โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] Kursk คูร์ส หนีตายโคตรนรกรัสเซีย – เล่าโศกนาฏกรรมแต่ไร้อารมณ์ร่วม

BT Beartai

อัพเดต 10 ม.ค. 2562 เวลา 21.03 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 21.03 น.
[รีวิว] Kursk คูร์ส หนีตายโคตรนรกรัสเซีย – เล่าโศกนาฏกรรมแต่ไร้อารมณ์ร่วม

หนังเรือดำน้ำไม่ใช่ของแปลกใหม่แต่อย่างใด เราเคยผ่านตาทั้งหนังเรือดำน้ำในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตำนานทั้ง Das Boot (1981) และ U571 (2000) หนังเรือดำน้ำยึดที่กัปตันยึดอำนาจกันเองในช่วงสงครามอ่าวอย่าง Crimson Tide (1995) หรือกระทั่งหนังแอ็คชั่นเรือดำน้ำดูเอามันที่เพิ่งผ่านตาเราไปไม่นานอย่าง Hunter Killer (2018) แต่ความน่าสนใจของ Kursk คงหนีไม่พ้นการหยิบเอาข่าวเรือดำน้ำอัปปางเมื่อปี 2000 มาสร้างเป็นภาพยนตร์

หลังเกิดเหตุระเบิดไม่คาดฝันขึ้น จนเรือ K-141 หรือ คูร์ส ดำดิ่งสู่ก้นทะเลแบเร็นตส์ ทำให้ มิคฮาอิล (แมตไธอัส สโกเอนนาเอิร์ธส์) ต้องหาทางรอดให้กับตนเองและเหล่าทหารเรือที่ติดอยู่ในเรือดำน้ำอัปปาง ในขณะเดียวกัน เดวิด รัสเซล (โคลิน เฟิร์ธ) ผู้การแห่งราชนาวีอังกฤษก็ต้องฝ่าฟันเกมการเมืองของรัสเซียจนเป็นอุปสรรคต่อการให้ความช่วยเหลือลูกเรือคูร์สที่ความหวังดูจะริบหรี่ลงทุกที แล้วมิคฮาอิลจะได้กลับไปพบทานย่า (ลีอา เซย์ดูซ์) ภรรยาสุดที่รักและลูกชายหรือไม่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

จุดกำเนิดของ Kursk คือข่าวเรือดำน้ำอัปปางสุดวิปโยคเมื่อปี 2000 ที่มีส่วนโยงใยถึงการเมืองรัสเซียที่ในขณะนั้นพยายามอย่างถึงขีดสุดในการปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศและความลับที่ไม่ต้องการให้ต่างชาติล่วงรู้จนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น โดยหนังเป็นผลงานของป๊าดันอย่าง ลุค เบซง ที่ขอผลักให้ โธมัส วินเทอร์เบิร์ก ผู้กำกับหนุ่มชาวเดนมาร์กมากุมบังเหียนหนังเรือดำน้ำที่สร้างจากโศกนาฏกรรมร่วมสมัย ซึ่งไอเดียของ วินเทอร์เบิร์กในการถ่ายหนังแบบ 2 อัตราส่วนโดยให้ซีนบนบกที่รัสเซียตอนต้นเรื่องและท้ายเรื่องเป็นภาพอัตราส่วนแบบ 4:3 เพื่อให้เห็นความใกล้ชิดของครอบครัว และฉากส่วนใหญ่ตั้งแต่ตอนออกเรือจนเผชิญวิกฤติให้เป็น 2.35:1 จอกว้างเพื่อให้เห็นถึงความเวิ้งว้างของใต้ทะเลก็ดูน่าสนใจดี แต่ปัญหาของหนังจริงๆกลับอยู่ที่บทหนังของ โรเบิร์ต โรดาร์ต ที่ให้รายละเอียดตัวละครไม่ลึกพอและยิ่งเล่าหลายประเด็นคนดูก็ยิ่งเอาใจออกห่างเหล่าทหารเรือที่กำลังประสบภัยออกไปทุกทีจนแทบไม่เหลืออารมณ์ร่วมเท่าใดนัก

ซึ่งแผลใหญ่สุดของหนังเห็นจะเป็นการโยงหลายเหตุการณ์มากเกินไปทั้งครอบครัวของเหล่าทหารเรือที่พยายามไปขอความกระจ่างถึงชะตากรรมของสามี หรือเรื่องการเมืองที่หนังดูจะให้ภาพอังกฤษเป็นพระเอกที่พยายามทำทุกทางที่จะรักษาชีวิตของทหารรัสเซียทั้งทึ่รัฐบาลเองกลับไม่เหลียวแลเท่าใดนัก จนสองเหตุการณ์ข้างต้นค่อยๆแย่งความสนใจหลักเราไปจากการเอาใจช่วยเหล่าทหารเรือที่ติดในเรือดำน้ำอัปปาง ซึ่งส่วนที่เป็นผลต่อเนื่องกันคือช่องโหว่หลายอย่างในบทหนังทั้งการไม่ปูพื้นตัวละครมากพอโดยเฉพาะ ผู้การเดวิด รัสเซล ที่นอกจากการอยู่ดีๆไปจับคลื่นโซนาร์ของเรือดำน้ำได้แล้ว หนังก็แทบไม่มีฉากที่ทำให้เราเชื่อได้ว่าอยู่ดีๆผู้การราชนาวีอังกฤษจะไปอยากช่วยเหลือทหารเรือรัสเซียทำไมทั้งเหตุผลด้านการเมืองหรือศีลธรรมก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังให้เวลาเราน้อยมากในการทำความรู้จักเหล่าทหารเรือ แม้ว่าหนังแทบจะลอกการเปิดเรื่องมาจาก The Deer Hunter (1978) ด้วยการสร้างฉากงานแต่งเพื่อปูพื้นความเป็นพี่เป็นน้องในหมู่ทหารเรือรัสเซียก็ตาม แต่กลับไม่ทำให้เราลึกซึ้งในสายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ดูจริงใจจนอยากเอาใจช่วยเท่าใดนัก

และแม้หน้าหนังจะพยายามปั้นด้วยดาราดังทั้ง โคลิน เฟิร์ธ หรือ ลีอา เซย์ดูซ์ แต่เอาเข้าจริงบททั้ง 2 นี่เอาใครเล่นก็ได้โดยเฉพาะบทผู้การรัสเซลที่แทบจะกลายเป็นตัวประกอบในทุกฉาก หรือ ลีอา เซย์ดูซ์ ที่เพิ่มน้ำหนักเล่นเป็นคนท้องก็ดันให้เวลาปูความสัมพันธ์น้อยเหลือเกินจนเราแทบจับอะไรเธอไม่ได้เลย ยิ่งหนังดำเนินเรื่องอย่างสะเปะสะปะ และนานเกินเหตุกว่าเครื่องจะติดก็ทำให้ Kursk กลายเป็นหนังที่ดูผิดฟอร์มไปหมดจะระทึกก็ไม่ จะดราม่าก็อ่อนจนกลายเป็นหนังเรือดำน้ำที่ไม่ได้สนองความบันเทิงเท่าใดนัก

ตีตั๋วดำดิ่งไปกับโศกนาฏกรรมจากเรื่องจริงคลิกเลย

 

 

 

แชร์โพสนี้

[รีวิว] Kursk คูร์ส หนีตายโคตรนรกรัสเซีย – เล่าโศกนาฏกรรมแต่ไร้อารมณ์ร่วม
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...