันถึงสักพักแล้วแต่พอเขามาทวงสกายก็ขอร้องให้ทางนั้นให้เวลา เขาคิดว่าถ้าครั้งนี้ไม่จ่ายเขาอาจจะตายก็ได้
นอกจากมาอยู่ในร่างแม่ที่จะถูกลูกฆ่า เขายังต้องมาหาเงินใช้หนีแทนร่างเดิมด้วย!T_T ชีวิตเขาจำเป็นต้องลำบากขนาดนี้ไหม!!
พอกลับมาถึงบ้านสกายก็นั่งเครียดหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมาหาข้อมูลงาน การเป็นฮันเตอร์แรงค์ F แม้จะเป็นแรงค์ต่ำสุดแต่ก็ยังดีกว่าคนธรรมดา เพราะถ้าเทียบกันระหว่างคนธรรมดากับแรงค์ F นายจ้างจะเลือกฮันเตอร์มากกว่า
“แต่ละงานได้เงินน้อยจริง” นิ้วเรียวเลื่อนหางานในเว็บฮันเตอร์ งานที่รับแรงค์ต่ำ ๆ ส่วนมากจะเป็นงานแบกของ กับเก็บกวาดซากมอนสเตอร์
การเข้าดันเจี้ยนจะมีฮันเตอร์ที่ล่า หลังจากล่าเสร็จก็ต้องมาตามเก็บซากเพื่อเอาไปแยกส่วน อย่างกระดูกหรือเกล็ดของมอนสเตอร์บางตัวที่ขายได้ราคาแพงมาก แน่นอนว่างานพวกนี้มันน่ารำคาญ ทำให้ฮันเตอร์ส่วนมากเลือกจ้างฮันเตอร์แรงค์ต่ำ ด้วยค่าจ้างแสนถูก
แม้จะถูกแต่ก็ยังแพงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของคนธรรมดา
“สกายกำลังทำอะไรเหรอครับ” เด็กน้อยถามขึ้นตั้งแต่กลับมาจากร้านอาหารเขาเห็นสกายนั่งขมวดคิ้วกับโทรศัพท์อยู่ตลอด
“กำลังหางาน เดี๋ยวสิทำไมไม่เรียกม๊า” สกายละสายตาจากโทรศัพท์หันไปมองเกรย์
“สกายก็คือสกายไง สกายก็เป็นม๊าด้วยครับ” สกายเลิกคิ้วรู้สึกงง ๆ กับกระบวนการคิดของเด็ก แต่ก็เลิกสนใจเพราะตอนนี้เขาต้องสนใจงานก่อน
ไม่งั้นชีวิตเขาได้ฉิบหายรอบสองแน่ ถามว่าแล้วรอบแรกล่ะ? แน่นอนว่าต้องก่อนจะเข้าร่างนี้สิ ตอนนั้นเป็นทำงานลากเลือดก่อนจะตายคาคอมพิวเตอร์ อนาถาสุดๆ
ไม่รู้ว่าเขาจะถูกลูกฆ่าตายหรือจะถูกเจ้าหนี้ฆ่าตายก่อนกันแน่
ตอนที่ 2 งานแรก
ตอนที่ 2 งานแรก
สกายนั่งหางานกว่าจะรู้ตัวก็เป็นช่วงเย็นแล้ว มือเรียววางโทรศัพท์ก่อนจะหันไปดูท้องฟ้า หลังจากนั้นก็หยิบเงินออกมาดู หลังจากนับก็รู้ว่าตอนนี้เขาเหลือเงินติดตัวแค่ 1 พันเท่านั้น แม้จะรู้สึกจิตตกแต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
“ไปตลาดกับม๊าไหมครับ” สกายหันไปถามลูกชาย ตั้งแต่กลับมาจากร้านข้าวเกรย์ก็นั่งมองเขาตาแป๋วตลอด พอถามว่าไม่ไปไหนเหรอก็ส่ายหน้า
“ไปครับ” เด็กน้อยพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อเห็นแบบนั้นสกายก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู ไม่เข้าใจว่าทำไมร่างเก่าถึงได้ไม่รักลูก ทั้ง ๆ ที่เกรย์น่ารักขนาดนี้
ชีวิตก่อนสกายไม่ได้โหยหาครอบครัวเท่าไหร่ เพราะแค่ตัวคนเดียวเขาก็ลำบากแล้ว ถ้ามีลูกมีครอบครัวคงจะลำบากยิ่งกว่าเดิม เพราะงั้นเลยคิดว่าอยู่คนเดียวดีกว่า พอมาชีวิตนี้ต้องมามีลูกแบบกะทันหัน เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะดูแลเด็กคนนี้ได้ดีไหม แต่เขาก็จะทำให้ดีที่สุดในฐานะผู้ปกครองคนหนึ่ง
ตลาดอยู่ห่างจากบ้านไม่ไกล ที่นี่เป็นตลาดขนาดเล็กสกายใช้เวลาเดินซื้อของไม่นานเขาใช้เงินไปทั้งหมด 300
“วันนี้สกายอยากกินอะไรครับ” ระหว่างที่เดินกลับบ้านเด็กน้อยก็ถามขึ้น ดวงตาคู่นั้นมองมือที่ข้างหนึ่งกุมมือตัวเองอยู่ ส่วนอีกข้างก็ถือถุงของที่ซื้อมา
ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ข้ามถนนแล้วแต่สกายก็ยังจับมือเขาไว้ ทำให้เด็กน้อยรู้สึกทั้งดีใจทั้งสับสน
“นั่นสิ เอาเป็นต้มจืดก็ได้” สกายคิดสักพักก่อนจะตอบออกไป ปกติเขาจะซื้อข้าวแกงข้างทางกินตลอดไม่ค่อยได้ทำอาหารเอง แต่ด้วยเงินในกระเป๋าตอนนี้เขาคงต้องทำงานจะได้ประหยัด
บรรยากาศช่วงเย็นเย็นสบายท้องฟ้าเป็นสีส้ม ดวงตาคู่สวยมองแม้จะอยู่ต่างที่แต่ท้องฟ้ากลับไม่ต่างกัน เดินมาไม่นานก็มาถึงบ้าน
สกายเอาถุงไปวางในห้องครัวก่อนจะเริ่มทำอาหาร เด็กน้อยที่เห็นแบบนั้นก็เดินตามเข้ามา พร้อมเอียงคอมองด้วยสายตาไม่เข้าใจ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ไปนั่งเล่นก่อนก็ได้นะ อีกสักพักเลยกว่าจะเสร็จ” สกายหันไปบอก เพราะต้องหุงข้าวด้วย
“สกายจะทำเองเหรอ” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็ชะงัก เพราะปกติร่างเดิมไม่เคยทำแบบนี้เลย คนที่จัดการทุกอย่างในบ้านจะเป็นเกรย์
ร่างเพรียวขยับย่อตัวจนส่วนสูงอยู่ในระดับเดียวกับลูกชาย มือเรียววางบนหัวทุยลูบเบา ๆ
“ก่อนหน้านี้เกรย์ทำอาหารเองตลอดเก่งมากเลยครับ แต่หลังจากนี้ม๊าจะทำเองแล้ว” น้ำเสียงที่อ่อนโยนและแววตาที่มองเขาอย่างอบอุ่นทำให้หัวใจของเด็กน้อยรู้สึกแปลกไป เขามองใบหน้านั้นยังคงเป็นใบหน้าแม่คนเดิม แต่กลับไม่เหมือนเดิม
“ถ้างั้นเกรย์ขอช่วยได้ไหมครับ”
“ได้สิ” เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กน้อยก็ยิ้มกว้าง เพราะเกรย์ทำอาหารเองตลอดทำให้หยิบจับอะไรคล่อง แถมเจ้าตัวยังมีเก้าอี้ประจำตัวเพราะขาไม่ถึง แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี
บ้านนี้ไม่มีโทรทัศน์ให้ดูพอช่วงสองทุ่มเด็กน้อยก็เริ่มหาว ก่อนจะเดินไปลากฟูกนอนผ้าและห่ม
“วันนี้เข้าไปนอนด้วยกันนะ” เมื่อเห็นแบบนั้นสกายก็พูดขึ้น แม้ว่าบ้านนี้จะมีสองห้องนอนแต่ห้องหนึ่งเอาไว้ใช้เก็บของ ทำให้ปกติเกรย์จะนอนที่ห้องโถง ไม่มีแม้แต่พัดลม
เด็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างรีบเดินตามสกายเข้าไปในห้องนอน ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีเตียงกับตู้เสื้อผ้าและพัดลม แม้ว่าห้องจะเก่าไปหน่อยแต่ก็สะอาดเพราะเกรย์เข้ามาทำความสะอาดตลอด
สกายจัดที่นอน เตียงมีขนาด 5 ฟุตมันใหญ่พอให้ทั้งสองนอนด้วยกันได้ เพราะวันนี้เจอเรื่องราวมากมายทำให้สกายรู้สึกง่วงนอนเร็วกว่าปกติ
“ฝันดีนะ” ดวงตาสวยเริ่มปรือหันไปพูดกับลูกชาย
“ฝันดีครับสกาย” ดวงตากลมโตมองคนข้าง ๆ ที่ค่อย ๆ หลับไป ก่อนที่แววตาที่เคยใสซื่อจะกลายเป็นเย็นชา ราวกับดวงตาของคนตาย
ช่วงเช้าสกายค่อนข้างวุ่นวายเพราะเขาดันเผลอตื่นสาย หลังจากทำกับข้าวแล้วก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะวันนี้เขามีงาน งานนี้เป็นงานเก็บซากสำหรับแรงค์ F ค่าจ้างสูงที่สุดแต่แน่นอนว่าค่อนข้างอันตรายเพราะมันเป็นดันเจี้ยนแรงค์ A
ดันเจี้ยนเองก็ถูกแบ่งเป็นแรงค์โดยจะมีเครื่องวัดที่ทางสมาคมสร้างขึ้น ยิ่งแรงค์สูงความอันตรายก็ยิ่งมาก
สกายมองเงาสะท้อนบนกระจก ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ใบหน้านี้ดูซีดและโทรมกว่าเขาคนเดิม ริมฝีปากที่ควรจะอวบอิ่มกลับแห้งแตกเพราะไม่ดูแลตัวเอง ผมก็ถูกตัดลวก ๆ ไม่เป็นทรง แม้เขาจะไม่ถูกใจสภาพของตัวเองเท่าไหร่แต่ก็คงต้องอยู่แบบนี้ไปก่อน
เพราะสิ่งที่สำคัญกว่ารูปลักษณ์คือหนี้ก้อนโตT_T
“สกายจะไปไหนเหรอครับ” เมื่อสกายเดินออกจากห้องด้วยชุดมิดชิดเพื่อไปทำงานเกรย์ก็ถามขึ้น ดวงตาของเด็กน้อยดำมืดแต่ก็หายไปในเสี้ยววินาทีเปลี่ยนมาใสซื่อ
สกายจะหนีเขาไป จะทิ้งเขา?
“ไปทำงานเฉย ๆ ครับเดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว” แม้ความจริงในใจของเกรย์จะเป็นแบบนั้น แต่ในสายตาของสกายตอนนี้เด็กน้อยกำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ให้ไปด้วยได้ไหมครับ เกรย์ก็จะช่วยทำงาน” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็เผยรอยยิ้มเอ็นดูก้มลงไปขยี้หัวลูกชายหลายครั้ง ยิ่งเห็นอีกฝ่ายมองตาแป๋วเหมือนกำลังอ้อนก็ยิ่งใจอ่อน
ทำไมลูกชายเขาถึงได้น่ารักขนาดนี้นะ!
“งานที่ม๊าจะไปทำมันอันตรายม๊ากมาก เด็กไปไม่ได้หรอกครับ” ขนาดตัวสกายเองยังกลัวเลย แม้ว่าในอนาคตเกรย์จะกลายเป็นสุดยอดฮันเตอร์ก็เถอะ แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยแสนน่ารัก
สกายเติบโตมาในยุคที่ปลอดภัยไร้สงคราม แต่วันนี้เขาต้องไปเจอกับมอนสเตอร์แม้จะเป็นแค่ซากแต่มันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี
“ถ้าอันตรายสกายก็อย่าไป” เมื่อเห็นเด็กน้อยขมวดคิ้วทำหน้าเครียดสกายก็หัวเราะลูบหัวทุยหลายครั้งอย่างมันเขี้ยว แต่สุดท้ายเขาก็ต้องไปอยู่ดี
ก่อนไปสกายบอกกับลูกชายหลายอย่างเช่นอาหารอยู่ตรงไหน ห้ามออกไปใกล้ถนน ห้ามให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน ถ้ามีคนน่ากลัวมา อย่างพวกทวงหนี้ ก็ให้แอบออกไปทางหลังบ้านไปแอบอยู่ร้านขายข้าวก่อน
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสกายก็รีบไปที่จุดนัดหมาย จุดนัดอยู่ไม่ไกลจากที่เขาอยู่มาก นั่งรถมาประมาณ 10 นาทีก็ถึง หน้าดันเจี้ยนจะมีคนประจำอยู่ตลอดและกันเอาไว้ห้ามคนธรรมดาเข้า หลังจากจ่ายเงินเสร็จเขาก็รีบเดินเข้าไปในกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นงานที่รับมา
“สวัสดีครับตรงนี้ใช่กลุ่มเก็บกวาดไหมครับ” สกายทักลุงวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้า
“ใช่ ๆ เอ็งชื่ออะไร ลุงชื่อนาย” ลุงนายเป็นชายวัยกลางคนแต่รูปร่างกำยำไม่ได้ดูอ่อนแอ เขาทำงานเก็บกวาดมาหลายปีแล้ว
“ผมชื่อสกายครับ ผมต้องทำยังไงบ้างครับ”
“มา ๆ ตามลุงมาเดี๋ยวพาไปลงทะเบียนก่อน” แม้ว่าพวกเขาจะเป็นแค่หน่วยเก็บกวาดแต่ก็ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าดันเจี้ยนทุกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องไปรายงานตัวกับนายจ้างด้วย
การลงทะเบียนใช้เวลาประมาณสิบนาทีหลังจากนั้นทุกคนก็มารวมกลุ่มกัน ในกลุ่มคนเก็บกวาดมีทั้งหมด 10 คนเป็นแรงค์ F ทั้งหมด คนที่เป็นหัวหน้าคือลุงที่ชื่อนาย คนอื่น ๆส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่มีรุ่นเดียวกับสกายสองคน
“ดันเจี้ยนนี้เป็นดันเจี้ยนปิด ทุกคนมีเวลาเก็บกวาดแค่ 3 ชั่วโมง ตามในสัญญาถ้าใครออกมาไม่ทันเราจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี” เสียงนั้นทำให้ทุกคนหันไปมอง คนพูดเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่เป็นนายจ้างที่เป็นฮันเตอร์แรงค์ S
พวกเขาเพิ่งจะเคลียดันเจี้ยนกันเสร็จทำให้สภาพแต่ละคนเต็มไปด้วยคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์
ดันเจี้ยนจะมี 2 แบบ แบบที่ 1 คือดันเจี้ยนแบบปิดถ้าฆ่ามอนสเตอร์ทุกตัวดันเจี้ยนนั้นก็จะปิดตัวลง ใครที่ออกมาไม่ทันก็จะหายไปโดยที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนเพราะไม่มีคนเคยเจอคนที่หายเข้าไปในดันเจี้ยนปิด
ส่วนดันเจี้ยนเปิดก็คือดันเจี้ยนที่จะมีมอนสเตอร์เกิดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากคุยรายละเอียดกันเสร็จทางนายจ้างก็เอาอุปกรณ์มาให้ พอเห็นสภาพคิ้วสวยก็เลิกขึ้น
“เอ็งใส่ไม่เป็นเหรอ” ลุงนายที่แต่งตัวเรียบร้อยหันมาถามเมื่อเห็นสกายทำหน้างง ๆ
“งานนี้งานแรกน่ะครับ”
“มา ๆ เดี๋ยวลุงช่วย ครั้งนี้ถือว่าดีอยู่ที่นายจ้างเตรียมของมาให้ แถมคุณภาพก็ดี” ระหว่างช่วยสกายลุงนายก็คุยเล่นไปด้วย
“แสดงว่าปกติเขาไม่เตรียมให้เหรอครับ” สกายถามด้วยสีหน้าแปลกใจ เขามีความรู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนแค่ในนิยาย แต่เรื่องของหน่วยเก็บกวาดไม่มีข้อมูลเลย มีแค่ข้อมูลผ่าน ๆ
“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าเจอของคุณภาพดีก็โชคดีแต่ถ้าเจอคุณภาพแย่ก็ดูว่าชุดเรากับชุดเขาอันไหนดีกว่ากัน ถ้าเราดีกว่าก็ต้องเปลี่ยน” ชุดหน่วยเก็บกวาดมีชุดป้องกัน รองเท้า ถุงมือและหน้ากากกันแก๊สพิษ อุปกรณ์พวกนี้มีตั้งแต่ราคาถูกคุณภาพต่ำ และราคาแพงคุณภาพดี
ถ้าคนที่ทำอาชีพเก็บกวาดประจำก็จะมีชุดที่ซื้อมาส่วนตัว ส่วนคุณภาพก็ตามสภาพกระเป๋าเงิน งานเก็บกวาดถ้าแรงค์สูง ๆ ส่วนมากทางนายจ้างจะเตรียมอุปกรณ์มาให้ เพราะยิ่งอุปกรณ์ดีก็ยิ่งทำงานไว
แต่ถ้าเป็นแรงค์ต่ำ ๆ ส่วนมากจะให้เตรียมอุปกรณ์มาเอง เงื่อนไขตรงนี้จะมีเขียนไว้ในรายละเอียดงาน สกายรู้สึกโชคดีที่เลือกที่เขาเตรียมของให้ ระหว่างการแต่งตัวเขาก็ได้รู้อะไรเยอะมาก จนในที่สุดก็ถึงเวลาทำงานจริง
สกายสัมผัสได้ถึงหัวใจตัวเองที่เต้นเร็วมาก ประตูเข้าดันเจี้ยนจะเป็นเหมือนกลุ่มแสงสีดำ เมื่อเดินเข้ามาสิ่งแรกที่รับรู้ได้คือกลิ่นเหม็นสาบ กลิ่นคาว แม้จะใส่หน้ากากก็ยังทะลุเข้ามาได้
“ตามมาเราจะไปจุดที่ลึกที่สุดก่อน” ลุงนายพูดขึ้น เวลาสามชั่วโมงเหมือนจะเยอะแต่ความจริงมันน้อยมาก ๆ เพราะมีมอนสเตอร์เยอะมาก
ตลอดทางสกายเจอกับกลิ่นคาวและซากของมอนสเตอร์ที่ชวนให้พะอืดพะอม เมื่อมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดและมีมอนสเตอร์เยอะสุดสกายก็ยิ่งอยากอ้วก
“ไงเราครั้งแรกก็แบบนี้เดี๋ยวก็ชิน” เมื่อเห็นสกายท่าทางไม่ดีลุงนายก็ตบหลังหลายที แม้ใจจะไม่พร้อมยังไงแต่สกายก็ต้องโยนความรู้สึกพวกนั้นไป เขาถูกจ้างมาด้วยเงินเท่ากับทุกคน ถ้าเขาไม่ทำงานก็เท่ากับเอาเปรียบ
เขาต้องรีบทำตัวให้ชิน เพราะยังมีลูกชายตัวน้อย ๆ กับหนี้ก้อนโตรออยู่
###.
ตอนที่ 3 ใครทำสกาย
ตอนที่ 3 ใครทำสกาย
ในนิยายไม่ได้อธิบายเกี่ยวกับหน่วยเก็บกวาด มีบอกแค่ว่าทุกครั้งที่จัดการมอนสเตอร์เสร็จจะมีหน่วยเก็บกวาดเข้าไปด้านใน ก่อนที่ดันเจี้ยนจะปิดตัวใน 3 ชั่วโมง
ก่อนจะมาทำงานสกายหาข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยนี้ แม้จะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็ยังไม่ชินกับซากของมอนสเตอร์ แต่ก็ยังโชคดีที่ครั้งนี้พวกเขาไม่ต้องชำแหละ เพราะมอนสเตอร์ในครั้งนี้จะเอาแค่เกร็ด หนัง เล็บและเขา ลุงนายบอกเขาว่ามอนสเตอร์บางตัวเครื่องในมีประโยชน์ราคาแพงก็ต้องชำแหละ
ในการทำงานครั้งนี้คนที่ทำหน้าที่ชำแหละหลัก ๆ จะมี 5 คน หน้าที่นี้ค่อนข้างต้องใช้ประสบการณ์ เพราะต้องทำแข่งกับเวลา หน้าที่สกายคือขนเข้าใส่กระเป๋ามิติ
กระเป๋ามิติมีทั้งหมด 5 อัน แต่ละอันมีขนาดใหญ่มาก แน่นอนว่าราคามันก็ยิ่งแพงตามขนาด
ทุกครั้งที่เข้ามาในดันเจี้ยนจะมีคนของนายจ้างมาเฝ้าด้วยเผื่อว่ามีคนแอบขโมยบางส่วนไป
“เร่งมือหน่อยนะทุกคนเหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมง” เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็รีบขยับมือ สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็เผยแววตาแปลกใจ เพราะมันยังเหลือมอนสเตอร์กองใหญ่กองสุดท้าย ที่มองยังไงพวกเขาก็ทำไม่เสร็จภายในครึ่งชั่วโมงแน่ ๆ
“ลุงเราจะเสร็จทันเหรอครับ” เมื่อเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่ากองมอนสเตอร์กองสุดท้ายมันใหญ่มาก ๆ
“ไม่เสร็จก็คงทำอะไรไม่ได้ ยังไงดันเจี้ยนนี้ก็เป็นแรงค์ A มอนสเตอร์เลยเยอะแถมชำแหละยาก” สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าไม่ได้ชวนคุยต่อรีบหันไปทำงานของตัวเอง มอนสเตอร์กองนี้เป็นกองสุดท้าย อยู่ห่างจากประตูทางออกแค่ 20 เมตร ทำให้ทุกคนตกลงกันว่าจะพากันออกเมื่อถึง 10 นาทีสุดท้าย
ทุกคนต่างเร่งมือเมื่อดันเจี้ยนใกล้จะปิดแก๊สพิษจะเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเปิดไฟที่หน้ากากเพื่อช่วยการมองเห็น จนในที่สุดลุงนายก็โบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนกลับ
ทุกคนรีบเดินออกจากดันเจี้ยนหลังจากที่ทุกคนเดินออกมาครบแล้วก็เหลืออีก 3 นาทีกว่าดันเจี้ยนจะปิด หลังจากออกมาทุกคนก็เดินไปพักผ่อนดื่มน้ำล้างหน้า ส่วนสกายก็หันไปมองประตูดันเจี้ยน มองประตูที่ค่อย ๆ ลดขนาดลงจนในที่สุดมันก็หายไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สมาคมฮันเตอร์ก็เอาเครื่องมือบางอย่างไปยื่นตรงที่เคยมีประตู เมื่อเครื่องไม่ส่งสัญญาณก็เท่ากับว่าดันเจี้ยนหายไปแล้ว
“เอ็งเป็นไงบ้างงานครั้งแรก” ลุงนายเดินเข้ามาหาโดยที่ถอดหน้ากากออกแล้ว
“เกือบแย่เหมือนกันครับ” สกายถอดหน้ากากออกพร้อมพูดขึ้น สัมผัสได้ว่าตัวเองเหงื่อเต็มตัว เพราะชุดที่ใส่หนาและหนักมาก อากาศในดันเจี้ยนก็ร้อนสุด ๆ
“ฮ่า ๆ แรก ๆ ก็แบบนี้เดี๋ยวก็ชิน ไปล้างหน้าดื่มน้ำเถอะ แล้วไปรวมกันตรงนั้นนะเดี๋ยวนายจ้างจะจ่ายเงิน” สกายพยักหน้าก่อนจะเดินไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำไม่ไกล น้ำเย็น ๆ หลังจากทำงานมาเหนื่อย ๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น หลังจากล้างหน้าเสร็จเขาก็เดินไปดื่มน้ำที่ทางนายจ้างเตรียมไว้ให้ ก่อนจะรีบเดินไปรวมกับคนอื่น ๆ
ด้านหน้ากลุ่มมีผู้ชายคนเดิมอีกฝ่ายกำลังตรวจซากในแหวนที่ถูกชำแหละมาก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ
“ถ้าเราทำงานดีนายจ้างบางคนอาจจะให้โบนัสด้วยนะ” ลุงนายขยับเข้ามาใกล้พูดด้วยสีหน้ามีความสุข ถ้านายจ้างคนไหนใจดีก็ให้เยอะมาก
“ผมได้ยินว่าพวกคุณเก็บกองสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดได้ไม่ถึงครึ่ง” เมื่อได้ยินประโยคแรกสกายก็คิ้วกระตุกเหมือนจะสัมผัสได้ถึงลางไม่ดี เมื่อมองไปที่ลุงนายก็เห็นว่าแกทำหน้าไม่ดีเหมือนกัน
“ตามสัญญาที่เราเขียนไว้ ถ้าเก็บไม่หมดเราจะหักตามที่ทำไม่เสร็จ ตามที่คนของผมบอกเหมือนกองใหญ่นั้นจะคิดเป็น 20% ของมอนสเตอร์ทั้งหมด” สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง ดวงตาสีน้ำตาลฉายความโกรธ
นั่นหมายความว่าพวกเขาถูกหักค่าจ้าง 20%!! เรียกว่าหักเยอะมาก!
“แบบนี้มันกดค่าจ้างกันชัด ๆ เห็นอยู่ว่าเป็นมอนสเตอร์แรงค์สูง แถมเราก็มีแค่สิบคนจะทำทันได้ยังไง มอนสเตอร์ก็ไม่ใช่ว่าชำแหละได้ง่าย ๆ” ยิ่งมอนสเตอร์แรงค์สูง การชำแหละก็ยิ่งยากต่อให้ชำนาญขนาดไหนก็ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ
“เฮ้อ หน่วยเก็บกวาดก็แบบนี้ เราสู้อะไรพวกแรงค์สูง ๆ ไม่ได้หรอก” ลุงนายถอนหายใจ เพราะทำงานแบบนี้มานานแล้ว เรื่องที่หน่วยเก็บกวาดถูกทำแบบนี้แทบจะเป็นเรื่องปกติ แม้ก่อนหน้านี้จะมีคนไปร้องเรียนกับสมาคมแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร
ยิ่งได้ยินแบบนั้นสกายก็ยิ่งโมโหเดินไปข้างหน้า ทำให้ทุกคนหันมามองรวมถึงผู้ชายตัวใหญ่ที่เป็นนายจ้าง
“มีอะไรงั้นเหรอ” เมื่อเห็นมีคนเดินขึ้นมาชายคนนั้นก็ขมวดคิ้ว
“ผมไม่เห็นด้วย แม้จะเหลือมอนสเตอร์แต่ก็แค่กองสุดท้าย แถมยังเป็นมอนสเตอร์หน้าดันเจี้ยนด้วย พวกนั้นไม่ได้มีซากแพงอะไรมากมาย ตัวที่ราคาดีด้านในเราก็เก็บมาให้หมดแล้ว คุณมาหักเราตั้ง 20% แบบนี้ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอครับ” สกายพูดยาวเหยียดพอพูดจบก็หอบหายใจด้วยความเหนื่อย เขารับไม่ได้ที่ถูกรังแกซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้
“พวกคุณไม่ได้ลงทุนอะไรด้วยซ้ำ ชุดเราก็เตรียมให้ แหวนมิติเราก็เตรียมให้ แค่เราให้ค่าจ้างเท่านี้ก็มากพอแล้ว” สกายกำมือแน่นเมื่อได้ยินแบบนั้น
ไม่ลงทุนกับผีสิ!!! ถ้าไม่ลงทุนทำไมพวกนั้นไม่เก็บกวาดกันเอง!
“พวกเราก็เสี่ยงเพราะต้องสู้กับแก๊สพิษเหมือนกัน ไหนจะต้องต่อสู้กับเวลาถ้าจู่ ๆ เกิดเหตุบางอย่างแล้วออกจากดันเจี้ยนไม่ทัน ถ้าคุณไม่อยากจ้างพวกเราทำไมไม่ทำกันเอาเอง!” ปกติในดันเจี้ยนถ้าไม่ใช่ดันเจี้ยนพิษจะไม่มีแก๊สพิษ แก๊สพิษจะเกิดจากซากมอนสเตอร์ที่ถูกฆ่า ถ้ายิ่งผ่านไปนานแก๊สก็จะรุนแรง ต่อให้เป็นระดับ S ถ้าไม่มีเครื่องป้องกันก็ทนได้ไม่ถึง 10 นาที
ขนาดแรงค์ S ยังขนาดนั้นเลย แล้วแรงค์ F แบบพวกเขาจะสภาพไหน นั่นหมายความว่าถ้าเกิดหน้ากากมีปัญหา พวกเขามีสิทธิ์ตายกันได้เลย
ปกติแล้วฮันเตอร์จะมีกิล แต่ก็มีฮันเตอร์ไม่น้อยที่เป็นอิสระ ปกติกิลใหญ่ ๆ จะมีหน่วยเก็บกวาดของตัวเอง
เซ็นขมวดคิ้วเขาเป็นผู้ช่วยของกาฟิวส์ที่เป็นฮันเตอร์แรง S เขามีหน้าที่ดูแลจัดการทุกอย่าง แน่นอนว่าเขาต้องพยายามทำให้ฝั่งเขาได้ผลประโยชน์มากที่สุด
“เรื่องนี้เราระบุรายละเอียดไว้ในสัญญาเรียบร้อยแล้ว พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาพูดทีหลัง” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็ยิ่งโมโหเตรียมจะพุ่งไปต่อยหน้าสักครั้งให้หายโมโห แต่ก็ถูกลุงนายจับบ่าไว้ก่อน แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่อารมณ์โมโหของสกายก็ค่อย ๆ เบาลง
สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ค่าจ้างหน่วยเก็บกวาดจะอยู่ที่จำนวนคน ถ้าจำนวนคนเยอะค่าจ้างก็จะน้อย แต่ก็มีกฎเกณฑ์กลาง ที่ทางสมาคมกำหนดไว้ด้วย
ดันเจี้ยนแรงค์ S ค่าจ้างหน่วยเก็บกวาดจะอยู่ที่ 5 แสน
แรงค์ A 1 แสน
แรงค์ B 8 หมื่น
แรงค์ C 6 หมื่น
แรงค์ D 4 หมื่น
แรงค์ E 2 หมื่น
แรงค์ F 1 หมื่น
แต่นี่ก็แค่ค่าจ้างที่ถูกระบุไว้ในสมาคม เพราะความจริงก็มีหลายครั้งที่พวกหน่วยเก็บกวาดถูกเอาเปรียบแบบครั้งนี้ สกายที่ควรจะได้ค่าจ้าง 1 หมื่นตามที่คุยกันก็ได้แค่ 8 พัน
“เอ็งจะกลับเลยไหม” หลังจากที่รับเงินจากนายจ้างเสร็จลุงนายก็เดินเข้ามาหาสกาย
“กลับเลยครับ” สกายมองนาฬิกา ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้วเขาคงกลับไปทันมื้อเที่ยงพอดี นึกเป็นห่วงเด็กน้อยว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง เขากลัวพวกทวงหนี้จะมา
“งั้นเหรอ ๆ งั้นเราแลกเบอร์กันไว้ไหม ลุงชอบเอ็งนะเป็นหนุ่มที่ไฟแรงดี ถ้ามีงานดี ๆ ลุงจะโทรไปชวน” สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็เผยรอยยิ้ม อย่างน้อยเขาก็ได้รู้จักกับคนดี ๆ แบบนี้
“แล้วลุงจะกลับเลยไหมครับ” หลังจากแลกเบอร์กันเสร็จสกายก็ถามขึ้น
“ยัง ช่วงบ่ายลุงจะไปทำงานอื่นต่อ วันนี้รับไว้ 2 งาน อีกงานแรงค์ C น่ะ ครั้งนี้โชคดีได้แรงค์สูง 2 งานเลย” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็เบิกตากว้าง นึกนับถือความขยันของชายวัยกลางคน เขาเองก็คงต้องทำแบบนี้บ้าง ไม่งั้นคงใช้หนี้ไม่หมดแน่ ๆ
ปกติแล้วดันเจี้ยนสูง ๆกิลจะเป็นคนจัดการ ทำให้พวกนั้นใช้หน่วยเก็บกวาดของกิล งานที่หลุดออกมาส่วนมากจะเป็นแรงค์ต่ำอย่าง C ลงมา งานแรงค์ A แบบนี้หายากแถมคนยังแย่งกันกด ทำให้สกายรู้ว่ารอบนี้ตัวเองโชคดีมาก
สกายคุยกับลุงนายต่ออีกสักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับ เขาใช้เวลากลับมาบ้านครึ่งชั่วโมง
“สกายกลับมาแล้วเหรอ” เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเด็กน้อยเดินตาแป๋วมาหา แถมยังน่ารักถือน้ำเย็น ๆ มาให้ด้วย
“กลับมาแล้ว เตรียมไว้ให้ม๊าเหรอ น่ารักจังเลยขอบใจนะครับ” สกายยิ้มเอ็นดูก่อนจะรับน้ำมาดื่มอึกใหญ่
“สกายทำงานไม่สนุกเหรอ” เด็กน้อยเอียงคอ ภายใต้ดวงตาสดใสคู่นั้นรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน
ใช่…รับรู้ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นโกรธ เศร้า มีความสุข รังเกียจ อารมณ์ทุกอย่างสื่อออกมาเป็นสีสัน สีแดงความโกรธ สีชมพูความสุข สีดำรังเกียจ สีม่วงความเศร้า
หลังจากกลับมาบ้านสีของสกายเป็นสีชมพูแต่ก็มีสีแดงกับสีม่วงปนมาด้วย
เด็กน้อยหลุบตามองพื้นซ่อนแววตาโกรธเอาไว้….ใครทำสกายไม่สบายใจ