โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สำรวจความเชื่อ "นาคสร้างเมืองมนุษย์" ที่ภายหลังคือเมือง "เชียงแสน"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ต.ค. 2564 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 07.59 น.
แม่น้ำโขงไหลผ่านเมืองเชียงแสน

ความเชื่อว่า พญานาค สร้างเมืองมนุษย์มีหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นเอามาจากเรื่อง ตำนานสิงหนวติกุมาร เมืองที่พญานาคสร้างมีชื่อว่า นาคพันธุสิงหนวัตินคร ต่อมากลายเป็นเมืองโยนก หลังจากนั้นคือเมือง เชียงแสน โดยนาคชื่อ “พันธุนาคราช”

เนื้อเรื่องเล่าความเดิมว่าก่อนหน้าที่สิงหนวติกุมารจะมาบริเวณนี้นั้น ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นบริเวณแคว้นสุวรรณโคมคำมาก่อน และสิงหนวติกุมารก็พาผู้คนมาจากนครไทยเทศ เพื่อจะมาสร้างเมืองใหม่ จึงมาเจอพื้นที่ดังกล่าว แล้วพญานาคที่อยู่แถวนั้นรู้เข้า ก็ช่วยสร้างบ้านแปงเมือง เมืองที่พญานาคสร้างมีชื่อว่านาคพันธุสิงหนวัตินคร ต่อมาก็กลายเป็นเมืองโยนก แล้วต่อมาก็คือเมืองเชียงแสน

ใจความที่กล่าวถึงเขียนไว้ว่า

“…วันนั้นยังมีพระยานาคตัวหนึ่งชื่อว่าพันธุนาคราชนั้น ก็เนรมิตตนเป็นพราหมณ์ผู้หนึ่ง แล้วก็เข้ามาสู่ที่อยู่เจ้าสิงหนวติกุมารแล้วก็กล่าวเซิง สิงหนวติกุมารว่า

ดูกรเจ้ากุมาร ท่านนี้เป็นลูกท่านพระยามหากษัตริย์หรือว่าเป็นเศรษฐีและคหบดีกฎุมพีพ่อค้าอั้นซา ลูกบ้านใดเมืองใดมาซา เจ้ากุมารมานี้ประโยชน์อันใดซาว่าอั้น

เจ้าสิงหนวติกุมารกล่าวว่า พราหมณ์ดูกรท่านพราหมณ์เรานี้ก็เป็นลูกมหากษัตริย์ ตนชื่อว่าเทวกาล อันเป็นเจ้าเมืองราชคฤห์หลวงโพ้นแล เรานี้มาเพื่อจัดแสวงหาที่สร้างบ้านแปลงเมืองอยู่แดว่าอั้น

เมื่อนั้น นาคพราหมณ์ผู้นั้นกล่าวว่า ดีแท้แลท่านจุ่งตั้งอยู่สถานที่นี้ให้เป็นบ้านเป็นเมืองอยู่ทื้อจักวุฒิจำเริญดีบรมวนด้วยเข้าของสมบัติสะแด ประการหนึ่งเล่าซ้ำเศิกทั้งหลาย เป็นต้นว่าเศิกมหานครเมืองใหญ่ทั้งหลายจักมารบก็เป็นอันยากเหตุนั้นน้ำแม่ใหญ่ทั้งหลายสะเภาดลกาก็บ่รอดและว่าอั้นแล้ว แต่ว่าให้มีศักดิ์มีใจรักยังคนแดสัตว์ทั้งหลายเทอะว่าอั้น

เมื่อนั้นเจ้าสิงหนวติกุมาร จึ่งกล่าวว่า ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านนี้อยู่ฐานะที่ใดอยู่บ้านใดเมืองใด ท่านมีชื่อลือชาประการใด

นาคพราหมณ์กล่าวว่า ข้านี้มีชื่อว่าพันธุพราหมณ์ อยู่รักษาประเทศที่นี้แต่เช่นเค้ามาแล ท่านจุ่งใช้สัปปุริสบ่าว เพื่อไปทวยดูที่อยู่แห่งข้าเทอะ

ว่าอั้นแล้วก็ลาจากหนีไปแด

สิงหนวัติกุมารก็ใช้บ่าวเพื่อนไปดู ด้วยดูเจ็ดคนแล

ครั้นว่าทวยไฝหนหรดีไกลประมาณพันวาแล้ว ก็ลวดกลับหายไปเสียแล เมื่อนั้นคนใช้หันเป็นสันนั้นแล้ว เขาก็กลับคืนมาบอกแก่เจ้าแห่งเขาตามดังเขาหันนั้นซูอันแด

เมื่อนั้นสิงหนวติกุมาร ได้ยินคำอันนั้นแล้วก็สะดุ้งใจอยู่แล

ส่วนนาคพราหมณ์ผู้นั้นก็เอาเพศเป็นพระยานาคแล้ว ก็เที่ยวบุ่น ไปหื้อเป็นเขตต์ชื่อเวียงกว้างสามพันวารอดสู่ก้ำแล้วก็หนีไปสู่ที่แห่งตนแล

ครั้นว่าคืนนั้นรุ่งแจ้งแล้ว สิงหนวติกุมาร ท่านก็หันเป็นประการสันนั้น ก็มีใจชมชื่นยินดีแล้ว ก็ให้หาพราหมณ์อาจารย์มา แล้วก็ถามพราหมณ์อาจารย์ว่า พราหมณ์ผู้มาบอกให้เรานี้จะเป็นเทวบุตร เทวดาหรืออินทร์พรหมอั้นซาว่าอั้น

เมื่อนั้นพราหมณ์อาจารย์จึงกล่าวว่า ตามดังข้าผู้เฒ่ามาพิจารณาดูนี้ จะเป็นพระยานาคสะแดงว่าอั้น เมื่อนั้นก็พร้อมเข้าแต่งเรือนหลวง แปลงหอเรือแล้วบรมวนก็เข้าอยู่เป็นเมืองอันใหญ่แล้ว

พราหมณ์อาจารย์ผู้นั้นก็พิจารณาเอาชื่อพระยานาคว่าพันธุนั้นกับชื่อกุมารผู้เจ้านั้น ชื่อว่าสิงหนวติกุมาร สมด้วยกันแล้วก็เรียกว่าเมืองนาคพันธุสิงหนวัตินคร นั้นแล…”

 

(คัดและจัดย่อหน้าใหม่ จาก ตำนานสิงหนวติกุมาร ฉบับสอบค้นของ นายมานิต วัลลิโภดม. 2516)

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กันยายน 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...