โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตรีลึกลับกับเครื่องประดับนับแสนชิ้น! ใครคือ "เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี" ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 07.08 น.
โครงกระดูกหมายเลข 15 หรือ “เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี” (ภาพจาก Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี : Prachinburi National Museum)

“เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี” หรือ โครงกระดูกหมายเลข 15 หลักฐานการมีชีวิตอยู่ของหญิงลึกลับที่ร่างถูกฝังลึกลงไปใต้ดินกว่า 2.5 เมตร พร้อมกับทรัพย์สินอันมีค่า (ของยุคนั้น) จำนวนมากมาย เธอมีชีวิตอยู่เมื่อราว 3,600 ปีมาแล้ว โครงกระดูกของหญิงรายนี้ถูกพบที่แหล่งโบราณคดี โคกพนมดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นชุมชนก่อนประวัติศาสตร์บริเวณชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งพบหลักฐานการตั้งชุมชนของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราว 4,000 ปี มาแล้ว

ชุมชนโบราณปากแม่น้ำบางปะกง

ระหว่าง พ.ศ. 2527-2528 กรมศิลปากร ร่วมกับมหาวิทยาลัยโอทาโก (The University of Otago) ประเทศนิวซีแลนด์ ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี โดยมี ศาสตราจารย์ชาร์ล ไฮแอม (Charles Higham) และ นางรัชนี ทศรัตน์ เป็นผู้อำนวยการขุดค้นร่วม

การขุดค้นครั้งนั้นได้พบหลุมฝังศพและโครงกระดูกจำนวนมากถึง 154 โครง ฝังซ้อนทับกันร่วม 7 ยุคสมัย โดยเป็นของผู้คนราว 17-20 ชั่วรุ่น โครงกระดูกหมายเลข 15 เป็นหนึ่งในโครงกระดูกที่มีการขุดพบครั้งนั้น

ชุมชนโคกพนมดี มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่กลางท้องนา จึงมีสภาพคล้ายเกาะกลางทะเล หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ค้นพบในชุนชนแห่งนี้มีทั้ง ขวานหินขัด หินลับ ภาชนะดินเผา เปลือกหอย-ปู และโครงกระดูกมนุษย์

โคกพนมดี เป็นชุมชนโบราณที่ผู้คนดำรงชีพด้วยแหล่งอาหารจากทะเลและเป็นสังคมหาของป่าล่าสัตว์ ก่อนชุมชนจะขยายตัวจนเริ่มทำการเกษตรหรือเพาะปลูก ที่ตั้งของโคกพนมดีในระยะแรกน่าจะอยู่ใกล้ปากแม่น้ำบางปะกงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งเต็มไปด้วยป่าชายเลนและแหล่งอาหารทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ก่อนระดับน้ำจะลดต่ำลง ผู้ชายของชุมชนจึงหยุดพายเรือออกหาปลา เห็นได้จากกระดูกส่วนบนที่แสดงถึงความแข็งแรงในการพายเรือมีมวลลดลงอย่างเฉียบพลันในยุคหนึ่ง

นอกจากนี้ โคกพนมดียังมีการแบ่งงาน-อาชีพ การทำภาชนะดินเผา ช่างฝีมือ ธรรมเนียมหรือพิธีการฝังศพ มีชนชั้นทางสังคม สังเกตได้จากเครื่องใช้ที่ฝังเพื่ออุทิศให้แก่ศพ รวมถึงมีการติดต่อกับชุมชนอื่น เพราะพบสินค้าหายากจากแหล่งห่างไกล เช่น งาช้าง ที่ทำเป็นเครื่องประดับ ลูกปัด และกำไล

จากการวิเคราะห์ทางโบราณคดี ผู้คนในชุมชนโคกพนมดีมีอายุเฉลี่ย 28 ปี 2 เดือน เพศหญิงสูงเฉลี่ย 153.78 เซนติเมตร เพศชายสูงเฉลี่ย 164.30 เซนติเมตร ช่วงอายุมากที่สุดอยู่ระหว่าง 45-49 ปี การพิสูจน์ทางโบราณคดียังพบการเสียชีวิตต้วยโรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ของผู้คนจำนวนหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถติดต่อทางพันธุกรรมได้

โครงกระดูกหมายเลข 15

โครงกระดูหมายเลข 15 เป็นหลุมศพของหญิงอายุประมาณ 35 ปี ฝั่งร่วมกับหลุมอื่นในสมัยที่ 5 ซึ่งพบที่ระดับความลึก 2.50 เมตร เป็นสมัยที่มีอายุประมาณ 3,500 – 3,600 ปีมาแล้ว อยู่ในสภาพนอนหงายเหยียดเท้าและหันหัวไปด้านทิศตะวันออกเหมือนหลุมศพอื่น ๆ ในแหล่งขุดค้น หลุมศพนี้มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 3 เมตร ลึก 0.95 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่และระดับความลึกมากกว่าหลุมอื่น ๆ ในโคกพนมดี

ทั้งนี้ หลุมฝังศพในสมัยที่ 5 มีลักษณะการฝังศพที่แตกต่างไปจากสมัยอื่น ๆ เพราะไม่ได้ฝังเป็นกลุ่มติดกัน แต่ฝังในลักษณะหลุมเดี่ยวแบบเว้นระยะ โดยพบร่วมกับโครงกระดูกอีก 3 โครง เป็นโครงกระดูกผู้ชาย 1 โครง และโครงกระดูกทารกอีก 2 โครง เหนือโครงกระดูกหมายเลข 15 มีดินเทศ (ดินสีแดง ใช้โรยบนศพในพิธีฝังศพ) จำนวนหนี่งปกคลุมร่างกาย และมีแท่งดินเหนียวดิบจำนวนมากวางสุมบนลำตัวสูงถึงตำแหน่งที่เชื่อว่าเป็นปากหลุม ด้านล่างแท่งดินเหนียวและดินเทศนี้ เป็นโครงกระดูกของหญิงรายนี้และทรัพย์สินที่ถูกฝังพร้อมพิธีฝังศพของเธอ กลายเป็นหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมาก ประกอบด้วย

– ฝาหอยพอก 1 ชิ้น

– หินดุ 1 ชิ้น เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการผลิตภาชนะดินเผา (รูปทรงคล้ายดอกเห็ด) พบบริเวณกระดูกหน้าแข้งข้างขวา

– เครื่องประดับศีรษะทำจากเปลือกหอย มีลักษณะเป็นแผ่นกลม เจาะรูทะลุตรงกลาง พบบริเวณหูข้างละ 1 อัน

– แผ่นวงกลมมีเดือยตรงกลาง ทำจากเปลือกหอยจำนวน 2 วง พบบริเวณไหล่ข้างละ 1 วง

– กำไลเปลือกหอย สวมที่ข้อมือซ้ายจำนวน 1 วง ถือเป็นกำไลวงแรกที่พบในโครงกระดูกจากการขุดค้นในประเทศไทย

– ภาชนะดินเผาถูกทุบให้แตกจำนวน 10 ใบ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กระจายปกคลุมลำตัวตั้งแต่ต้นขาถึงปลายเท้า และ 2) อยู่บนกองแท่งดินเหนียวที่วางทับลำตัว บางใบมีรูปร่างต่างจากที่พบในหลุมศพอื่น

– ลูกปัดแบบตัวไอ ขนาดต่างกันไป จำนวน 950 เม็ด พบบริเวณหน้าอกและใต้แขน

– ลูกปัดเปลือกหอยแบบแว่นกลม จำนวนกว่า 120,000 เม็ด พบบริเวณส่วนหน้าอกและแผ่นหลัง สันนิษฐานว่าเป็นลูกปัดที่เย็บติดกับผ้าหรือเสื้ออย่างน้อย 2-3 ตัวที่คลุมร่างของเธออีกที

ด้วยจำนวนเครื่องประดับและทรัพย์สมบัติจำนวนมากนี่เอง ทำให้โครงกระดูกหมายเลข 15 ถูกขนานนามว่า “เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี”

การพบสิ่งของและเครื่องประดับมากมายขนาดนี้ ชี้ให้เห็นว่า เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี น่าจะเป็นสตรีที่มีบทบาทสำคัญชุมชนในสมัยนั้น บอกได้ถึงสถานะของผู้หญิงยุคนั้นว่าเป็นยุค “สตรีเป็นใหญ่” นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาลักษณะกระดูกนิ้วมือที่ค่อนข้างแข็งแรงของเจ้าแม่แห่งโคกพนมดี นี่อาจเป็นผลจากการใช้มือนวดดินเพื่อปั้นหม้อ ประกอบกับการพบ “หินดุ” อุปกรณ์ทำภาชนะดินเผา จึงสันนิษฐานได้ว่า เธอน่าจะเป็นช่างปั้นหม้อ (ชั้นครู) ด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยืนยันการเปลี่ยนวิถีนักพายเรือมาเป็นนักเพาะปลูกของผู้ชายในชุมชนโบราณ และสถานะทางสังคมที่โดดเด่นของเจ้าแม่แห่งโคกพนมดี แต่นักโบราณคดียังไม่มีข้อสรุปว่า ผู้คนใน “โคกพนมดี” สืบเชื้อสายคนหาของป่าล่าสัตว์ตามแนวชายฝั่งมาแต่แรก หรือเป็นชาวนาที่อพยพจากแผ่นดินตอนในมาหากินกับท้องทะเลกันแน่

บทบาทหลักในชุมชน (นอกเหนือจากช่างปั้นหม้อ) ของ “เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี” จึงยังไม่มีข้อสรุปและยังเป็นปริศนาต่อไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เพิ่มพันธ์ นนตะศรี, ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี: “เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี”

วัชรี ชมภู, ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี: “โคกพนมดี แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ชายฝั่งอ่าวไทย”

Thai PBS รากสุวรรณภูมิ “รากนี้มีเรื่องเล่า : เจ้าแม่โคกพนมดี สังคมผู้หญิงเป็นใหญ่”

แอนดูรว์ ลอว์เลอร์. (2564). 100 อัศจรรย์ทางโบราณคดี. National Geographic ฉบับภาษาไทย. ฉบับที่ 244 พฤศิจากายน: 54-55.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 กันยายน 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สตรีลึกลับกับเครื่องประดับนับแสนชิ้น! ใครคือ “เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี” ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...