โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ธพว. ออกสินเชื่อ "SMEs มีโอกาส" ดอกเบี้ยต่ำ 2% สองปีแรก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2563 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 08.47 น.

ธพว. สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในระบบ ผ่านโครงการสินเชื่อ “SMEs มีโอกาส” วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ผ่อนนาน 7 ปี

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อมเข้าถึงแหล่งทุน

ดังนั้น ธพว.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว เติมทุนภายใต้ชื่อ สินเชื่อ “SMEs มีโอกาส” โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับ SMEs ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ไม่เคยขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือทางการเงินตาม “พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563” (พ.ร.ก. Soft loan) ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เพื่อนำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ สำรองเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดอกเบี้ย 2% สองปีแรก

สำหรับสินเชื่อดังกล่าว เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบัน มีเงื่อนไขสำคัญต้องเป็นผู้ประกอบการที่ไม่เคยขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 กำหนดวงเงินกู้ สำหรับบุคคลธรรมดา สูงสุด 2 ล้านบาท ส่วนนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาจด (VAT) สูงสุด 15 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 2% ใน 2 ปีแรก ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยตามหลักประกัน ได้แก่ บสย. = MLR+2.5% ต่อปี , บสย.ร่วมกับหลักประกันตามเกณฑ์ธนาคาร = MLR+1.5% ต่อปี และหลักประกันตามเกณฑ์ธนาคาร = MLR+0.5% ต่อปี ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ปลอดชำระเงินต้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความเหมาะสมสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

“ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพพอสมควร แต่ไม่มีวงเงินเดิมกับสถาบันการเงินในระบบ จึงไม่สามารถใช้บริการสินเชื่อ Soft Loan ธปท. ตาม พ.ร.ก. Soft loan ได้ ซึ่งกำหนดเกณฑ์ปล่อยกู้ไม่เกิน 20% ของยอดสินเชื่อคงค้าง ดังนั้น รัฐบาลจึงมีนโยบายให้ออกสินเชื่อนี้มาเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว ช่วยสร้างโอกาสพาผู้ประกอบการกลุ่มที่ไม่เคยขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยถูกในระบบได้ เพื่อนำเงินไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียน ประคองธุรกิจให้ก้าวผ่านทุกวิกฤตไปได้” นางสาวนารถนารี กล่าว

ทั้งนี้ วงเงินอนุมัติสินเชื่อต่อรายจะพิจารณาตามความเหมาะสม ความจำเป็น และความสามารถในการชำระหนี้ โดยคุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย หรือนิติบุคคล ที่มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า 50% ของทุนจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด, เป็นการขอสินเชื่อใหม่ ทั้งลูกค้าเดิม หรือลูกค้าใหม่ ซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ Refinance, มีการยื่นภาษีจากภาครัฐ และไม่เป็น NPL ณ วันยื่นขอกู้ โดยเปิดรับคำขอกู้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 หรือจนกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ถูกจัดสรรหมด แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อ “SMEs มีโอกาส” ได้ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์ของ ธพว. (www.smebank.co.th) และผ่านแอปพลิเคชัน “SME D Bank” ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android เป็นต้น หรือทุกสาขาของ ธพว. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...