โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Fujifilm ประกาศกร้าวอนาคตจะสร้างเทปจัดเก็บข้อมูลความจุ 400TB ในตลับเดียว

BT Beartai

อัพเดต 05 ก.ค. 2563 เวลา 14.13 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 06.18 น.
Fujifilm ประกาศกร้าวอนาคตจะสร้างเทปจัดเก็บข้อมูลความจุ 400TB ในตลับเดียว

เทปจัดเก็บข้อมูล (Tape Storage) เป็นเทคโนโลยีบันทึกและอ่านข้อมูลบนแถบแม่เหล็กที่มีลักษณะคล้ายกับตลับเทปเพลง (Tape 8 track) ในอดีตที่เลิกใช้ไปนานแล้ว แม้ว่าเทคโนโลยีเทปเก็บข้อมูลมีมานานแต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง อ่านเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นและความจุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนิยมใช้ในองค์กรขนาดใหญ่สำหรับการสำรองข้อมูลแบบถาวรเพราะความคงทนเก็บไว้ได้นานและความจุสูง แต่ก็มีจุดอ่อนที่อ่านเขียนข้อมูลได้ช้ากว่า HHD, SSD, แฟลชไดรฟ์และดิสก์ไดรฟ์ ที่นิยมใช้ในการจัดเก็บข้อมูลที่ต้องเข้าถึงอยู่บ่อย ๆ

หากองค์กรของคุณมีข้อมูลจำนวนมากและไม่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลทุกวัน การใช้ตลับเทปจัดเก็บข้อมูลถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะปัจจุบันเทปขนาดความจุ 12TB มีราคาแค่ 100 USD (~3,100 บาท) เท่านั้น และตอนนี้ Fujifilm ประกาศว่าอนาคตจะสร้างเทคโนโลยีเทปจัดเก็บข้อมูลที่ความจุถึง 400TB ในตลับเดียว

เทปจัดเก็บข้อมูลไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะปัจจุบันเครื่องอ่านข้อมูลจากเทปที่ผลิตโดย IBM ราคาสูงถึง 6,000 USD (~190,000) ดังนั้นจะคุ้มค่าสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และต้องเก็บไว้นานหลายสิบปี

ปัจจุบันเทปจัดเก็บข้อมูลที่ใช้ใน Data Center ทั่วโลกจะใช้มาตรฐาน LTO-8 (Linear Tape-Open 8) ทำจากวัสดุที่เรียกว่า Barium Ferrite (BaFe) สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ 12TB หรือสูงสุด 30TB เมื่อบีบอัดข้อมูล (แต่ทำงานช้า) และปลายปีนี้คาดว่าจะออกมาตรฐานใหม่ LTO-9 ใช้วัสดุใหม่ที่เรียกว่า Strontium Ferrite (SrFe) ซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดเล็กกว่า BaFe ช่วยให้มีความหนาแน่นและความจุเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าคือ 24TB คาดว่าใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปีครึ่งจึงจะปรับปรุงใช้งานอย่างแพร่หลาย ดังนั้นใครที่มีเทป LTO-8 ก็ให้ใช้ของเดิมไปก่อน

อย่างไรก็ตาม Fujifilm มองการณ์ไกลต้องการให้เทปจัดเก็บข้อมูลได้ถึง 400TB ซึ่งอาจจะเป็นมาตรฐาน LTO-13 ดังนั้นกว่าจะสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ออกมาอย่างเร็วที่สุดก็น่าจะประมาณปี 2030 ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า Fujifilm จะแสดงฝีมือผลิตออกมาได้เร็วกว่านั้นหรือไม่

ที่มา : gizmodo ภาพจาก : fujifilm.ca

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...