โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยหลานทำเรื่องแดง! ตา-ยายลุ้นดีเอ็นเออย่าตรง สตรีแห่งขุนเขา น้องเล่าเรื่องประหลาด ที่พี่มาเข้าฝัน

Khaosod

อัพเดต 26 ม.ค. 2562 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2562 เวลา 15.58 น.

สตรีแห่งขุนเขา : ตา-ยายลุ้นดีเอ็นเออย่าตรง น้องเล่าเรื่องประหลาด ที่พี่มาเข้าฝัน

สตรีแห่งขุนเขา – จากกรณี นางจูมศรี สีกันยา อายุ 72 ปี ชาว ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ร้องขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดตามหา นางลำดวน อาร์มิเทจ อายุ 51 ปี ลูกสาวซึ่งแต่งงานกับชายชาวอังกฤษ และย้ายไปอยู่ที่อังกฤษ แต่ขาดการติดต่อ 14 ปี ต่อมาได้มีนักเดินเขาไปพบศพหญิงถูกทิ้งบนภูเขาอุทยานแห่งชาติยอร์กเชีย ตำรวจสันนิษฐานว่า หลงทางและหนาวตายเมื่อ 14 ปีก่อน เชื่อว่าอาจจะเป็น นางลำดวน ก็เป็นได้ ขณะที่กระทรวงยุติธรรม เตรียมเก็บดีเอ็นเอของทั้ง 2 คน ไปเปรียบเทียบกับศพที่พบดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านกำลังสร้างใหม่ กลางทุ่งนาในเนื้อที่ 10 ไร่ หลังวัดโพนสว่าง บ้านโคก หมู่ 4 ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ของนางจูมศรี กับนายบัวสา สีกันยา อายุ 72 ปี และน.ส.มลฤดี สีกันยา อายุ 39 ปี พ่อแม่และน้องสาว ของ นางลำดวน

นางจูมศรี เปิดเผยว่า วันนี้ตนพร้อมสามีและลูกสาวคนเล็ก มาช่วยกันตรวจดูบ้านที่สร้างใหม่ ที่ดังกล่าวซึ่งลูกสาวคนที่ 4 ที่ทำงานนวดแผนโบราณอยู่ที่ จ.ภูเก็ต แล้วได้นำลูกชายมาให้เลี้ยงให้และนำเงินมาซื้อที่นาไว้ให้ในเนื้อที่ 10 ไร่ ราคา 5 แสนบาท ซึ่งตนก็ได้บริจาคที่ส่วนหนึ่งบริเวณรอบๆ ให้หมู่บ้านได้ใช้ทำถนนสาธารณะ เพื่อให้เพื่อนบ้านได้สัญจรไปมาได้สะดวก

นางจูมศรี กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2547 นางลำดวน ลูกสาวได้นำลูกชายชื่อจอร์จ และลูกสาวชื่อ สลีนา ที่เกิดจากสามีชาวอังกฤษและสามีมาเยี่ยมตน ซึ่งสามีพยายามที่จะบังคับให้ลูกสาวขายที่ดินที่เป็นมรดกของปู่ย่าตายาย เป็นบ้านที่อุดร จำนวน 2 งาน แต่สามีตนไม่ยอม จากนั้นลูกสาวก็กลับไปอังกฤษ จากนั้นอีก 1 เดือนเศษ ลูกสาวก็โทรมาบอกแม่ว่าสามีไม่ยอมให้เงินใช้ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ และต่อมาในปี 2559 จอร์จ ได้เดินทางมาตามหาแม่ที่บ้าน ตนก็บอกว่าก็เดินทางไปด้วยกันไม่ใช่หรือ

จอร์จก็บอกว่า เคยถามพ่อ ซึ่งก็บอกว่าแม่กลับมาแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่อยู่บ้านยายที่อุดร เขาจึงได้เดินทางมาหาเพื่อพาแม่ไปร่วมงานแต่งงานของเขากับแฟนชาวจีนที่ประเทศจีน ก็พบว่าพ่อโกหก จึงโทร.ไปหาปู่ที่ประเทศอังกฤษก็บอกไม่เห็นมานานแล้วและก็ไม่ได้มาอาศัยอยู่ด้วย จึงได้เดินกลับไปอังกฤษเพื่อตามหาแม่ ทำให้ตนตกใจมากที่ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ จึงได้ติดต่อไปทุกหน่วยงานเพื่อให้หาลูกสาวให้ จนสุดท้ายก็ได้มีหลานที่ไปอยู่ที่อังกฤษได้ติดต่อประสานงานให้

นางจูมศรี กล่าวต่อไปว่า จากรูปสเกตช์ที่เจ้าหน้าที่ได้นำมาให้ดูแล้ว ว่าตามธรรมดานั้นนางลำดวน จะมีหน้าตาเหมือนกับ น.ส.มลฤดี ลูกสาวคนเล็กมากที่สุดในพี่น้องทั้ง 6 คน ที่เป็นชาย 2 หญิง 4 คน และเมื่อดูในภาพนั้นแล้วจะเห็นว่าที่มีเค้าจะเหมือนลูกสาวอยู่บ้างตรงส่วนที่เป็นแก้มและคาง แต่ส่วนบนตั้งแต่หน้าผากขึ้นไปไม่เหมือนเลย ตอนนี้หลานที่อยู่ที่อังกฤษก็โทรมาถาม ซึ่งตนก็นอนไม่หลับ ในวันพรุ่งนี้ก็ได้มีเจ้าหน้าที่จากทางจังหวัดแจ้งมาว่า จะเข้ามาตรวจดีเอ็นของตน

สตรีแห่งขุนเขา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพูดจบ นางจูมศรี และนายบัวสา ก็ยกมือขึ้นมากล่าวคำอธิษฐานว่า ขอบอกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งในหมู่บ้านและทุกแห่งในอุดรธานี ขอให้ผลตรวจดีเอ็นเอของตนทั้ง 2 ไม่ให้ตรงกับศพของหญิงนิรนาม เพราะอยากให้ลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ และอยากให้กลับมาหาที่ประเทศไทย เพราะยังรักและคิดถึงลูกอยู่ตลอดเวลา

ขณะที่ น.ส.มลฤดี กล่าวว่า ตามความรู้สึกของครอบครัวทั้งพ่อแม่ละตนก็พากันคิดว่าพี่สาวของตนยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตนได้ฝันเห็นอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ไปทำบุญให้พี่ลำดวน ที่ครอบครัวตนทำอยู่เป็นประจำกับวัดธรรมยุติ หลังทำบุญทุกครั้งก็ฝันว่าพี่สาวมาเข้าฝันพร้อมกับเพื่อนผู้ชายร่างใหญ่อีก 2 คน ว่าขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ได้ตาย ตนคิดว่าเรามีจิตผูกพันกันของพี่กับน้อง คิดว่าพี่สาวยังมีชีวิตอยู่ ยังเดินได้ปกติไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลย เขายังแข็งแรงยังทำงานอยู่ฟาร์มวัวแห่งหนึ่ง

ตนฝันเห็นพี่สาวล่าสุดเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หลังทำบุญผ้าป่าซื้อเครื่องสูบน้ำให้วัด ในฝันตนถามพี่สาวว่า แม่ได้ทำบุญหลายครั้งทำไมพี่จึงไม่มา พี่สาวตนก็พูดว่าไม่ต้องพูดพี่รู้ พี่อยากมาแต่มาไม่ได้ แล้วเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า เขายังไม่ตาย ตัวของพี่ลำดวน ก็เคยบอกตนว่าเขายังไม่ตายยังมีชีวิตอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...