โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลองลัดโพธิ์ พระอัจฉริยภาพ รัชกาลที่ 9 ประยุกต์วิทย์-ธรรมชาติ แก้น้ำท่วมยั่งยืน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ธ.ค. 2561 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2561 เวลา 05.59 น.
คลองลัดโพธิ์ พระอัจฉริยภาพ รัชกาลที่ 9 ประยุกต์วิทย์-ธรรมชาติ แก้น้ำท่วมยั่งยืน

คลองลัดโพธิ์ พระอัจฉริยภาพ รัชกาลที่ 9 ประยุกต์วิทย์-ธรรมชาติ แก้น้ำท่วมยั่งยืน

คลองลัดโพธิ์ – พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคนไทยอย่างอเนกอนันต์ แม้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว หากพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทยล้วนนำมาซึ่งความอยู่ดีมีสุขจวบจนปัจจุบัน

ดั่งปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

หนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญจาก 4,685 โครงการในพระราชดำริ เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล คือ “โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ”

 

ที่มา คลองลัดโพธิ์ แก้น้ำท่วมกรุงเทพฯ

ด้วยพื้นที่ “คลองลัดโพธิ์” ตั้งอยู่ในพื้นที่บางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ มีลักษณะเป็น “กระเพาะหมู” มีแม่น้ำเจ้าพระยาล้อมรอบ เมื่อเกิดมีน้ำเหนือไหลบ่าหรือมีน้ำทะเลหนุนสูง ประชาชนในพื้นที่บางกะเจ้าต้องเผชิญกับความลำบาก เพราะระดับน้ำจะสูงล้นตลิ่ง และเข้าท่วมพื้นที่เป็นเวลาหลายชั่วโมง และบางครั้งทำให้เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างเมื่อปี 2538

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการนำไปสู่แนวพระราชดำริการ “เบี่ยงน้ำ” หรือย่นระยะทางในการระบายน้ำลงสู่ทะเล เมื่อระดับน้ำทะเลลดลงและปิดกั้นทางที่น้ำทะเลจะรุกเข้าพื้นที่เมื่อน้ำทะเลหนุนสูง

อันเป็นหลักฐานประจักษ์ถึง “พระอัจฉริยภาพ” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการที่ทรงประยุกต์หลักการทางธรรมชาติและวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ย้อนเล่าว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้ นายรุ่งเรือง จุลชาต อธิบดีกรมชลประทานขณะนั้น และคณะ ร่วมศึกษาพิจารณาวางโครงการปรับปรุงและขุดลอกคลองลัดโพธิ์เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีระยะทางการไหลอ้อมผ่านบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ มีลักษณะเป็นกระเพาะหมูระยะทาง 18 กิโลเมตร

การดำเนินโครงการเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2545 และแล้วเสร็จปี 2549 โดยปรับปรุงคลอดลัดโพธิ์ที่เดิมเป็นคลองขนาดเล็กและตื้นเขิน กว้าง 10-15 เมตร ให้มีความกว้าง 65 เมตร ปรับปรุงความลึกของคลองจากเดิม 1-2 เมตร อยู่ที่ระดับ 7 เมตร และมีความยาวจากปากคลองถึงปลายคลอง 600 เมตร

“นับเป็นการร่นระยะทางการไหลของน้ำจาก 18 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 600 เมตร จากเดิมใช้เวลาระบายน้ำ 5 ชั่วโมง ก็ร่นระยะเวลาให้เหลือเพียง 10 นาที ทำให้สามารถระบายน้ำหลากในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ปากอ่าวไทยได้รวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 10-15% การระบายน้ำสูงสุดประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นการช่วยลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกแนวป้องกันหรือคันกั้นน้ำในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

นอกจากปรับปรุงคลองลัดโพธิ์แล้ว ยังได้ก่อสร้างประตูระบายน้ำ มีช่องระบายน้ำ 4 ช่อง พร้อมติดตั้งบานระบายเหล็กแนวตรง กว้าง 14 เมตร สูง 9.55 เมตร ด้วยคลองลัดโพธิ์ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของ “น้ำทะเล” หนุนขึ้นลง การบริหารจัดการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จึงต้องให้มีความสัมพันธ์กับจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล และปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

“โดยเฉพาะในฤดูฝน ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน จะเป็นช่วงน้ำหลากของแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานจะพิจารณาเปิดบานระบายของประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ เพื่อเร่งพร่องน้ำในลำน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างออกสู่ทะเล ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาให้รองรับน้ำเหนือที่จะไหลลงสู่กรุงเทพฯและปริมณฑล” รองอธิบดีเฉลิมเกียรติอธิบาย และว่า

“หลังจากผ่านช่วงฤดูน้ำหลากไปแล้ว กรมชลประทานจะปิดบานระบายของประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เพื่อชะลอน้ำไว้ในลำน้ำ สำหรับใช้ในฤดูแล้ง รวมถึงป้องกันมิให้น้ำเค็มรุกล้ำผ่านประตูระบายน้ำเข้าไปมีผลกระทบต่อการใช้น้ำด้านต่างๆ จากแม่น้ำเจ้าพระยา”

ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสถึงคลองลัดโพธิ์

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำรัสถึงความสำเร็จของโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ไว้เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2549 ความว่า

“…น้ำจะขึ้น ลง มากกว่าปี 38 แต่ว่าที่ดูในนี้ แก้ไขได้ คือบริหารน้ำให้ไม่ท่วมได้ เพราะว่าเรามีอุปกรณ์ที่สมัยใหม่ ที่จะทำให้น้ำลดลงไปหายไปได้ดีกว่าปี 38 มีหลายแห่งที่ทำได้ โดยเฉพาะที่แม่น้ำเจ้าพระยานี่เอง ตรงปลายแม่น้ำเจ้าพระยาถึงเวลาน้ำขึ้น ก็กั้นเอาไว้ ไม่ให้น้ำขึ้นมาท่วม จุดนี้พูดถึงโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ถึงเวลาปล่อยก็ปล่อยได้ และโดยเฉพาะแห่งเดียวที่มีอุปกรณ์อยู่แล้ว คือ ที่พระประแดงที่มีอุปกรณ์ที่เวลาน้ำขึ้น กักเอาไว้ แล้วก็เวลาน้ำลง ปล่อยให้ลง…ถ้าทำเป็นเวลาแล้ว น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ…”

และในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ โดยเรือพระที่นั่งอังสนา ไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 ภูมิพล 2 ที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคครั้งแรกในรอบ 4 ปี

ไม่เพียงเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ยังได้มีพระราชกระแสให้พิจารณานำพลังงานน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยามาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย ดังพระราชกระแสความตอนหนึ่งว่า

“…โครงการคลองลัดโพธิ์จะทำประโยชน์ได้อย่างมหัศจรรย์ มีพลังงานมหาศาลจะใช้เป็นพลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลอง ทำประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วยหรือไม่…”

 

 

สู่การผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนทั่วประเทศ

กรมชลประทานจึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ ด้านไฟฟ้าพลังน้ำ และต่อมาได้ออกแบบกังหันพลังน้ำต้นแบบผลิตกระแสไฟฟ้าตามแนวพระราชดำริ เพื่อนำพลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองลัดโพธิ์ มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้สำเร็จ

ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกสิทธิบัตรการประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ เลขที่ 29162 และสิทธิบัตรการประดิษฐ์โครงสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ เลขที่ 29163 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553

โดยได้พระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อสิ่งประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์และชุดสำเร็จเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ว่า “อุทกพลวัต” มีความหมายว่า กังหันผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำไหล

“ไฟฟ้าที่ได้จากตรงนี้ เป็นไฟฟ้าสำรองที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำไปใช้หมุนเวียนทั่วทั้งประเทศ นับเป็นการสร้างความมั่นคงทางไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง” รองอธิบดีกล่าวเสริม

จากพระราชดำรินำมาซึ่งการแก้ปัญหาที่ช่วยให้ชีวิตประชาชนพื้นที่สองฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในฤดูน้ำหลากมักจะประสบปัญหาความเดือดร้อนเสียหายอยู่เป็นประจำ โดยนับตั้งแต่ปี 2549-2561 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้ โดยปีที่ระบายน้ำมากที่สุด คือปี 2554 ซึ่งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ สามารถระบายน้ำได้ถึง 5,774 ล้าน ลบ.ม. รองลงมาคือ ปี 2560 ระบายน้ำได้ 3,060 ล้าน ลบ.ม. และปี 2549 ระบายน้ำ 1,939 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับปี 2561 กรมชลประทานเริ่มเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยระบายน้ำตลอดเดือนกันยายนได้ 410.38 ล้าน ลบ.ม.

 

ในพระทัยทรงห่วงพสกนิกร

สำหรับ รองอธิบดีเฉลิมเกียรติ ได้เคยเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่บ่อยครั้ง ได้กราบพระบาท นับเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต และทุกครั้งที่เข้าเฝ้าฯ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติ

“ก่อนที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย พระองค์เสด็จฯไปเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งผมเข้าเฝ้าฯถวายรายงาน สิ่งที่พระองค์รับสั่งกับผมคือ ให้ดูแลชาวบ้านให้ดี อย่าให้น้ำท่วมอีก และยังทรงกำชับให้ผมไปดูประตูน้ำราชประชานุเคราะห์ที่อยู่ริมทะเลของเพชรบุรีว่า ให้ไปดูประตูน้ำให้ดี”

“ในพระทัยของพระองค์มีแต่ความเป็นห่วงพสกนิกร” นายเฉลิมเกียรติย้ำ

หรือเมื่อครั้งเป็นข้าราชการซี 5 เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานการดำเนินงานของกรมชลประทาน รองอธิบดีย้อนเล่าว่า “ตื่นเต้นมาก ต้องซ้อมอยู่หลายครั้ง และเมื่อถวายรายงานเสร็จ พระองค์ทรงพระเมตตาสอนถึงการดำเนินงานให้กับผมว่า โครงการนี้ทำขึ้นเพราะอะไร ถ้าฝนตกหนัก เส้นทางน้ำต้องผ่านทางนี้ และทำตรงนี้เพื่ออะไร”

ซึ่งรองอธิบดีบอกว่า เป็นความทรงจำที่ไม่เคยลืม และหลังจากนั้นก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯอีกหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะเห็นแต่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานอยู่เสมอ และทรงห่วงประชาชนไม่เสื่อมคลาย

ในฐานะข้าราชการของแผ่นดิน รองอธิบดีตั้งใจน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสานต่อให้ยั่งยืนสืบไป

“เมื่อปี 2546 จากเหตุการณ์น้ำท่วม จ.เพชรบุรี พระองค์รับสั่งว่าคลองส่งน้ำต้องระบายน้ำได้ด้วย ไม่ใช่ส่งน้ำอย่างเดียว ต้องทำแบบ 2 อิน 1”

จากพระราชดำรินี้ ส่งผลให้กรมชลประทานได้วางระบบขยายคลองส่งน้ำ เป็นคลองระบายน้ำได้ด้วย

“พระองค์รับสั่งเมื่อปี 2546 เราเพิ่งมาทำจริงจังได้ 2 ปี ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ช่วยบรรเทาน้ำท่วมเมื่อปี 2559 ได้ นับเป็นพระอัจฉริยภาพที่เพียงทอดพระเนตรไม่นาน ก็มีรับสั่งได้ว่า อันนี้ต้องทำแบบนี้”

จากพระราชดำริต่างๆ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อกรมชลประทาน นายเฉลิมเกียรติกล่าวว่า กรมชลประทานน้อมนำมาปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ดั่งพระราชปณิธานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9

ซึ่งในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินเปิดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” และจะทรงจักรยาน ในพิธีเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ในเส้นทางประวัติศาสตร์ ผ่านสายน้ำคูคลองสำคัญต่างๆ อาทิ คลองมหานาค คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลักของกรุงรัตนโกสินทร์ ไปยังคลองลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการบริหารจัดการน้ำ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมระยะทางไป-กลับ 39 กิโลเมตร

กล่าวได้ว่า “สายน้ำ คือ ชีวิต” ที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน และพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการคมนาคมขนส่ง การป้องกันตัวเมืองด้านยุทธศาสตร์ การเกษตร การระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง รวมถึงการอุปโภคบริโภค

  • รัชกาลที่ 1 มีการขุดคลองขึ้นหลายคลอง ทั้งคลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู คลองหลอด และคลองมหานาค,
  • รัชกาลที่ 2 ขุดคลองลัดหลวง
  • รัชกาลที่ 3 ขุดคลองแสนแสบ คลองพระโขนง คลองสุนัขหอน
  • รัชกาลที่ 4 คลองผดุงกรุงเกษม, คลองหัวลำโพง, คลองสีลม, คลองเจดีย์บูชา, คลองมหาสวัสดิ์, คลองภาษีเจริญ, คลองดำเนินสะดวก
  • รัชกาลที่ 5 คลองเปรมประชากร, คลองนครเนื่องเขตร, คลองประเวศบุรีรมย์, คลองทวีวัฒนา, คลองนภาภิรมย์, คลองเปร็ง, คลองหลวงแพ่ง, คลองอุดมชลจร, คลองรังสิตประยุรศักดิ์, คลองพระราชาภิมล, คลองพระยาบรรลือ, คลองสาทร, คลองประปา

“จะเห็นได้ว่าสายน้ำและคลองต่างๆ เกิดขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำให้มีคลองลัดโพธิ์เกิดขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันอุทกภัยได้ และพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงตั้งใจสานต่อ ในการขุดลอกคูคลองต่างๆ อย่างคลองเปรมประชากร ที่ทรงมีพระราชดำริให้จิตอาสาทำการเก็บขยะขุดลอกคลอง และเมื่อความสะอาดมาเยือน สิ่งดีๆ ก็ตามมา คุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของประชาชนดีขึ้นอย่างชัดเจน” นายเฉลิมเกียรติกล่าว

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์มีต่อปวงชนชาวไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...