โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ลาสบอสคนนั้นเป็นลูกชายของผม

นิยาย Dek-D

อัพเดต 07 เม.ย. 2567 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2567 เวลา 12.30 น. • mopq1234
แค่หลุดเข้ามาในนิยายมันก็น่าตกใจเกินไปแล้ว แต่เขาดันมาอยู่ในร่างของแม่ตัวร้าย ที่ทำร้ายลูกชายตั้งแต่เด็กสุดท้ายก็ถูกลูกตัวเองฆ่า ยังต้องมาใช้หนี้แทนร่างเก่า เขาจะถูกเจ้าหนี้ฆ่าก่อนหรือจะถูกลูกฆ่าก่อน!

ข้อมูลเบื้องต้น

ตอนที่ 1 ร่างใหม่มีมรดกคือลูกชายและหนี้สิน

ตอนที่ 1 ร่างใหม่มีมรดกคือลูกชายและหนี้สิน

ดวงตาคู่สวยสะลึมสะลือลืมขึ้นภาพตรงหน้าเบลอเห็นว่าใครบางคนขยับอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ชัดขึ้นและเห็นชัดว่าเป็นใคร

“สกายตื่นแล้วเหรอ” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงดีใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความระแวง

“อืม” เมื่อเห็นท่าทีนิ่ง ๆ ของคนบนเตียงเด็กน้อยก็เผยรอยยิ้มแต่ก็รีบเก็บรอยยิ้มไว้ทันที เขารู้สึกแปลกใจที่วันนี้สกายไม่ดุ ไม่ทำตัวโมโหเขาเหมือนทุกที

“ถ้างั้นเกรย์จะรีบไปเอาอาหารมาให้” ว่าแล้วเด็กน้อยก็ลุกขึ้น สกายมองแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์

“เรื่องจริงเหรอเนี่ย” สกายนวดขมับตัวเอง เขาเข้ามาในร่างนี้เมื่อวาน พอเข้ามาก็รู้สึกปวดหัวเหมือนจะระเบิด แถมตัวก็ร้อนมาก เขาหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืนระหว่างนั้นความทรงจำมากมายก็เข้ามาในหัว ท่ามกลางสติที่ไม่ค่อยจะเต็มร้อยเขาเห็นเด็กน้อยรางๆ อีกฝ่ายเช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน

เขาคือสกาย และร่างนี้ก็คืนสกายเช่นกัน ก่อนหน้านี้เขาเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ ที่มีงานอดิเรกอ่านมังงะ อ่านนิยาย นิยายเรื่องล่าสุดที่เขาอ่านคือนิยายแนวดันเจี้ยน ที่พระเอกเป็นฮันเตอร์ที่โด่งดัง ส่วนนางเอกเป็นฮันเตอร์สายรักษา ทั้งคู่ฝ่าฟันด้วยกันมาหลายปีจนครองรักเป็นที่อิจฉา มีลูกหลานน่ารักเต็มบ้านเต็มเมือง

โอ้ว? แล้วเกี่ยวอะไรกับผมน่ะเหรอ

หลังจากได้ความทรงจำมาเขาก็รู้หลายอย่างโดยเฉพาะเด็กน้อยที่เดินตาแป๋วมาพร้อมกับถ้วยข้าวต้มหอม ๆ

เกรย์ ลาสบอสผู้เติบโตมาอย่างยากลำบากตั้งแต่เด็ก ในเล่มบอกไว้แค่ว่าถูกแม่แท้ ๆ ทำร้ายร่างกายมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะหนีออกจากบ้านตอนอายุ 15 ไปเป็นฮันเตอร์ ก่อนจะกลายเป็นฮันเตอร์แรงค์ SS คนแรกและคนเดียวในโลก

ส่วนสาเหตุที่เกรย์ไม่ได้เป็นพระเอกแต่ดันเป็นตัวร้าย เพราะด้วยโตมาในสภาพไม่ดีพอมาเป็นฮันเตอร์ก็เจอฮันเตอร์นิสัยแย่ ทำให้นิสัยเริ่มบิดเบี้ยว แต่ถึงจะเก่งยังไงก็แพ้พระเอกอยู่ดี เรียกได้ว่าความรักบังตาสุด ๆ ครั้งที่แรงค์สูงกว่าความสามารถมากกว่า

ส่วนแม่น่ะเหรอ…แน่นอนว่าถูกลูกชายตัวเองฆ่า ตอนอ่านสกายก็สะใจอยู่หรอก แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ ที่เราชื่อเหมือนกัน

“สกายเป็นอะไรเหรอ” เด็กน้อยเอียงคอเมื่อเห็นคนเป็นแม่ทำหน้าแปลก ๆ แต่ก็ดูใจดีกว่าทุกทีทำให้อดคาดหวังไม่ได้

“เปล่า” สกายตอบแบบเกร็ง ๆ มองเด็กน้อยผมดำหน้าตาน่ารัก แต่พอรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นลาสบอสสุดโหดคนนั้น แถมยังจะฆ่าเขาในอีกสิบปีข้างหน้ามันก็รู้สึกหวิว ๆ

ตอนนี้เกรย์อายุ 10 ขวบเท่ากับว่าสกายเข้ามาก่อนการดำเนินเรื่องหลายปีเลย

ในโลกนี้เต็มไปด้วยดันเจี้ยนมากมาย ดันเจี้ยนปรากฏเมื่อ 50 ปีก่อน ช่วงแรก ๆ ทุกคนต่างตกใจมีคนเสียชีวิตมากมาย หลายคนมีพลังพิเศษทุกคนยังไม่เข้าใจกับเรื่องนี้ แต่พอหลังจากผ่านมาสิบปีมนุษย์ก็เริ่มปรับตัวได้ มีธุรกิจใหม่มากมายเกิดมา

พลังพิเศษจะปรากฏตอนอายุ 15 ไปจนถึง 30 ถ้าหากในช่วงวัยนี้ยังไม่มีพลังหลังจากนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะมีพลังขึ้นมาทีหลัง ระดับพลังต่ำสุดคือ F แรงค์นี้จะร่างกายดีกว่าคนธรรมดาเล็กน้อย SS S A B C D F

สกายกินข้าวต้มระหว่างนั้นยังสัมผัสได้ถึงสายตาของเกรย์ ขณะที่เขามีแรงค์ต่ำสุดอย่าง F เขานึกไม่ออกจริง ๆ ว่าลูกชายทำไมแรงค์ขึ้นได้โหดขนาดนั้น ในความทรงจำไม่มีเรื่องพ่อเลย แต่ก็จำได้ว่าสกายไปดื่มแล้วก็คงตอนนั้น

เพราะไม่ได้เต็มใจมีภาระทำให้สกายเกลียดลูกมาก เงินที่หามาได้ก็เอาไปเล่นพนันได้บ้างเสียบ้าง พอวันไหนเสียก็จะโมโหมาลงใส่ลูก

“สกายอร่อยไหม” เมื่อเห็นว่าคนเป็นแม่กินอาหารหมดเด็กน้อยก็ถามด้วยแววตาคาดหวัง วันนี้สกายใจดีมาก ไม่ไล่เขาออกไปเหมือนทุกที แถมยังไม่มองเขาด้วยสายตารังเกียจ

“อร่อย ขอบใจนะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นเกรย์ก็เบิกตากว้าง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรท้องก็ส่งเสียงร้องจนเจ้าตัวก้มหน้าด้วยความเขิน

“กินข้าวหรือยังครับ” เมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นของเด็กน้อยสกายก็เผยแววตาเอ็นดู

“ไม่มีอะไรเหลือแล้ว เดี๋ยวเกรย์ไปช่วยป้าร้านข้าวล้างจาน ถ้าได้เงินแล้วจะไปซื้อของเข้าบ้าน ตะ…แต่เกรย์ก็แบ่งเงินไว้ให้สกายแล้วนะ” เกรย์อายุ 10 ขวบแล้ว แต่ยังดูตัวเล็กไม่สมวัยเพราะไม่ค่อยได้กินข้าว ทุกครั้งที่ได้เงินค่าจ้างมาก็ถูกสกายเอาไปทั้งหมด

ที่เด็กน้อยรอดมาทุกวันนี้เพราะคนแถวนี้เอ็นดู แบ่งข้าวแบ่งขนมให้ตลอด แม้จะมีแม่ที่นิสัยแย่ขนาดไหนแต่เด็กน้อยกลับเอาอาหารมาให้ตลอด แม้บางครั้งจะถูกตอบแทนด้วยการตีก็ตาม

มือขาวกำแน่นเมื่อนึกถึงเรื่องราวในความทรงจำ เขาโกรธมากที่ผู้ใหญ่ทำกับเด็กคนหนึ่งได้ขนาดนี้

สกายลุกจากเตียงก่อนจะเดินไปที่ลิ้นชักข้างเตียงเมื่อเปิดออกมาก็เห็นเงินที่ร่างเดิมเก็บไว้ ที่จริงเกรย์ก็รู้เพราะเขาต้องเข้ามาทำความสะอาดห้องทุกวัน แม้ของกินในบ้านจะหมดแล้วแต่เขาก็ไม่กล้าหยิบเงินตรงนี้ไป

“เราไปซื้อของกินกันเถอะ” สกายสำรวจตัวเองแม้เสื้อผ้าจะเก่าหน่อยแต่ก็ใส่ได้ไม่มีปัญหา ก่อนจะหันไปสำรวจเด็กน้อยที่มีสภาพไม่ต่างกัน

“ให้เกรย์ไปด้วยเหรอครับ” เด็กน้อยเบิกตากว้างจนน่าเอ็นดู ถามด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นสกายพยักหน้าให้ก็ยิ้มกว้าง

วันนี้สกายใจดีที่สุด!

สกายเดินออกมาข้างนอกทำให้เห็นภาพบ้านเต็ม ๆ พื้นเพของสกายไม่ใช่คนยากจนถึงขนาดไม่มีอะไรติดตัวเลย พ่อแม่ของเขาตายไปแต่ก็ยังทิ้งบ้านเล็ก ๆ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำไว้ให้ ถ้าเขาไม่ติดพนันตั้งใจทำงานก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้

ที่นี่เป็นชุมชนเล็ก ๆ เดินออกมาไม่ไกลก็เจอกับถนนสองเลน

“จับมือไหมครับ” สกายยื่นมือไปทางเด็กน้อย เมื่อเห็นแบบนั้นเกรย์ก็ทำหน้าไม่เข้าใจแต่ดวงตาก็ฉายความเป็นประกาย จับมือของสกายอย่างว่าง่าย

“เกรย์น่ะข้ามถนนเองตลอดเลยนะเก่งไหมครับ” เด็กน้อยยืดอกเล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ แต่คนฟังแบบสกายยิ่งรู้สึกสงสาร เขาไม่รู้ว่าเกรย์ต้องข้ามถนนที่อันตรายแบบนี้คนเดียวตั้งแต่ตอนกี่ขวบ

“หลังจากนี้พี่…ไม่สิม๊าจะพาข้ามตลอดดีไหม” สกายพูดหลังจากที่ข้ามถนนมาได้แล้ว เด็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง

“จริงเหรอ!”

“จริง” พอเห็นเด็กน้อยยิ้มร่าสกายก็ลูบหัวอย่างเอ็นดูก่อนจะพาจูงมือไปที่ร้านข้าวที่อยู่ไม่ไกล

ดวงตาสีเข้มมองมือที่ถูกกุมไว้ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มสดใสกลับมีดวงตาดำมืด ราวกับไม่ใช่แววตาของเด็ก แต่แววตานั้นก็หายไปในเสี้ยววินาที

“อ้าวเกรย์ แล้วนั่น” เมื่อเข้ามาในร้านข้าวหญิงวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของร้านก็ทักทาย เธอมองเด็กน้อยด้วยแววตาเอ็นดู แต่พอเห็นว่าวันนี้เกรย์มากับใครก็ทำหน้าแปลกใจ คนแถวนี้รู้ดีว่าแม่ของเกรย์เป็นคนยังไง บางวันเกรย์ก็มีแต่แผลคนเขาพากันสงสาร เธอเองก็สงสารถึงได้ให้ทำงานให้ข้าวกินตลอด

“อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ” สกายหันไปบอกลูกชาย เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กน้อยก็หันไปสั่งข้าวผัด

ระหว่างที่เกรย์กินข้าวสกายก็ทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ในหัวทั้งเรื่องของร่างเดิมและเนื้อหานิยาย

แต่เรื่องนิยายเขาไม่คิดมากเพราะยังมีเวลาอีกนาน และอีกอย่างถ้าเขาดูแลเกรย์ดี ๆ โอกาสที่ลูกชายเขาจะเป็นลาสบอสก็คงไม่มี สิ่งที่สำคัญตอนนี้ก็คือ

หนี้ 2 ล้านที่สกายกู้มาจากบ่อนพนันและก็ใกล้จะถึงกำหนดคืนเงินแล้วด้วย ที่จริงมันถึงสักพักแล้วแต่พอเขามาทวงสกายก็ขอร้องให้ทางนั้นให้เวลา เขาคิดว่าถ้าครั้งนี้ไม่จ่ายเขาอาจจะตายก็ได้

นอกจากมาอยู่ในร่างแม่ที่จะถูกลูกฆ่า เขายังต้องมาหาเงินใช้หนีแทนร่างเดิมด้วย!T_T ชีวิตเขาจำเป็นต้องลำบากขนาดนี้ไหม!!

พอกลับมาถึงบ้านสกายก็นั่งเครียดหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมาหาข้อมูลงาน การเป็นฮันเตอร์แรงค์ F แม้จะเป็นแรงค์ต่ำสุดแต่ก็ยังดีกว่าคนธรรมดา เพราะถ้าเทียบกันระหว่างคนธรรมดากับแรงค์ F นายจ้างจะเลือกฮันเตอร์มากกว่า

“แต่ละงานได้เงินน้อยจริง” นิ้วเรียวเลื่อนหางานในเว็บฮันเตอร์ งานที่รับแรงค์ต่ำ ๆ ส่วนมากจะเป็นงานแบกของ กับเก็บกวาดซากมอนสเตอร์

การเข้าดันเจี้ยนจะมีฮันเตอร์ที่ล่า หลังจากล่าเสร็จก็ต้องมาตามเก็บซากเพื่อเอาไปแยกส่วน อย่างกระดูกหรือเกล็ดของมอนสเตอร์บางตัวที่ขายได้ราคาแพงมาก แน่นอนว่างานพวกนี้มันน่ารำคาญ ทำให้ฮันเตอร์ส่วนมากเลือกจ้างฮันเตอร์แรงค์ต่ำ ด้วยค่าจ้างแสนถูก

แม้จะถูกแต่ก็ยังแพงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของคนธรรมดา

“สกายกำลังทำอะไรเหรอครับ” เด็กน้อยถามขึ้นตั้งแต่กลับมาจากร้านอาหารเขาเห็นสกายนั่งขมวดคิ้วกับโทรศัพท์อยู่ตลอด

“กำลังหางาน เดี๋ยวสิทำไมไม่เรียกม๊า” สกายละสายตาจากโทรศัพท์หันไปมองเกรย์

“สกายก็คือสกายไง สกายก็เป็นม๊าด้วยครับ” สกายเลิกคิ้วรู้สึกงง ๆ กับกระบวนการคิดของเด็ก แต่ก็เลิกสนใจเพราะตอนนี้เขาต้องสนใจงานก่อน

ไม่งั้นชีวิตเขาได้ฉิบหายรอบสองแน่ ถามว่าแล้วรอบแรกล่ะ? แน่นอนว่าต้องก่อนจะเข้าร่างนี้สิ ตอนนั้นเป็นทำงานลากเลือดก่อนจะตายคาคอมพิวเตอร์ อนาถาสุดๆ

ไม่รู้ว่าเขาจะถูกลูกฆ่าตายหรือจะถูกเจ้าหนี้ฆ่าตายก่อนกันแน่

ตอนที่ 2 งานแรก

ตอนที่ 2 งานแรก

สกายนั่งหางานกว่าจะรู้ตัวก็เป็นช่วงเย็นแล้ว มือเรียววางโทรศัพท์ก่อนจะหันไปดูท้องฟ้า หลังจากนั้นก็หยิบเงินออกมาดู หลังจากนับก็รู้ว่าตอนนี้เขาเหลือเงินติดตัวแค่ 1 พันเท่านั้น แม้จะรู้สึกจิตตกแต่ก็ยังดีกว่าไม่มี

“ไปตลาดกับม๊าไหมครับ” สกายหันไปถามลูกชาย ตั้งแต่กลับมาจากร้านข้าวเกรย์ก็นั่งมองเขาตาแป๋วตลอด พอถามว่าไม่ไปไหนเหรอก็ส่ายหน้า

“ไปครับ” เด็กน้อยพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อเห็นแบบนั้นสกายก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู ไม่เข้าใจว่าทำไมร่างเก่าถึงได้ไม่รักลูก ทั้ง ๆ ที่เกรย์น่ารักขนาดนี้

ชีวิตก่อนสกายไม่ได้โหยหาครอบครัวเท่าไหร่ เพราะแค่ตัวคนเดียวเขาก็ลำบากแล้ว ถ้ามีลูกมีครอบครัวคงจะลำบากยิ่งกว่าเดิม เพราะงั้นเลยคิดว่าอยู่คนเดียวดีกว่า พอมาชีวิตนี้ต้องมามีลูกแบบกะทันหัน เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะดูแลเด็กคนนี้ได้ดีไหม แต่เขาก็จะทำให้ดีที่สุดในฐานะผู้ปกครองคนหนึ่ง

ตลาดอยู่ห่างจากบ้านไม่ไกล ที่นี่เป็นตลาดขนาดเล็กสกายใช้เวลาเดินซื้อของไม่นานเขาใช้เงินไปทั้งหมด 300

“วันนี้สกายอยากกินอะไรครับ” ระหว่างที่เดินกลับบ้านเด็กน้อยก็ถามขึ้น ดวงตาคู่นั้นมองมือที่ข้างหนึ่งกุมมือตัวเองอยู่ ส่วนอีกข้างก็ถือถุงของที่ซื้อมา

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ข้ามถนนแล้วแต่สกายก็ยังจับมือเขาไว้ ทำให้เด็กน้อยรู้สึกทั้งดีใจทั้งสับสน

“นั่นสิ เอาเป็นต้มจืดก็ได้” สกายคิดสักพักก่อนจะตอบออกไป ปกติเขาจะซื้อข้าวแกงข้างทางกินตลอดไม่ค่อยได้ทำอาหารเอง แต่ด้วยเงินในกระเป๋าตอนนี้เขาคงต้องทำงานจะได้ประหยัด

บรรยากาศช่วงเย็นเย็นสบายท้องฟ้าเป็นสีส้ม ดวงตาคู่สวยมองแม้จะอยู่ต่างที่แต่ท้องฟ้ากลับไม่ต่างกัน เดินมาไม่นานก็มาถึงบ้าน

สกายเอาถุงไปวางในห้องครัวก่อนจะเริ่มทำอาหาร เด็กน้อยที่เห็นแบบนั้นก็เดินตามเข้ามา พร้อมเอียงคอมองด้วยสายตาไม่เข้าใจ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ ไปนั่งเล่นก่อนก็ได้นะ อีกสักพักเลยกว่าจะเสร็จ” สกายหันไปบอก เพราะต้องหุงข้าวด้วย

“สกายจะทำเองเหรอ” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็ชะงัก เพราะปกติร่างเดิมไม่เคยทำแบบนี้เลย คนที่จัดการทุกอย่างในบ้านจะเป็นเกรย์

ร่างเพรียวขยับย่อตัวจนส่วนสูงอยู่ในระดับเดียวกับลูกชาย มือเรียววางบนหัวทุยลูบเบา ๆ

“ก่อนหน้านี้เกรย์ทำอาหารเองตลอดเก่งมากเลยครับ แต่หลังจากนี้ม๊าจะทำเองแล้ว” น้ำเสียงที่อ่อนโยนและแววตาที่มองเขาอย่างอบอุ่นทำให้หัวใจของเด็กน้อยรู้สึกแปลกไป เขามองใบหน้านั้นยังคงเป็นใบหน้าแม่คนเดิม แต่กลับไม่เหมือนเดิม

“ถ้างั้นเกรย์ขอช่วยได้ไหมครับ”

“ได้สิ” เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กน้อยก็ยิ้มกว้าง เพราะเกรย์ทำอาหารเองตลอดทำให้หยิบจับอะไรคล่อง แถมเจ้าตัวยังมีเก้าอี้ประจำตัวเพราะขาไม่ถึง แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี

บ้านนี้ไม่มีโทรทัศน์ให้ดูพอช่วงสองทุ่มเด็กน้อยก็เริ่มหาว ก่อนจะเดินไปลากฟูกนอนผ้าและห่ม

“วันนี้เข้าไปนอนด้วยกันนะ” เมื่อเห็นแบบนั้นสกายก็พูดขึ้น แม้ว่าบ้านนี้จะมีสองห้องนอนแต่ห้องหนึ่งเอาไว้ใช้เก็บของ ทำให้ปกติเกรย์จะนอนที่ห้องโถง ไม่มีแม้แต่พัดลม

เด็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างรีบเดินตามสกายเข้าไปในห้องนอน ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีเตียงกับตู้เสื้อผ้าและพัดลม แม้ว่าห้องจะเก่าไปหน่อยแต่ก็สะอาดเพราะเกรย์เข้ามาทำความสะอาดตลอด

สกายจัดที่นอน เตียงมีขนาด 5 ฟุตมันใหญ่พอให้ทั้งสองนอนด้วยกันได้ เพราะวันนี้เจอเรื่องราวมากมายทำให้สกายรู้สึกง่วงนอนเร็วกว่าปกติ

“ฝันดีนะ” ดวงตาสวยเริ่มปรือหันไปพูดกับลูกชาย

“ฝันดีครับสกาย” ดวงตากลมโตมองคนข้าง ๆ ที่ค่อย ๆ หลับไป ก่อนที่แววตาที่เคยใสซื่อจะกลายเป็นเย็นชา ราวกับดวงตาของคนตาย

ช่วงเช้าสกายค่อนข้างวุ่นวายเพราะเขาดันเผลอตื่นสาย หลังจากทำกับข้าวแล้วก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะวันนี้เขามีงาน งานนี้เป็นงานเก็บซากสำหรับแรงค์ F ค่าจ้างสูงที่สุดแต่แน่นอนว่าค่อนข้างอันตรายเพราะมันเป็นดันเจี้ยนแรงค์ A

ดันเจี้ยนเองก็ถูกแบ่งเป็นแรงค์โดยจะมีเครื่องวัดที่ทางสมาคมสร้างขึ้น ยิ่งแรงค์สูงความอันตรายก็ยิ่งมาก

สกายมองเงาสะท้อนบนกระจก ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ใบหน้านี้ดูซีดและโทรมกว่าเขาคนเดิม ริมฝีปากที่ควรจะอวบอิ่มกลับแห้งแตกเพราะไม่ดูแลตัวเอง ผมก็ถูกตัดลวก ๆ ไม่เป็นทรง แม้เขาจะไม่ถูกใจสภาพของตัวเองเท่าไหร่แต่ก็คงต้องอยู่แบบนี้ไปก่อน

เพราะสิ่งที่สำคัญกว่ารูปลักษณ์คือหนี้ก้อนโตT_T

“สกายจะไปไหนเหรอครับ” เมื่อสกายเดินออกจากห้องด้วยชุดมิดชิดเพื่อไปทำงานเกรย์ก็ถามขึ้น ดวงตาของเด็กน้อยดำมืดแต่ก็หายไปในเสี้ยววินาทีเปลี่ยนมาใสซื่อ

สกายจะหนีเขาไป จะทิ้งเขา?

“ไปทำงานเฉย ๆ ครับเดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว” แม้ความจริงในใจของเกรย์จะเป็นแบบนั้น แต่ในสายตาของสกายตอนนี้เด็กน้อยกำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“ให้ไปด้วยได้ไหมครับ เกรย์ก็จะช่วยทำงาน” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็เผยรอยยิ้มเอ็นดูก้มลงไปขยี้หัวลูกชายหลายครั้ง ยิ่งเห็นอีกฝ่ายมองตาแป๋วเหมือนกำลังอ้อนก็ยิ่งใจอ่อน

ทำไมลูกชายเขาถึงได้น่ารักขนาดนี้นะ!

“งานที่ม๊าจะไปทำมันอันตรายม๊ากมาก เด็กไปไม่ได้หรอกครับ” ขนาดตัวสกายเองยังกลัวเลย แม้ว่าในอนาคตเกรย์จะกลายเป็นสุดยอดฮันเตอร์ก็เถอะ แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยแสนน่ารัก

สกายเติบโตมาในยุคที่ปลอดภัยไร้สงคราม แต่วันนี้เขาต้องไปเจอกับมอนสเตอร์แม้จะเป็นแค่ซากแต่มันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี

“ถ้าอันตรายสกายก็อย่าไป” เมื่อเห็นเด็กน้อยขมวดคิ้วทำหน้าเครียดสกายก็หัวเราะลูบหัวทุยหลายครั้งอย่างมันเขี้ยว แต่สุดท้ายเขาก็ต้องไปอยู่ดี

ก่อนไปสกายบอกกับลูกชายหลายอย่างเช่นอาหารอยู่ตรงไหน ห้ามออกไปใกล้ถนน ห้ามให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน ถ้ามีคนน่ากลัวมา อย่างพวกทวงหนี้ ก็ให้แอบออกไปทางหลังบ้านไปแอบอยู่ร้านขายข้าวก่อน

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสกายก็รีบไปที่จุดนัดหมาย จุดนัดอยู่ไม่ไกลจากที่เขาอยู่มาก นั่งรถมาประมาณ 10 นาทีก็ถึง หน้าดันเจี้ยนจะมีคนประจำอยู่ตลอดและกันเอาไว้ห้ามคนธรรมดาเข้า หลังจากจ่ายเงินเสร็จเขาก็รีบเดินเข้าไปในกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นงานที่รับมา

“สวัสดีครับตรงนี้ใช่กลุ่มเก็บกวาดไหมครับ” สกายทักลุงวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้า

“ใช่ ๆ เอ็งชื่ออะไร ลุงชื่อนาย” ลุงนายเป็นชายวัยกลางคนแต่รูปร่างกำยำไม่ได้ดูอ่อนแอ เขาทำงานเก็บกวาดมาหลายปีแล้ว

“ผมชื่อสกายครับ ผมต้องทำยังไงบ้างครับ”

“มา ๆ ตามลุงมาเดี๋ยวพาไปลงทะเบียนก่อน” แม้ว่าพวกเขาจะเป็นแค่หน่วยเก็บกวาดแต่ก็ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าดันเจี้ยนทุกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องไปรายงานตัวกับนายจ้างด้วย

การลงทะเบียนใช้เวลาประมาณสิบนาทีหลังจากนั้นทุกคนก็มารวมกลุ่มกัน ในกลุ่มคนเก็บกวาดมีทั้งหมด 10 คนเป็นแรงค์ F ทั้งหมด คนที่เป็นหัวหน้าคือลุงที่ชื่อนาย คนอื่น ๆส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่มีรุ่นเดียวกับสกายสองคน

“ดันเจี้ยนนี้เป็นดันเจี้ยนปิด ทุกคนมีเวลาเก็บกวาดแค่ 3 ชั่วโมง ตามในสัญญาถ้าใครออกมาไม่ทันเราจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี” เสียงนั้นทำให้ทุกคนหันไปมอง คนพูดเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่เป็นนายจ้างที่เป็นฮันเตอร์แรงค์ S

พวกเขาเพิ่งจะเคลียดันเจี้ยนกันเสร็จทำให้สภาพแต่ละคนเต็มไปด้วยคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์

ดันเจี้ยนจะมี 2 แบบ แบบที่ 1 คือดันเจี้ยนแบบปิดถ้าฆ่ามอนสเตอร์ทุกตัวดันเจี้ยนนั้นก็จะปิดตัวลง ใครที่ออกมาไม่ทันก็จะหายไปโดยที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนเพราะไม่มีคนเคยเจอคนที่หายเข้าไปในดันเจี้ยนปิด

ส่วนดันเจี้ยนเปิดก็คือดันเจี้ยนที่จะมีมอนสเตอร์เกิดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากคุยรายละเอียดกันเสร็จทางนายจ้างก็เอาอุปกรณ์มาให้ พอเห็นสภาพคิ้วสวยก็เลิกขึ้น

“เอ็งใส่ไม่เป็นเหรอ” ลุงนายที่แต่งตัวเรียบร้อยหันมาถามเมื่อเห็นสกายทำหน้างง ๆ

“งานนี้งานแรกน่ะครับ”

“มา ๆ เดี๋ยวลุงช่วย ครั้งนี้ถือว่าดีอยู่ที่นายจ้างเตรียมของมาให้ แถมคุณภาพก็ดี” ระหว่างช่วยสกายลุงนายก็คุยเล่นไปด้วย

“แสดงว่าปกติเขาไม่เตรียมให้เหรอครับ” สกายถามด้วยสีหน้าแปลกใจ เขามีความรู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนแค่ในนิยาย แต่เรื่องของหน่วยเก็บกวาดไม่มีข้อมูลเลย มีแค่ข้อมูลผ่าน ๆ

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าเจอของคุณภาพดีก็โชคดีแต่ถ้าเจอคุณภาพแย่ก็ดูว่าชุดเรากับชุดเขาอันไหนดีกว่ากัน ถ้าเราดีกว่าก็ต้องเปลี่ยน” ชุดหน่วยเก็บกวาดมีชุดป้องกัน รองเท้า ถุงมือและหน้ากากกันแก๊สพิษ อุปกรณ์พวกนี้มีตั้งแต่ราคาถูกคุณภาพต่ำ และราคาแพงคุณภาพดี

ถ้าคนที่ทำอาชีพเก็บกวาดประจำก็จะมีชุดที่ซื้อมาส่วนตัว ส่วนคุณภาพก็ตามสภาพกระเป๋าเงิน งานเก็บกวาดถ้าแรงค์สูง ๆ ส่วนมากทางนายจ้างจะเตรียมอุปกรณ์มาให้ เพราะยิ่งอุปกรณ์ดีก็ยิ่งทำงานไว

แต่ถ้าเป็นแรงค์ต่ำ ๆ ส่วนมากจะให้เตรียมอุปกรณ์มาเอง เงื่อนไขตรงนี้จะมีเขียนไว้ในรายละเอียดงาน สกายรู้สึกโชคดีที่เลือกที่เขาเตรียมของให้ ระหว่างการแต่งตัวเขาก็ได้รู้อะไรเยอะมาก จนในที่สุดก็ถึงเวลาทำงานจริง

สกายสัมผัสได้ถึงหัวใจตัวเองที่เต้นเร็วมาก ประตูเข้าดันเจี้ยนจะเป็นเหมือนกลุ่มแสงสีดำ เมื่อเดินเข้ามาสิ่งแรกที่รับรู้ได้คือกลิ่นเหม็นสาบ กลิ่นคาว แม้จะใส่หน้ากากก็ยังทะลุเข้ามาได้

“ตามมาเราจะไปจุดที่ลึกที่สุดก่อน” ลุงนายพูดขึ้น เวลาสามชั่วโมงเหมือนจะเยอะแต่ความจริงมันน้อยมาก ๆ เพราะมีมอนสเตอร์เยอะมาก

ตลอดทางสกายเจอกับกลิ่นคาวและซากของมอนสเตอร์ที่ชวนให้พะอืดพะอม เมื่อมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดและมีมอนสเตอร์เยอะสุดสกายก็ยิ่งอยากอ้วก

“ไงเราครั้งแรกก็แบบนี้เดี๋ยวก็ชิน” เมื่อเห็นสกายท่าทางไม่ดีลุงนายก็ตบหลังหลายที แม้ใจจะไม่พร้อมยังไงแต่สกายก็ต้องโยนความรู้สึกพวกนั้นไป เขาถูกจ้างมาด้วยเงินเท่ากับทุกคน ถ้าเขาไม่ทำงานก็เท่ากับเอาเปรียบ

เขาต้องรีบทำตัวให้ชิน เพราะยังมีลูกชายตัวน้อย ๆ กับหนี้ก้อนโตรออยู่

###.

ตอนที่ 3 ใครทำสกาย

ตอนที่ 3 ใครทำสกาย

ในนิยายไม่ได้อธิบายเกี่ยวกับหน่วยเก็บกวาด มีบอกแค่ว่าทุกครั้งที่จัดการมอนสเตอร์เสร็จจะมีหน่วยเก็บกวาดเข้าไปด้านใน ก่อนที่ดันเจี้ยนจะปิดตัวใน 3 ชั่วโมง

ก่อนจะมาทำงานสกายหาข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยนี้ แม้จะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็ยังไม่ชินกับซากของมอนสเตอร์ แต่ก็ยังโชคดีที่ครั้งนี้พวกเขาไม่ต้องชำแหละ เพราะมอนสเตอร์ในครั้งนี้จะเอาแค่เกร็ด หนัง เล็บและเขา ลุงนายบอกเขาว่ามอนสเตอร์บางตัวเครื่องในมีประโยชน์ราคาแพงก็ต้องชำแหละ

ในการทำงานครั้งนี้คนที่ทำหน้าที่ชำแหละหลัก ๆ จะมี 5 คน หน้าที่นี้ค่อนข้างต้องใช้ประสบการณ์ เพราะต้องทำแข่งกับเวลา หน้าที่สกายคือขนเข้าใส่กระเป๋ามิติ

กระเป๋ามิติมีทั้งหมด 5 อัน แต่ละอันมีขนาดใหญ่มาก แน่นอนว่าราคามันก็ยิ่งแพงตามขนาด

ทุกครั้งที่เข้ามาในดันเจี้ยนจะมีคนของนายจ้างมาเฝ้าด้วยเผื่อว่ามีคนแอบขโมยบางส่วนไป

“เร่งมือหน่อยนะทุกคนเหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมง” เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็รีบขยับมือ สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็เผยแววตาแปลกใจ เพราะมันยังเหลือมอนสเตอร์กองใหญ่กองสุดท้าย ที่มองยังไงพวกเขาก็ทำไม่เสร็จภายในครึ่งชั่วโมงแน่ ๆ

“ลุงเราจะเสร็จทันเหรอครับ” เมื่อเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่ากองมอนสเตอร์กองสุดท้ายมันใหญ่มาก ๆ

“ไม่เสร็จก็คงทำอะไรไม่ได้ ยังไงดันเจี้ยนนี้ก็เป็นแรงค์ A มอนสเตอร์เลยเยอะแถมชำแหละยาก” สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าไม่ได้ชวนคุยต่อรีบหันไปทำงานของตัวเอง มอนสเตอร์กองนี้เป็นกองสุดท้าย อยู่ห่างจากประตูทางออกแค่ 20 เมตร ทำให้ทุกคนตกลงกันว่าจะพากันออกเมื่อถึง 10 นาทีสุดท้าย

ทุกคนต่างเร่งมือเมื่อดันเจี้ยนใกล้จะปิดแก๊สพิษจะเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเปิดไฟที่หน้ากากเพื่อช่วยการมองเห็น จนในที่สุดลุงนายก็โบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนกลับ

ทุกคนรีบเดินออกจากดันเจี้ยนหลังจากที่ทุกคนเดินออกมาครบแล้วก็เหลืออีก 3 นาทีกว่าดันเจี้ยนจะปิด หลังจากออกมาทุกคนก็เดินไปพักผ่อนดื่มน้ำล้างหน้า ส่วนสกายก็หันไปมองประตูดันเจี้ยน มองประตูที่ค่อย ๆ ลดขนาดลงจนในที่สุดมันก็หายไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สมาคมฮันเตอร์ก็เอาเครื่องมือบางอย่างไปยื่นตรงที่เคยมีประตู เมื่อเครื่องไม่ส่งสัญญาณก็เท่ากับว่าดันเจี้ยนหายไปแล้ว

“เอ็งเป็นไงบ้างงานครั้งแรก” ลุงนายเดินเข้ามาหาโดยที่ถอดหน้ากากออกแล้ว

“เกือบแย่เหมือนกันครับ” สกายถอดหน้ากากออกพร้อมพูดขึ้น สัมผัสได้ว่าตัวเองเหงื่อเต็มตัว เพราะชุดที่ใส่หนาและหนักมาก อากาศในดันเจี้ยนก็ร้อนสุด ๆ

“ฮ่า ๆ แรก ๆ ก็แบบนี้เดี๋ยวก็ชิน ไปล้างหน้าดื่มน้ำเถอะ แล้วไปรวมกันตรงนั้นนะเดี๋ยวนายจ้างจะจ่ายเงิน” สกายพยักหน้าก่อนจะเดินไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำไม่ไกล น้ำเย็น ๆ หลังจากทำงานมาเหนื่อย ๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น หลังจากล้างหน้าเสร็จเขาก็เดินไปดื่มน้ำที่ทางนายจ้างเตรียมไว้ให้ ก่อนจะรีบเดินไปรวมกับคนอื่น ๆ

ด้านหน้ากลุ่มมีผู้ชายคนเดิมอีกฝ่ายกำลังตรวจซากในแหวนที่ถูกชำแหละมาก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ

“ถ้าเราทำงานดีนายจ้างบางคนอาจจะให้โบนัสด้วยนะ” ลุงนายขยับเข้ามาใกล้พูดด้วยสีหน้ามีความสุข ถ้านายจ้างคนไหนใจดีก็ให้เยอะมาก

“ผมได้ยินว่าพวกคุณเก็บกองสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดได้ไม่ถึงครึ่ง” เมื่อได้ยินประโยคแรกสกายก็คิ้วกระตุกเหมือนจะสัมผัสได้ถึงลางไม่ดี เมื่อมองไปที่ลุงนายก็เห็นว่าแกทำหน้าไม่ดีเหมือนกัน

“ตามสัญญาที่เราเขียนไว้ ถ้าเก็บไม่หมดเราจะหักตามที่ทำไม่เสร็จ ตามที่คนของผมบอกเหมือนกองใหญ่นั้นจะคิดเป็น 20% ของมอนสเตอร์ทั้งหมด” สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง ดวงตาสีน้ำตาลฉายความโกรธ

นั่นหมายความว่าพวกเขาถูกหักค่าจ้าง 20%!! เรียกว่าหักเยอะมาก!

“แบบนี้มันกดค่าจ้างกันชัด ๆ เห็นอยู่ว่าเป็นมอนสเตอร์แรงค์สูง แถมเราก็มีแค่สิบคนจะทำทันได้ยังไง มอนสเตอร์ก็ไม่ใช่ว่าชำแหละได้ง่าย ๆ” ยิ่งมอนสเตอร์แรงค์สูง การชำแหละก็ยิ่งยากต่อให้ชำนาญขนาดไหนก็ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ

“เฮ้อ หน่วยเก็บกวาดก็แบบนี้ เราสู้อะไรพวกแรงค์สูง ๆ ไม่ได้หรอก” ลุงนายถอนหายใจ เพราะทำงานแบบนี้มานานแล้ว เรื่องที่หน่วยเก็บกวาดถูกทำแบบนี้แทบจะเป็นเรื่องปกติ แม้ก่อนหน้านี้จะมีคนไปร้องเรียนกับสมาคมแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร

ยิ่งได้ยินแบบนั้นสกายก็ยิ่งโมโหเดินไปข้างหน้า ทำให้ทุกคนหันมามองรวมถึงผู้ชายตัวใหญ่ที่เป็นนายจ้าง

“มีอะไรงั้นเหรอ” เมื่อเห็นมีคนเดินขึ้นมาชายคนนั้นก็ขมวดคิ้ว

“ผมไม่เห็นด้วย แม้จะเหลือมอนสเตอร์แต่ก็แค่กองสุดท้าย แถมยังเป็นมอนสเตอร์หน้าดันเจี้ยนด้วย พวกนั้นไม่ได้มีซากแพงอะไรมากมาย ตัวที่ราคาดีด้านในเราก็เก็บมาให้หมดแล้ว คุณมาหักเราตั้ง 20% แบบนี้ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอครับ” สกายพูดยาวเหยียดพอพูดจบก็หอบหายใจด้วยความเหนื่อย เขารับไม่ได้ที่ถูกรังแกซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้

“พวกคุณไม่ได้ลงทุนอะไรด้วยซ้ำ ชุดเราก็เตรียมให้ แหวนมิติเราก็เตรียมให้ แค่เราให้ค่าจ้างเท่านี้ก็มากพอแล้ว” สกายกำมือแน่นเมื่อได้ยินแบบนั้น

ไม่ลงทุนกับผีสิ!!! ถ้าไม่ลงทุนทำไมพวกนั้นไม่เก็บกวาดกันเอง!

“พวกเราก็เสี่ยงเพราะต้องสู้กับแก๊สพิษเหมือนกัน ไหนจะต้องต่อสู้กับเวลาถ้าจู่ ๆ เกิดเหตุบางอย่างแล้วออกจากดันเจี้ยนไม่ทัน ถ้าคุณไม่อยากจ้างพวกเราทำไมไม่ทำกันเอาเอง!” ปกติในดันเจี้ยนถ้าไม่ใช่ดันเจี้ยนพิษจะไม่มีแก๊สพิษ แก๊สพิษจะเกิดจากซากมอนสเตอร์ที่ถูกฆ่า ถ้ายิ่งผ่านไปนานแก๊สก็จะรุนแรง ต่อให้เป็นระดับ S ถ้าไม่มีเครื่องป้องกันก็ทนได้ไม่ถึง 10 นาที

ขนาดแรงค์ S ยังขนาดนั้นเลย แล้วแรงค์ F แบบพวกเขาจะสภาพไหน นั่นหมายความว่าถ้าเกิดหน้ากากมีปัญหา พวกเขามีสิทธิ์ตายกันได้เลย

ปกติแล้วฮันเตอร์จะมีกิล แต่ก็มีฮันเตอร์ไม่น้อยที่เป็นอิสระ ปกติกิลใหญ่ ๆ จะมีหน่วยเก็บกวาดของตัวเอง

เซ็นขมวดคิ้วเขาเป็นผู้ช่วยของกาฟิวส์ที่เป็นฮันเตอร์แรง S เขามีหน้าที่ดูแลจัดการทุกอย่าง แน่นอนว่าเขาต้องพยายามทำให้ฝั่งเขาได้ผลประโยชน์มากที่สุด

“เรื่องนี้เราระบุรายละเอียดไว้ในสัญญาเรียบร้อยแล้ว พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาพูดทีหลัง” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็ยิ่งโมโหเตรียมจะพุ่งไปต่อยหน้าสักครั้งให้หายโมโห แต่ก็ถูกลุงนายจับบ่าไว้ก่อน แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่อารมณ์โมโหของสกายก็ค่อย ๆ เบาลง

สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ค่าจ้างหน่วยเก็บกวาดจะอยู่ที่จำนวนคน ถ้าจำนวนคนเยอะค่าจ้างก็จะน้อย แต่ก็มีกฎเกณฑ์กลาง ที่ทางสมาคมกำหนดไว้ด้วย

ดันเจี้ยนแรงค์ S ค่าจ้างหน่วยเก็บกวาดจะอยู่ที่ 5 แสน

แรงค์ A 1 แสน

แรงค์ B 8 หมื่น

แรงค์ C 6 หมื่น

แรงค์ D 4 หมื่น

แรงค์ E 2 หมื่น

แรงค์ F 1 หมื่น

แต่นี่ก็แค่ค่าจ้างที่ถูกระบุไว้ในสมาคม เพราะความจริงก็มีหลายครั้งที่พวกหน่วยเก็บกวาดถูกเอาเปรียบแบบครั้งนี้ สกายที่ควรจะได้ค่าจ้าง 1 หมื่นตามที่คุยกันก็ได้แค่ 8 พัน

“เอ็งจะกลับเลยไหม” หลังจากที่รับเงินจากนายจ้างเสร็จลุงนายก็เดินเข้ามาหาสกาย

“กลับเลยครับ” สกายมองนาฬิกา ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้วเขาคงกลับไปทันมื้อเที่ยงพอดี นึกเป็นห่วงเด็กน้อยว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง เขากลัวพวกทวงหนี้จะมา

“งั้นเหรอ ๆ งั้นเราแลกเบอร์กันไว้ไหม ลุงชอบเอ็งนะเป็นหนุ่มที่ไฟแรงดี ถ้ามีงานดี ๆ ลุงจะโทรไปชวน” สกายที่ได้ยินแบบนั้นก็เผยรอยยิ้ม อย่างน้อยเขาก็ได้รู้จักกับคนดี ๆ แบบนี้

“แล้วลุงจะกลับเลยไหมครับ” หลังจากแลกเบอร์กันเสร็จสกายก็ถามขึ้น

“ยัง ช่วงบ่ายลุงจะไปทำงานอื่นต่อ วันนี้รับไว้ 2 งาน อีกงานแรงค์ C น่ะ ครั้งนี้โชคดีได้แรงค์สูง 2 งานเลย” เมื่อได้ยินแบบนั้นสกายก็เบิกตากว้าง นึกนับถือความขยันของชายวัยกลางคน เขาเองก็คงต้องทำแบบนี้บ้าง ไม่งั้นคงใช้หนี้ไม่หมดแน่ ๆ

ปกติแล้วดันเจี้ยนสูง ๆกิลจะเป็นคนจัดการ ทำให้พวกนั้นใช้หน่วยเก็บกวาดของกิล งานที่หลุดออกมาส่วนมากจะเป็นแรงค์ต่ำอย่าง C ลงมา งานแรงค์ A แบบนี้หายากแถมคนยังแย่งกันกด ทำให้สกายรู้ว่ารอบนี้ตัวเองโชคดีมาก

สกายคุยกับลุงนายต่ออีกสักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับ เขาใช้เวลากลับมาบ้านครึ่งชั่วโมง

“สกายกลับมาแล้วเหรอ” เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเด็กน้อยเดินตาแป๋วมาหา แถมยังน่ารักถือน้ำเย็น ๆ มาให้ด้วย

“กลับมาแล้ว เตรียมไว้ให้ม๊าเหรอ น่ารักจังเลยขอบใจนะครับ” สกายยิ้มเอ็นดูก่อนจะรับน้ำมาดื่มอึกใหญ่

“สกายทำงานไม่สนุกเหรอ” เด็กน้อยเอียงคอ ภายใต้ดวงตาสดใสคู่นั้นรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน

ใช่…รับรู้ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นโกรธ เศร้า มีความสุข รังเกียจ อารมณ์ทุกอย่างสื่อออกมาเป็นสีสัน สีแดงความโกรธ สีชมพูความสุข สีดำรังเกียจ สีม่วงความเศร้า

หลังจากกลับมาบ้านสีของสกายเป็นสีชมพูแต่ก็มีสีแดงกับสีม่วงปนมาด้วย

เด็กน้อยหลุบตามองพื้นซ่อนแววตาโกรธเอาไว้….ใครทำสกายไม่สบายใจ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...