โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

“หญิงลี” กับชีวิตหลังความตาย

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 29 พ.ค. 2561 เวลา 05.00 น.

“หญิงลี” กับชีวิตหลังความตาย

ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา จากที่เราเคยเห็นหน้าและได้ยินเสียงจากหญิงสาวเจ้าแม่เพลงแดนซ์ลูกทุ่งอย่าง “หญิงลีศรีจุมพล” บนเวทีคอนเสิร์ต กลายเป็นว่าข่าวคราวด้านเสียงเพลงของเธอเริ่มเงียบหายไป กลายเป็นข่าวเรื่องสุขภาพและอาการป่วยหนักจากโรคไทรอยด์และอีกหลายโรคที่ทำให้รูปร่างหน้าตาเธอดูเปลี่ยนไป จนต้องหยุดพักไปรักษาตัว  

“เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หญิงลีบอกกับเราในวันที่เธอกลับมายืนหยัดในเส้นทางเสียงเพลงอีกครั้งหลังมรสุมชีวิตที่ถาโถม  เราเชื่อว่าใครๆ ก็ต้องรู้จักชื่อของเธอ แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องราวระหว่างที่เธอหยุดพักหายไปได้สร้างอะไรให้กับตัวนักร้องสาวคนนี้บ้าง ในวันนี้ เราจะพาคุณไปอ่านความคิดของเธอ กับบทสัมภาษณ์ที่จะทำให้คุณรู้ว่าการกลับมาของหญิงลีคราวนี้ ยังคงอัดแน่นไปด้วยความเป็นเธอ บวกกับความมุ่งมั่นที่ยังเกินร้อย

อัพเดตสุขภาพร่างกายหญิงลีหน่อยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับความห่วงใยจากทุกคนที่สอบถามมา ต้องขอบคุณทุกๆ กำลังใจเลยนะคะ เพราะทุกคนช่วยให้หญิงลี  สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองเข้มแข็ง รักษาตัวให้มีระเบียบวินัย เพราะช่วงก่อนหน้านั้นหญิงอาจจะปล่อยปละละเลยร่างกายตัวเองมากไป เข้าใจว่าตัวแข็งแรง ลืมไปว่าเราใช้ร่างกายหนัก ตอนนี้เลยรักษาตัวเองมาจนแข็งแรงน่าจะมากกว่า 95% แล้ว รับงานคอนเสิร์ตได้แล้ว ลองไปศึกษาเกี่ยวกับการดูดไขมันที่ใบหน้า ก็ไม่น่าจะอันตรายอะไรมาก รอให้ความดันคงที่ หัวใจเต้นคงที่ถึงไปทำ

เราผ่านจุดที่รู้สึกว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เพราะช่วงที่หญิงป่วย มันทำให้รู้สึกว่าเราทิ้งทุกอย่าง ชื่อเสียงเงินทอง ปล่อยวางทุกอย่างที่หามา เพราะมันเอาไปไม่ได้ในวันที่เราเป็นแบบนั้น เหมือนปลงสังขารไปเลย นั่นคือความคิดก่อนที่อาการจะหนักมาก 

แต่เราก็ผ่านมาได้จนถึงวันนี้ หญิงเลยคิดว่าจะต้องทำอะไรในวันที่หายกลับมาที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข อย่างตอนนี้หญิงก็ได้ทำงานที่เรารัก ทั้งคอนเสิร์ต งานจ้าง งานโชว์ พรีเซ็นเตอร์ต่างๆ

เรื่องสุขภาพร่างกายส่งผลกับงานเพลงของหญิงลีไหม

ยังอยากเดินในแนวทางเดิมอยู่ค่ะ คือเพลงแนวแดนซ์ เนื้อเพลงที่ฟังได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งเพลงของหญิงที่ผ่านมาก็เห็นว่ามีหลายคน ทุกเพศทุกวัยเอาไปโคฟเวอร์ ทำให้เป็นเพลงที่มีคุณค่า หรือชาวต่างชาติเองก็รู้จัก มันเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้หญิงต้องไม่ลืมว่าเรายังเป็นนักร้อง

อาการป่วยที่เจอมาได้สอนอะไรบ้าง

บางทีชื่อเสียงหรือเงินทองก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขที่สุดนะคะ คนที่มีความสุขที่สุดคือคนที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ สุขภาพร่างกายแข็งแรง เรื่องเงินอาจจะมีใช้แบบพอดีๆ ไม่ต้องร่ำรวยมากก็เป็นสุขได้ ส่วนคนที่มีเยอะๆ ก็อาจเพราะพระเจ้าให้มา แต่หญิงว่าที่ผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าในช่วงที่เรามีเงินทองเยอะแยะ แต่ร่างกายเราป่วย ตัวเองก็แทบไม่ได้ใช้เงินนั้นเลย

เลยได้รู้ถึงสัจธรรมชีวิตว่าความสุขจริงๆ แล้วคือความรัก ความอบอุ่น การทำงานที่เรารัก การได้มีผลงานออกมา การที่เรามีความสามารถอะไรแต่เก็บมันไว้ ไม่ปล่อยออกมา มันก็ตายไปกับเรา

หญิงมีเพลงมากมายที่อยากปล่อยออกมาเยอะๆ อยากเขียนเพลงเยอะๆ ดังไม่ดังก็ไม่เป็นไร ถือว่าให้กำไรกับแฟนเพลงค่ะ

ทำอะไรช่วงที่หายไปบ้าง

ไม่รู้สิ มันทำหลายอย่าง เพราะตอนป่วย หญิงลีก็ไม่ได้หยุดนอนอยู่กับที่นะคะ บางทีอยู่เฉยๆ ก็ทำให้อาการโรคซึมเศร้ากลับมา เลยชอบออกไปจ่ายตลาด ทำกับข้าว เป็นอะไรที่ชอบมากเลย เหมือนเวลาหนึ่งชั่วโมงมันหมดไปเร็วกับการหั่นพริก หั่นผัก เตรียมของ ถึงเวลาก็ทานยา นอน ตื่นมาก็บริหารงานที่ทำอยู่ 

เลยแอบคิดว่าอยากทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซักครั้ง เป็นแม่ครัวทำด้วย ออกมาต้อนรับลูกค้าด้วย คงไม่ได้ใหญ่โตหวังร่ำรวย แต่อยากอยู่อย่างมีความสุขกับอาหารและเสียงเพลง กับแฟนเพลงที่อยากมาลองชิมอาหารของเรา

ชอบทำอาหารอยู่แล้วหรือเปล่า

ชอบค่ะ หญิงลีชอบทำยำกุ้งใส่คะน้า รสชาติการยำของหญิงนี่อร่อยมาก คนที่ได้กินนี่ชมบ่อยเลย บ่นอยากทำให้กินอีก หญิงก็บ้ายอไง (หัวเราะ) เลยทำให้กินอีก เราก็แฮปปี้ที่คนชมว่าทำอาหารอร่อย ทำต้มยำรสจัด แต่งสีสวยๆ เหมือนแต่งหน้าให้ตัวเอง

เคยเป็นโรคซึมเศร้าด้วยเหรอ

ใช่ค่ะ เป็นเพราะเราวิตกกังวลว่าจะทำนั่นผิด ทำนี่จะโดนว่า เหมือนพอเรามีชื่อเสียงมากขึ้นแล้วต้องวางตัว ต้องดูดี เพอร์เฟ็กต์ สมกับที่คนมาคาดหวังกับเรา พอเราทำอะไรผิดพลาดหรือไม่ดีไม่งาม ก็จะรู้สึกว่าอาการเริ่มกลับมา เลยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปล่อยวาง ปลง แก้ไข แล้วเริ่มต้นใหม่ สามสี่อย่างนี้ทำให้ชีวิตของหญิงมีความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่

จากวันนั้นที่เริ่มมาเป็นนักร้องจนถึงตอนนี้ไกลกว่าที่คิดไหม

ไกลมากค่ะ ตอนแรกคิดว่าอยากเป็นนักร้องออกทีวี ถ้าอายุเกินสามสิบแล้วไม่สำเร็จ ก็คงใช้ชีวิตปกติทั่วไป แต่งงานมีลูกเหมือนคนอื่นๆ แต่พออายุ 29 เราถูกเลือก แล้วก็มาพีกตอน 30 พอดี ตอนนี้หญิงลีอายุ 35 เราก็หวังว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น มีการเซ็นต์สัญญาใหม่หลังจากหมดไป เพลงใหม่อาจจะโดนใจคน ยังให้ความหวังตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ประเมินตัวเองสูงเกิน ถ้าผิดหวังเราจะได้ไม่เจ็บใจ อยู่ได้สบายๆ แต่ก็ยังทำงานเต็มที่ทุกครั้ง

ตอนที่ถูกเลือกเมื่อ 29 เตรียมรับความโด่งดังไว้ยังไง

ตอนนั้นคิดว่าแค่ได้ออกเทป มีงานจ้าง มีคนรู้จักบ้าง แต่ด้วยความโชคดี บุญวาสนาที่เบื้องบนให้มาก็ทำให้เราเริ่มเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ ตอนนั้นวันนึงมากกว่าหนึ่งงาน ออกสื่อ ออกทีวี จนบางทีเราก็พักผ่อนน้อย กลายเป็นคนลืมโน่นนี่ไปเลย ถ้าทุกคนเป็นเหมือนหญิงในตอนนั้นแล้วจะรู้ มันต้องควบคุมทุกอย่างเลย ตัวเอง อารมณ์ สติ คำพูด การร้องเพลง มันกดดันเหมือนกันนะ 

สิ่งที่ทำได้คือการเป็นตัวเองให้มากที่สุด ตัวตนของหญิงบนเวทีเป็นยังไง ข้างล่าง ชีวิตจริงก็เป็นอย่างนั้น เพียงแต่ว่าความแข็งแรงของร่างกาย บนเวทีอาจจะต้องดูสวย แข็งแรง  ต้องสนุก อาจจะขัดกับสภาพร่างกายภายในของหญิงตอนนั้น แต่เราก็รักษาคุณภาพและมาตรฐานของตัวเองมาตลอด

กดดันอยู่ไหม

ตอนนี้ไม่กดดันแล้วค่ะ ปล่อยใจ ปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามเหตุการณ์ เป็นตัวเอง แค่รักษาตัวเองให้ยังดูโอเค เรื่องคำพูดคำจา ความนอบน้อม เอาให้พอดีพองาม ให้สนุกสนานกับคนดู

หรืออย่างเพลงของเราที่ฮิตหลายๆ เพลง มันก็ทำให้หญิงกดดันนะ มากด้วยว่าจะทำยังไงให้มันดังเท่าเพลงแรก (หัวเราะ) แต่ก็ต้องทำใจแหละ เพราะหญิงโดนถามตลอดว่าเพลงต่อไปจะดังเหมือนเพลงแรกไหม เลยต้องปลอบใจตัวเองว่า “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” มันเป็นเพลงที่สูงสุด แตะเพดานไม่มีเพลงไหนของเรามาเทียบได้อีกแล้ว แต่ก็คงมีแนวตามๆ มาที่คล้ายกัน สนุกสนานเหมือนกัน ถ้าจะดังเท่านั้น ก็คงต้องเป็นวาสนา ผลบุญที่พระเจ้าให้มาแล้วค่ะ

ช่วงที่หยุดไปกลัวว่าตัวเองจะหายไปจากใจของแฟนๆไหม

หญิงลีคิดเสมอว่าศิลปินที่เคยมีชื่อเสียง เวลาที่เค้าเงียบไป อย่าหยุดทำเพลง ให้ทำไปเรื่อยๆ เพราะศิลปินที่เคยดังก็เหมือนมังกรนอนถ้ำ รอเวลาที่จะผงาดขึ้นมาในวันที่เราสำเร็จ มีกระแสอีกครั้ง เหมือนพี่ไมค์ ภิรมย์พร หรือพี่ต่าย อรทัย ที่ถึงจะมีช่วงที่หายไป แต่เมื่อกลับมาเค้าก็ยังคงความเป็นตำนานของเค้าเหมือนเดิม

ถึงให้กำลังใจตัวเองเสมอว่าเพลงของเราเป็นเพลงเต้น เพลงสนุก อย่าหยุดนะ อย่าหยุดดูเเลตัวเอง อย่าหลงทางไปทำอย่างอื่นจนลืมทำเพลง ต้องดูแลตัวเอง แต่งเพลงไปเรื่อยๆ ออกคอนเสิร์ตเรื่อยๆ ทำในสิ่งที่เรารักและเป็นจุดเริ่มต้นของเราไปเรื่อยๆ เพราะเรายังมีแฟนเพลงที่รัก มีเจ้านาย มีเพื่อนพี่น้องที่ยังทำงานเพื่อเรา 

ถ้าเราหยุดตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง ก็จะเป็นเหมือนช่วงที่หญิงป่วย นั่นถือว่าหญิงพลาดมากเลยนะคะที่เข้าใจว่าตัวเองไหว ทุกวันนี้หญิงรู้ตัวเองทุกอย่างว่าเราต้องวางแผนยังไง เหมือนวัวหายล้อมคอกนิดนึง แต่โชคดีนะที่ยังไปตามวัวกลับมาล้อมคอกได้อยู่ (หัวเราะ) 

หลงรักอะไรในการทำเพลงทุกวันนี้ ที่รู้สึกว่าต้องกลับมา

หน้าเวทีทุกครั้งที่คนฟังยังรักเรา ให้กำลังใจท่วมท้น เป็นอะไรที่ทำให้หญิงหลงรัก ทำให้หญิงลีอยากสร้างสรรค์งานเพลงต่อไป ถ้ามีเพลงใหม่ออกมาคนก็ยังต้อนรับ แล้วก็ยังรู้จักเพลงเก่าของเรา มันทำให้รู้สึกว่ามีคุณค่าที่เรายังต้องสร้างต่อไป นอกจากว่าเราจะแก่มากๆ ไม่มีแรง นั่นก็ต้องละสังขารกันไป

แต่ตอนนี้หญิงรู้แล้วว่าไม่ควรหยุดแล้วปล่อยวางทุกอย่าง เรายังต้องคิด พัฒนางานเพลงของเราต่อไป 

ถ้าได้ขอบคุณตัวเองในช่วงที่ล้มป่วยจะบอกว่าอะไร

ไม่นานมานี้มีลุงคนนึงที่บ้านหญิงลีทักหญิงว่า “หญิงลีผ่านวิกฤติหนักมาแล้ว ผ่านช่วงเวลาหนักๆ ของชีวิตมาแล้ว ขึ้นสูงสุดมาแล้ว ถ้าจะมีอุปสรรคอะไรอีก อย่าท้อ ถ้าร้องไห้ก็ต้องคลานต่อไปทั้งน้ำตา แล้วมันจะผ่านไปได้ดี” 

หญิงจำคำนี้มาใช้กับตัวเอง เราผ่านสิ่งเลวร้ายมาเยอะมากแล้ว ขอให้ทุกเรื่องต่อจากนี้เป็นเรื่องเล็กของเรา คิดดูว่าเรื่องใหญ่ครั้งนั้นเราผ่านมาได้แล้ว ถ้าครั้งหน้ามีอีกก็จะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก กล้ายิ้ม กล้าชนกับทุกปัญหาด้วยความนอบน้อมถ่อมตน ดังแล้วอย่าลืมตัว เราเข้ามาวันแรกเป็นยังไง วันนี้เราก็ต้องเป็นอย่างนั้น นึกถึงวันที่เรายังไม่โด่งดังไว้เสมอ

แล้วสิ่งที่อยากบอกกับแฟนๆล่ะ

ในวันใหม่ที่หญิงลีพร้อม พระเจ้าทดสอบอะไรหญิงมามากมาย ก็อยากให้ทุกคนเปิดรับผลงานใหม่ๆ มีความสุขกับผลงานของหญิงเหมือนเดิม ถึงจะไม่ได้โด่งดังเท่าเพลงใครๆ แต่ความหมายที่หญิงอยากบอกก็ยังอยู่ในนั้น 

อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าหญิงลีจะทำให้ทุกคนมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ขึ้นเวทีแน่นอน จะรักษาตัวไม่ให้ป่วยเหมือนเดิมอีก แล้วก็จะผลิตผลงานใหม่ๆ ออกมาแน่นอนค่ะ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...