NERแจกปันผล6สตางค์ ปี64ชูรายได้เกิน2หมื่นล.
ทันหุ้น – NER ไฟเขียวควัก 96.88 ล้านบาท จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.06 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 7 มกราคม จ่ายวันที่ 20 มกราคม 2564 มั่นใจปี 2563 เติบโตตามเป้า 1.7 หมื่นล้านบาท ด้านปี 2564ตั้งเป้ารายได้ 2.2 หมื่นล้านบาท เผยลูกค้ารายใหญ่ในประเทศสั่งออเดอร์เพิ่ม ดันกำลังการผลิตเต็ม 100%
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า มติคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) อนุมัติการจ่ายเงินปันระหว่างกาลงวด 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.63) ในอัตรา 0.06 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 7 มกราคม 2564วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) 8มกราคม 2564 และจ่ายปันผลวันที่ 20มกราคม 2564 คิดเป็นเงิน 96,880,734.36 บาท
*ลูกค้ารายใหญ่ออเดอร์เพิ่ม
สำหรับผลประกอบการในปี 2563 บริษัทคาดว่ารายได้จะสามารถโตตามเป้าที่วางไว้ที่ 17,000 ล้านบาท จากโรงงานผลิตเดิมและโรงงานแห่งใหม่ สามารถผลิตได้เป็นไปตามแผน อีกทั้งยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ในประเทศเพิ่มขึ้น จนทำให้ปัจจุบันกำลังการผลิตของบริษัทเกือบเต็ม 100 % แล้ว นอกจากนี้บริษัทยังคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรได้ดีจากการป้องกันความเสี่ยงของราคายางที่ผันผวนด้วยวิธี matching order โดยเมื่อมีคำสั่งซื้อจะสต็อกยางไว้ส่งมอบด้วยราคาที่ตกลงกันในเวลานั้น ไม่ได้เป็นการรับคำสั่งซื้อมาก่อนแล้วค่อยหาสินค้ามาส่งมอบภายหลังซึ่งราคาอาจจะไม่เท่าเดิม
ด้านเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมในปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 22,000ล้านบาท โดยมองว่าความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมยังดีต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยหนุนหลายด้าน ส่วนปริมาณการขายคาดว่าจะสามารถทำยอดขายยางพาราอยู่ที่ 410,000 ตัน จากกำลังการผลิตทั้งหมด 465,000 ตัน
*รับอานิสงส์จีนย้านฐานผลิต
นอกจากนี้ราคาขายเฉลี่ยในปี 2564 จะสูงกว่าปี 2563ค่อนข้างมาก เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อของผู้ซื้อยาง ด้านสัดส่วนของยอดขายในปี 2564ทางบริษัทยังวางนโยบายการจำหน่ายสินค้าในประเทศและต่างประเทศเป็น 50:50ซึ่งมองว่าเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมของลูกค้าในประเทศที่มีการเพิ่มกำลังการผลิตจากการย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนย้ายมาตั้งโรงงานอยู่ที่ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และลูกค้าต่างประเทศที่มีความต้องการใช้ยางธรรมชาติอยู่ แต่ปริมาณของผู้ส่งออกยางธรรมชาติในประเทศไทยมีปริมาณลดลง
*ทุ่ม 240 ล.ซื้อเครื่องจักร
พร้อมกันนี้ในปี 2564 บริษัทยังมีแผนการลงทุนเครื่องจักรแผ่นรองพื้นในคอกของปศุสัตว์ ที่ได้มีการพัฒนาสูตรร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ประมาณ 240 ล้านบาท โดยจะติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2/2564 และเริ่มจำหน่ายได้ในช่วงไตรมาส 3/2564 ทำให้ปี 2564 จะมีรายได้จากส่วนนี้เข้ามาเสริม ซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นทุนในระดับสูง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจดสิทธิบัตรด้านรูปลักษณ์ ส่วนในเรื่องของประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐาน และมีความต้องการจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง