โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

ใครชอบแบบมากกว่ากัน? ต้มยำน้ำข้น VS ต้มยำน้ำใส

EDTguide

อัพเดต 21 ส.ค. 2564 เวลา 21.30 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 21.30 น.

"ต้มยำ" อาหารไทยยอดฮิต รสชาติแซ่บถึงใจ ชาวต่างชาติก็นิยมไม่ใช่น้อย เป็นเมนูอาหารที่ครบรส ทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวานเล็กน้อย และใส่สมุนไพร ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เรียกได้ว่าดีต่อสุขภาพ ซึ่งต้มยำจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

ต้มยำน้ำใส

ต้มยำน้ำใส ต้นตำรับของต้มยำ อาหารไทยในสมัยก่อนนั้นจะไม่ใส่นมหรือกะทิ และจะปรุงกันอย่างง่าย ๆ ไม่มีเครื่องปรุงอะไรมากมายนัก ถ้าเป็นทางภาคอีสานก็จะต้องเป็นต้มแซ่บที่ใส่พริกแห้ง และข้าวคั่วลงไปในหม้อต้มนั้นด้วย จะเป็นอารมณ์นั้นเลย

ต้มยำน้ำใสจะมีส่วนประกอบหลัก ๆ คือ เนื้อสัตว์ เช่น กบ ปลาช่อน ไก่บ้าน ฯลฯ และจะมีเครื่องเทศหลัก ๆ คือ ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกทั้งสดและแห้ง ข่า เป็นต้น ซึ่งส่วนประกอบที่ได้มานั้นเป็นทั้งเครื่องเทศที่ช่วยในการชูรส ชูกลิ่นของต้มยำน้ำใส แล้วก็ยังเป็นสมุนไพรอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเมนูสุขภาพอีก 1 เมนูก็ยังได้เลยนะ

ต้มยำน้ำข้น

ต้มยำน้ำข้น เป็นต้มยำที่หลายคนชอบกิน เคยชิน และเป็นที่นิยมในวงกว้างด้วย และยังเป็นเมนูที่สร้างชื่อเสียงให้กับอาหารไทยโด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย

สำหรับที่มาที่ไปของการใส่นมในต้มยำ กลายเป็นต้มยำน้ำข้น เริ่มในสมัยรัชกาลที่ 6 ช่วงที่ท่านเสด็จประพาสไปเสวยเหลาแถวสามย่าน สมัยนั้นมีเสหลาของคนจีนเข้ามาใหม่ร้านหนึ่ง เหลาแห่งนั้นทำต้มยำกุ้งใส่นมเป็นน้ำข้น ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ต้มยำกุ้งดั้งเดิม แบบดั้งเดิมคือต้มยำน้ำใส

และคงเป็นเพราะนมหรือกะทิที่มีการใส่ลงไปในต้มยำ จนทำให้ต้มยำน้ำข้นนั้นคล้ายคลึงกับซุปของชาวต่างชาติที่นิยมใส่นม หรือใส่ครีมลงไป เลยทำให้ต้มยำกุ้งน้ำข้นของไทยเราโด่งดังไปทั่วโลก ถูกปากชาวต่างชาติไม่น้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...