โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รู้จัก “ตั๊กแตนไผ่” ศัตรูพืชตัวร้าย ทำลาย ไผ่-ข้าว-ข้าวโพด-พืชตระกูลปาล์ม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 06 ก.ย 2567 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2561 เวลา 03.42 น.

“ตั๊กแตนไผ่” เป็นแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นตัวร้ายที่ทำลายพืชได้หลากหลายชนิด อาทิ ไผ่ – ข้าว – ข้าวโพด -พืชตระกูลปาล์ม แมลงชนิดนี้ คนไทยไม่ค่อยรู้จักแต่ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ทำให้แมลงศัตรูพืชสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี และแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น หากตั๊กแตนไผ่หลุดเข้ามาในพื้นที่การเกษตรของไทยก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง จึงอยากนำเรื่องราวตั๊กแตนไผ่มาบอกเล่าให้เกษตรกรไทยได้รู้จักและเข้าใจธรรมชาติของตั๊กแตนไผ่กันไว้สักหน่อยเพื่อจะได้ช่วยกันติดตามเฝ้าระวัง หากใครพบตั๊กแตนไผ่ในแปลงเพาะปลูก จะได้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เข้ามาดำเนินการควบคุม และหาแนวทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

วงจรชีวิต ตั๊กแตนไผ่

ตั๊กแตนไผ่ (Yellow-spined bamboo locust) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ceracris kiangsu วงศ์ : Acrididae อันดับ : Orthoptera ตั๊กแตนไผ่ มีวงจรชีวิตแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะวางไข่ใต้ผิวดิน ในช่วงเดือน ม.ค.- เม.ย. ระยะตัวอ่อน (46-69 วัน) ในช่วงเดือน พ.ค.- ก.ค. ระยะตัวเต็มวัย (40 วัน) ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. และระยะไข่ในช่วงเดือน ต.ค.- ธ.ค. มีรายงานว่า พบแมลงชนิดนี้วางไข่จำนวนมากใต้ผิวดิน ไข่ของตั๊กแตนไผ่จะฟักในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง โดยมีอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส ตัวเต็มวัยของตั๊กแตนไผ่ ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีการแพร่กระจายเป็นกลุ่มตัวอ่อนในระยะสุดท้ายเริ่มมีการอพยพเคลื่อนย้ายเป็นกลุ่มใหญ่

ลักษณะการทำลาย

ตั๊กแตนไผ่ สร้างความเสียหายให้แก่พืชกลุ่มไผ่ และพืชเกษตร อาทิ พืชตระกูลหญ้า ข้าว และข้าวโพด และยังพบว่าสามารถเข้าทำลายพืชตระกูลปาล์ม และพืชล้มลุกบางชนิด โดยระยะตัวเต็มวัยเป็นระยะที่สร้างความเสียหายได้กว้างขวางและรุนแรงที่สุด

การแพร่ระบาด

พบการแพร่ระบาดของตั๊กแตนไผ่ครั้งแรกเมื่อ ปี 2472 ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในพื้นที่มณฑลเสฉวน หูเป่ย เกียงสู หูหนาน เกียงสี ฝูเจียน และกวางตุ้ง ในช่วง ปี 2478-2489 เกิดการระบาดสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในจีนหลายครั้งทำลายทั้งไผ่ ข้าวโพด และข้าว

ในปี 2557 พบการระบาดของตั๊กแตนไผ่ครั้งแรกที่แขวงหัวพัน ของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับประเทศเวียดนาม ต่อมาปี 2558 พบการระบาดเพิ่มขึ้นที่แขวงพงสาลี ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับจีน โดย สปป.ลาว ได้ขอความช่วยเหลือจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ เอฟเอโอ (FAO) ให้เข้ามาช่วยควบคุมการระบาดของตั๊กแตนไผ่ แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากพื้นที่การระบาดของตั๊กแตนไผ่มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าและภูเขาสูงชัน ทำให้ไม่สามารถกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปี 2559 ตั๊กแตนไผ่ ได้แพร่ระบาดรุนแรงขึ้นอีกครั้งในแขวงหลวงพระบาง ของ สปป.ลาว ซึ่งขยับเข้ามาใกล้ประเทศไทยมากขึ้น

เฝ้าระวังการแพร่ระบาด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และข้าวโพด ในเขตภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และจังหวัดเลย เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การระบาดของตั๊กแตนไผ่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างต่อเนื่อง เพราะตั๊กแตนไผ่อาจแพร่ระบาดเข้ามาและสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทยได้

ด้าน กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานอารักขาพืชแห่งชาติ (National Plant Protection Organization) และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ IPPC จึงได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังตั๊กแตนไผ่อย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่า ศัตรูพืชชนิดดังกล่าวจะเล็ดลอดเข้ามาแพร่ระบาดสร้างความเสียหายภายในประเทศ

เนื่องจากเคยมีรายงานพบตั๊กแตนไผ่ในประเทศไทย เมื่อปี 2506 โดยเก็บตัวอย่างได้จากไผ่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และปี 2518 พบที่จังหวัดเชียงใหม่และสุรินทร์ แต่ไม่เคยมีการระบาดในไทย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยนับว่า โชคดีที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแมลงชนิดนี้ เพราะตั๊กแตนไผ่มักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 300-400 เมตร บางครั้งพบในพื้นที่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 780 เมตร และตัวเต็มวัยของตั๊กแตนไผ่ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็นด้วย

ที่ผ่านมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ได้รายงานการแพร่ระบาดของตั๊กแตนไผ่ เข้าทำลายพืชเศรษฐกิจและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง อาทิ ข้าวโพด และข้าวไร่ ในพื้นที่แขวงหลวงพระบาง ซึ่งอยู่ห่างจากประเทศไทยเพียง 114 กิโลเมตร จึงประสานจังหวัดน่าน พะเยา และเชียงราย เพื่อสร้างความร่วมมือในการติดตามเฝ้าระวังตั๊กแตนไผ่ในพื้นที่จุดเสี่ยงที่ตั๊กแตนไผ่มีโอกาสเข้ามาแพร่ระบาดสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรไทยได้

กรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 เกาะติดสถานการณ์และเฝ้าระวังตั๊กแตนไผ่อย่างใกล้ชิด โดยให้เร่งจัดทำและวางกับดักเหยื่อพิษ (Mass Trapping) ระยะห่างทุก 200 เมตร ตลอดแนวชายแดนไทย-ลาวเพื่อตรวจเช็คว่ามีตั๊กแตนไผ่เข้ามาในประเทศหรือไม่ จะทำให้ได้ข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนรับมือล่วงหน้าและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตร ได้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตั๊กแตนไผ่ให้เกษตรกรและองค์กรปกครองท้องถิ่นในจังหวัดเชียงราย พะเยา และน่าน และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในพื้นที่ เพื่อช่วยกันติดตามเฝ้าระวังตั๊กแตนไผ่ เพื่อจะได้ควบคุมและจำกัดพื้นที่ระบาดโดยดำเนินการกำจัดในวงรัศมี 10 กิโลเมตร ก่อนที่ตั๊กแตนไผ่จะผสมพันธุ์ วางไข่และแพร่ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก “ตั๊กแตนไผ่” ศัตรูพืชตัวร้าย ทำลาย ไผ่-ข้าว-ข้าวโพด-พืชตระกูลปาล์ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...