9 Best Restaurants in Japan: ร้านอาหารในญี่ปุ่นที่ติดอันดับ “50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย” ประจำปี 2024
เชื่อว่าใครหลายๆ คนไม่ว่าจะไปประเทศญี่ปุ่นกี่ครั้ง คงรู้สึกประทับใจกันไม่น้อยกับทัศนียภาพที่สวยงามหรือความทันสมัยของตึกรามบ้านช่อง แต่อีกอย่างที่เราไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ “อาหาร” เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้องถูกไหม เเล้วการจะตามหารีวิวร้านอาหารในญี่ปุ่นที่ชึ้นชื่อจริงๆ เนี่ยก็ไม่ง่ายเอาซะเลย เพราะใครว่าอาหารอร่อยๆ ในญี่ปุ่นจะมีแค่ ซูชิ ราเมง แกงกะหรี่ หรือข้าวหน้าเนื้อกันหล่ะ มันมีอะไรให้น่าค้นหามากกว่านั้น วันนี้คิจิเลยจะมาแนะนำทุกคนกับร้านอาหารในญี่ปุ่นทั้ง 9 ร้านดีกรีติดหนึ่งใน “50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย” ประจำปี 2024 😋🗾🎌
“50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย” คืออะไร?
“50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย” คือ การจัดอันดับ “50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก” ในรูปแบบที่คัดแค่ร้านอาหารภายในเอเชียเท่านั้นนั่นเอง หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อคือ Academy of Food Awards การจัดอันดับนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2013 โดยมีเป้าหมายเพื่อแนะนำนักชิมจากทั่วโลกให้รู้จักกับอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละพื้นที่ รางวัลนี้ถือเป็นงานใหญ่ที่ได้รวมตัวเชฟ เจ้าของภัตตาคาร สื่อเเละแขกวีไอพีในแวดวงอาหารต่างๆ ได้มาเจอกันในทุกๆ ปีอีกด้วย
1. Sézanne (セザン)
Sezan เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ในโรงแรมโฟร์ซีซั่นโตเกียวแอทมะรุโนะอุชิ นับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งปีครึ่ง Sezan ก็สามารถได้รับรางวัล 2 ดาวจาก “มิชลิน ไกด์ โตเกียว ประจำปี พ.ศ. 2566 หัวหน้าเชฟอย่าง Daniel Calvert ก่อนที่จะมาประจำที่ร้านนี้ เขาเคยมีประสบการณ์ทำงานอยู่ที่ร้านอาหารระดับสองและสามดาวในกรุงลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก ฮ่องกง รวมถึงร้านอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมในหมู่คนดังอีกด้วย
มารับประทานอาหารที่นี่ ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารฝรั่งเศสที่รสชาติจัดจ้าน ในขณะเดียวกันก็ละเอียดอ่อนและบางเบา นอกจากนั้นอาหารแต่ละจานยังปรุงด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลและใช้เทคนิคการทำอาหารชั้นเลิศ รวมถึงเครื่องดื่มเเละของหวานก็มีหลากหลายให้เลือกสรร ไหนจะแชมเปญหายากหรือขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิม
Info
การจัดอันดับ: อันดับ 1
ที่อยู่: Four Seasons Hotel Marunouchi, เขตชิโยดะ, กรุงโตเกียว
เวลาทำการ: มื้อกลางวัน 12:00-13:30 น. (ออเดอร์สุดท้าย) , มื้อเย็น 18:00-20:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย)
วันหยุด: มื้อกลางวัน วันพุธ-วันอาทิตย์ มื้อเย็น วันพุธ-วันเสาร์
Website: https://omakase.in/ja/r/rz444182
2. Florilège (フロリレージュ)
เชฟประจำร้าน Hiroyasu Kawate ได้เคยไปฝึกฝนทักษะการทำอาหารที่ร้าน Le Bourguignon ย่านนิชิอาซาบุ กรุงโตเกียว และ ร้าน Jardin des Missu ในเมือง Montspellier ประเทศฝรั่งเศส และตัดสินใจออกมาเปิดร้าน Florilege แถวย่านอาโอยามะ ในปี 2009 จนในปี 2018 เก้าปีหลังจากเปิดร้าน ร้าน Florilège ก็ได้รับดาวมิชลินสองดวง แต่หลังจากนั้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 ทางร้านได้ย้ายไปเปิดที่ห้างอาซาบูไดฮิลส์ โตเกียว หลักๆ เเล้ว ร้าน Florilege ให้บริการอาหารฝรั่งเศสและอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับที่ไม่ธรรมดา ความพิเศษคือเมื่อทุกคนมาชิมอาหารร้านนี้ จากรสชาติเดิมๆ ที่คุ้นเคยจะเปลี่ยนไปเป็นรสชาติที่ทุกคนไม่อาจสามารถจินตนาการได้เลย
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 2
ที่อยู่: Azabudai Hills Garden Plaza D ชั้น 2, เขตมินาโตะ, กรุงโตเกียว
เวลาทำการ: มื้อกลางวัน 12:00-12:30น. (ออเดอร์สุดท้าย) , มื้อเย็น 18:00-20:00น. (ออเดอร์สุดท้าย)
วันหยุด: มื้อเย็นวันอาทิตย์, วันจันทร์, มื้อเที่ยงวันอังคาร, วันหยุดพิเศษอื่นๆ
Website: https://www.aoyama-florilege.jp/en/
3. Den (傳)
Den เป็นร้านอาหารประเภทไคเซกิ (懐石/kaiseki) ที่จะบริการชุดอาหารทีละคอร์ส เปิดบริการอยู่ในกรุงโตเกียว ร้านนี้เรียกได้ว่าเป็นร้านประจำที่จะติดอยู่ในลิสต์การจัดอันดับเสมอ อย่างล่าสุดในปี 2022 ก็เคยได้รับรางวัลชนะเลิศมาเเล้ว ความตั้งใจของเจ้าของร้าน Zaisuke Hasegawa คือต้องการเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นที่ทำสดใหม่ร้อนๆ เเละอยากให้ผู้ที่มารับประทานรู้สึกถึง “อาหารปรุงเองที่บ้านที่จะทำให้คุณยิ้มได้”
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 8
ที่อยู่: อาคาร JIA, เขตชิบูย่า, กรุงโตเกียว
เวลาทำการ: 18.00-20.00น.
วันหยุด: วันอาทิตย์
Website: https://www.jimbochoden.com/en/
4. La Cime (ラシーム)
ร้าน La Cime / ราชิเมะ ตั้งอยู่แถวฮอมมาชิ จังหวัดโอซาก้า La Cime เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่แปลว่า “ยอดเขา” ในภาษาฝรั่งเศส ถึงแม้เชฟ Yusuke Takada จะหลงใหลในการทำอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม แต่เขาก็ได้นำเอาเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่มาผสมผสานด้วย หรือที่เรียกว่า อาหารฟิวชั่น (Fusion Food) สำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็น ทางร้านจะมี 13 คอร์ส: เมนูของว่าง 5 รายการ, เมนูเรียกน้ำย่อย 4 รายการ, อาหารจานหลัก 2 รายการ, ของหวานเรียกน้ำย่อย, ของหวานจานหลัก, ขนมหวานแบบพอดีคำและตบท้ายด้วยเครื่องดื่มชา
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 9
ที่อยู่: ชั้น 1 อาคาร Kawaramachi Usami, เขตชูโอ, เมืองโอซาก้า
เวลาทำการ: มื้อกลางวัน 12.00-15.00น. , มื้อเย็น 18.00-22.00น.
วันหยุด: วันที่ 1 ของเดือน (ยกเว้นวันอาทิตย์), วันหยุดสิ้นปีและปีใหม่, วันหยุดฤดูร้อน
Website: http://www.la-cime.com/
5. Narisawa (ナリサワ)
ร้าน Narisawa เป็นร้านที่ต้องการแสดงออกถึงวัฒนธรรมอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของ “Satoyama/ ซาโตยามะ” ของญี่ปุ่น หรือก็คือพื้นที่ระหว่างเชิงเขากับที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูก และยังต้องการถ่ายทอดภูมิปัญญาของรุ่นก่อนผ่านอาหารเเละกรรมวิธีทำอาหารสุดพิเศษของเชฟ Yoshihiro Narisawa เองด้วย เเละเนื่องจากทางร้านมีคอนเซ็ปต์หลักว่า “อาหารซาโตยามะเชิงนวัตกรรม” จึงมีการเตรียมคอร์สโอมากาเสะเป็นประจำทุกวันให้กับลูกค้า ซึ่งนอกจากผู้มาทานจะได้ลิ้มรสชาติที่อร่อยเเล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการนำเสนออาหารที่น่าดึงดูดและของตกแต่งที่ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 14
ที่อยู่: เขตมินาโตะ, กรุงโตเกียว
เวลาทำการ: 12.00-20.00น.
วันหยุด: วันจันทร์, วันอาทิตย์
Website: https://www.narisawa-yoshihiro.com/
6. Villa Aida (ヴィラ アイーダ)
Villa Aida เป็นร้านอาหารที่ดำเนินการโดยคู่รักในเมืองอิวาเตะ จังหวัดวากายามะ ด้วยความที่เชฟ Kanji Kobayashi เกิดและเติบโตในเมืองอิวาเตะ ทำให้เขาเข้าใจวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นในสถานที่ที่เขาเกิดและเติบโตได้อย่างดี เเละเมนูอาหารแต่ละอย่างที่เขาได้พิถีพิถันคิดขึ้นมานั้นล้วนเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เพราะเขาต้องการให้ผู้มาทานได้รู้สึกถึง “รสชาติความเข้มข้นที่แท้จริง” รวมถึงวัตถุดิบที่เขานำมาประกอบอาหารนั้นล้วนเป็นผักจากสวนของเขาเอง โดยรวมเเล้วเมนูของทางร้านจะถูกนำเสนอออกมาเป็นอาหารอิตาเลียนและอาหารฝรั่งเศสที่ไม่ได้กำหนดประเภทของอาหารอย่างชัดเจน
ภาพ:https://pocket-concierge.jp/
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 35
ที่อยู่: เมืองอิวาเตะ จังหวัดวากายามะ
เวลาทำการ: ฤดูร้อน 12:30น. เป็นต้นไป, ฤดูหนาว 13:00น. เป็นต้นไป
วันหยุด: วันหยุดไม่ปกติ (แนะนำให้สอบถามทางร้านก่อนทุกครั้ง)
Website: http://villa-aida.jp/english.html
7. Sazenka (茶禅華)
Sazenka สร้างสรรค์โดย Tomoya Kawada เชฟผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์มาทั้งร้านอาหารจีนและญี่ปุ่น ด้วยคติประจำตัวว่า “จิตวิญญาณของญี่ปุ่นและภูมิปัญญาจีน” เขาจึงเลือกนำเสนออาหารจีนที่จะดึงเอาทั้ง “ความอร่อย” อันโดดเด่นของอาหารจีนและ “ความอร่อย” ที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างล้ำลึกของอาหารญี่ปุ่นมารวมเข้าด้วยกัน ซึ่งผ่านการปรับให้เหมาะสมกับวัตถุดิบของญี่ปุ่นและความชอบส่วนใหญ่ของคนในท้องถิ่น โดยแต่ละฤดูกาล ทางร้านก็จะมีเมนูที่แตกต่างกันไป เช่น คอร์สที่รวมปูเซี่ยงไฮ้
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 39
ที่อยู่: เขตมินาโตะ, กรุงโตเกียว
เวลาทำการ: 16.00-19.30น. (รับออเดอร์สุดท้าย)
วันหยุด: วันหยุดไม่ปกติ (แนะนำให้สอบถามทางร้านก่อนทุกครั้ง)
Website: https://sazenka.com/
8. Goh (ゴウ)
ร้าน Goh ดำเนินการโดยเชฟ Tsuyoshi Fukuyama ตั้งอยู่ในเมืองฮากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ ที่ร้านแห่งนี้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับอาหารสร้างสรรค์ที่หลากหลายที่นอกเหนือไปจากกรอบของอาหารฝรั่งเศส ซึ่งแต่ละเมนูจะใช้วัตถุดิบที่รับซื้อมาจากผู้ผลิตทั่วภูมิภาคคิวชู
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 45
ที่อยู่: 010 BUILDING ชั้น 3, ย่านฮากาตะ, เมืองฟุกุโอกะ
เวลาทำการ: 17.30น.~
วันหยุด: วันหยุดไม่ปกติ (แนะนำให้สอบถามทางร้านก่อนทุกครั้ง)
Website: https://010bld.com/en/goh-e/
9. Cenci (チェンチ)
Cenci เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าเฮอันในเกียวโต ความพิเศษของที่นี่คือเชฟ Ken Sakamoto จะให้ความสำคัญสูงสุดกับส่วนผสมในการปรุงอาหาร และเขามีเป้าหมายที่จะดึงเอารสชาติที่ดีที่สุดจากส่วนผสมเหล่านั้น มารวมกับวัตถุดิบตามฤดูกาลเเละนำไปประกอบอาหารในท้ายที่สุด นอกจากนั้นเขายังให้ความสำคัญกับองค์ประกอบต่างๆ มากมาย เช่น เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร การตกแต่งภายใน การบริการและการต้อนรับ
Info
การจัดอันดับ: อันดับที่ 47
ที่อยู่: ย่านซาเคียว, เมือวเกียวโต
เวลาทำการ: มื้อกลางวัน 12:00-12:30 น. (ออเดอร์สุดท้าย) – 15:00 น. (ปิด) , มื้อเย็น 18:00 น.-18:30 น. (ออเดอร์สุดท้าย) – 21:30 น. (ปิด)
วันหยุด: ทุกวันจันทร์ แต่ไม่แน่นอนในวันอังคารและวันอาทิตย์ (แนะนำให้สอบถามทางร้านก่อนทุกครั้ง)
Website: https://cenci-kyoto.com/