โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดันสุดลิ่มสนามบินนครปฐม ยักษ์ธุรกิจรุมสัมปทาน30ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ธ.ค. 2562 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2562 เวลา 02.06 น.

“ถาวร” ดันสนามบินใหม่นครปฐม 2.5 หมื่นล้าน รับไพรเวตเจ็ต ลดแออัดสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง เปิดเอกชนร่วม PPP ลงทุน 2 หมื่นล้าน แลกสัมปทาน 30 ปี เปิดซาวเสียง 120 บริษัท อิตาเลียนไทย แอร์เอเชีย คิง เพาเวอร์ อิโตชู สนใจ กลางปีหน้าชง ครม.อนุมัติ

กระแสการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมได้รับการผลักดันอีกครั้ง ล่าสุด กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้เปิดทดสอบความสนใจของเอกชน (market sounding) เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2562 พร้อมเปิดทางให้เอกชนร่วมลงทุน แลกกับการรับสัมปทานบริหารโครงการเป็นเวลา 30 ปี เนื่องจากโครงการดังกล่าวต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก

เล็ง 2 จุดสนามบินใหม่

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังได้ข้อสรุปที่ตั้งสร้างสนามบินนครปฐมในพื้นที่ 2 อำเภอของ จ.นครปฐม ได้แก่ อ.บางเลน ต.บางระกำ ต.ลำพญา และ อ.นครชัยศรี ต.บางแก้วฟ้า ต.บางพระ ต.วัดละมุด จำนวน 3,500 ไร่ คาดใช้เงินลงทุน 25,195.36 ล้านบาท ถ้าจะให้โครงการพัฒนาเร็วขึ้นก็ต้องให้เอกชนลงทุน

ทั้งนี้ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองที่มีแนวโน้มแออัด รวมถึงรองรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ปัจจุบันมีมากถึง 2,000 เที่ยว/ปี ซึ่งเป็นที่มาของการศึกษาสร้างสนามบินใหม่ที่ จ.นครปฐม เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10 นาที และห่างจากมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี 5.3 กม.

“สนามบินนครปฐมจะรองรับกลุ่มเป้าหมายเป็นเครื่องบินส่วนตัว หรือไพรเวตเจ็ต เพราะปัจจุบันหาพื้นที่จอดยาก ซึ่งเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโต อาจมีเที่ยวบินเชิงพาณิชย์เข้ามาใช้บริการด้วย”

นายถาวรกล่าวอีกว่า รูปแบบจะสร้างในพื้นที่ 3,500 ไร่ มีทางวิ่งขนาด 45 x 2,500 เมตร ที่พักผู้โดยสาร 3 อาคาร พื้นที่ 115,740 ตร.ม. รับผู้โดยสารได้ 5,100 คน/ชั่วโมง จอดรถได้ 4,200 คัน สถานะโครงการอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดลอม (EIA) ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 2562

ปีหน้าชง ครม.อนุมัติ

“ผลศึกษาจะเสร็จเดือน ก.พ. 2563 จากนั้นจะขออนุมัติจากกระทรวงคมนาคม และเสนอคณะรัฐมนตรีกลางปีหน้า เพื่อดำเนินตามขั้นตอน เช่น ขออนุมัติรายงาน EIA ตามแผนจะเริ่มสร้างปี 2566 ใช้เวลา 3 ปี เปิดบริการปี 2569 มีผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 3.3 ล้านคน/ปี เที่ยวบิน 15,000 เที่ยว/ปี ผู้โดยสารธุรกิจ 10,000 คน/ปี เที่ยวบิน 3,500 เที่ยวบิน/ปี ปี 2589 จะมีผู้โดยสารพาณิชย์ 30 ล้านคน/ปี เที่ยวบิน 111,000 เที่ยวบิน/ปี ผู้โดยสารธุรกิจ 35,000 คน/ปี เที่ยวบิน 11,800 เที่ยวบิน/ปี”

แหล่งข่าวจาก ทย.เปิดเผยว่า พื้นที่ทั้งหมดจะเวนคืนจากเจ้าของที่ดิน 200-300 กว่าราย ประมาณ 400 แปลง ค่าเวนคืน 3,461.52 ล้านบาท ส่วนการลงทุนจะให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP Net Cost 33 ปี แบ่งเป็นก่อสร้าง 3 ปี และได้สัมปทานบริหาร 30 ปี

โดยมี 3 รูปแบบ คือ 1.รัฐลงทุนค่าที่ดิน 3,461.52 ล้านบาท เอกชนลงทุนก่อสร้างทั้งหมด 21,733.84 ล้านบาท โดยเอกชนจัดสรรรายได้ให้รัฐ 5% มี FIRR 11.71% เวลาคืนทุน 18.67 ปี 2.รัฐลงทุนที่ดิน งานระบบโครงสร้างพื้นฐาน ยกเว้นลานจอดเครื่องบิน 16,277.15 ล้านบาท เอกชนลงทุนอาคารที่พักผู้โดยสาร อาคารปฏิบัติการภาคพื้นดิน ลานจอดเครื่องบิน 8,918.21 ล้านบาท โดยเอกชนจัดสรรรายได้ให้รัฐ 50% มี FIRR 11.35% มีระยะคืนทุน 20.25 ปี และ 3.รัฐลงทุนที่ดิน งานระบบโครงสร้างพื้นฐาน งานอาคารที่พักผู้โดยสาร ลานจอดเครื่องบินพาณิชย์ 17,021.66 ล้านบาท เอกชนลงทุนอาคารผู้โดยสาร อาคารปฏิบัติการภาคพื้นดิน ลานจอดเครื่องบินธุรกิจ 8,173.70 ล้านบาท โดยเอกชนจัดสรรรายได้ให้ภาครัฐ 52% มี FIRR 11.47% ระยะเวลาคืนทุน 20.17 ปี

“ทั้ง 3 รูปแบบเป็นเพียงโมเดลเริ่มต้น สามารถปรับได้ เพราะการศึกษาโครงการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หลังรับฟังความคิดเห็นแล้ว รัฐจะต้องปรับให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

แหล่งข่าวกล่าวว่า โครงการสนามบินนครปฐมมีเนื้องานหลัก ๆ คือ1.งานสร้างทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน 2,368.15 ล้านบาท 2.งานระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 506.98 ล้านบาท 3.งานปรับปรุงดิน 3,290.16 ล้านบาท 4.งานอาคารผู้โดยสาร 6,512.37 ล้านบาท 5.อาคารปฏิบัติการภาคพื้นดิน 16 หลัง 1,472.99 ล้านบาท 6.อาคารจอดรถ 1,438.47 ล้านบาท และงานอื่น ๆ 6,144.72 ล้านบาท

แอร์เอเชีย-คิง เพาเวอร์สนใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า มีเอกชนร่วมสัมมนา 120 บริษัท เช่น ธุรกิจรับเหมา ธุรกิจการบิน และดิวตี้ฟรี อาทิ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บจ.คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น ผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ส่วนต่างประเทศ เช่น อิโตซู จากญี่ปุ่นตัวแทนของอิโตซูกล่าวว่า จากข้อมูลที่รับฟังยังไม่ครบถ้วนเท่าไหร่ ต้องขอกลับไปหารือกับบริษัทอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เช่นเดียวกับตัวแทนจากไทยแอร์เอเชียที่กล่าวสั้น ๆ ว่า “โครงการน่าสนใจ แต่ข้อมูลบางส่วนไม่ครบถ้วน อยากศึกษาให้รอบคอบ เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง ๆ”

ส่วนบรรยากาศในงาน เอกชนจะสอบถามถึงจุดที่ตั้งใกล้กับสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออกจะเป็นการแข่งขันกันหรือไม่ และคำนวณฐานผู้โดยสารจากสนามบินอู่ตะเภาหรือยัง ซึ่งทางทีมที่ปรึกษาตอบว่า “ไม่เป็นการแข่งขันกัน เพราะกลุ่มเป้าหมายของสนามบินนครปฐมเน้นผู้โดยสารไพรเวตเจ็ตและเชิงพาณิชย์บางส่วนเท่านั้น ส่วนอู่ตะเภามีกลุ่มเป้าหมายกว้างกว่า โดยคำนวณเทียบเคียงกับฐานผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภาแล้ว”

และมีเอกชนบางส่วนถามถึงรูปแบบการลงทุนโดยเฉพาะสัดส่วนผู้ร่วมทุน เช่น นิติบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 1 รายและต้องถือมากกว่า 25% ซึ่งส่วนใหญ่ในที่ประชุมนำไปเทียบเคียงกับโครงการของอู่ตะเภา โดยทีมที่ปรึกษาตอบว่า ไม่สามารถนำไปเทียบเคียงได้ เนื่องจากโครงการสนามบินอู่ตะเภาเป็นการพัฒนาภายใต้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2561 และรูปแบบการลงทุนของเป็นการประมูลแบบนานาชาติด้วย และยังถามถึงการเชื่อมต่อกับระบบราง เช่น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-หัวหินและรถไฟทางคู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...