โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความดันโลหิตซ่อนแอบ ต้องจับด้วยเครื่องวัดความดันฯ ที่บ้าน

The Momentum

อัพเดต 10 พ.ค. 2562 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2562 เวลา 08.00 น. • ชนาธิป ไชยเหล็ก

In focus

  • คนไข้จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง เมื่อความดันฯ มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มม.ปรอท เพียงค่าใดค่าหนึ่งหรือทั้ง 2 ค่าก็ได้ โดยจะต้องวัดอย่างถูกวิธี และต้องยืนยันอีกครั้งห่างกันภายใน 2 สัปดาห์แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ คนไข้มักไม่ได้นั่งพักก่อน และไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบขณะวัด
  • White-coat hypertension คือภาวะที่ตรวจพบความดันฯ สูงที่โรงพยาบาล แต่เมื่อวัดความดันฯ ที่บ้านกลับพบว่าปกติ เนื่องจากความตื่นเต้น โดยปกติความดันฯ ที่บ้านจะน้อยกว่าที่โรงพยาบาล 5 มม.ปรอท ดังนั้นคนไข้ที่พบว่ามีภาวะความดันฯ ผิดปกติ จึงควรวัดความดันฯ ที่บ้านเพื่อเปรียบเทียบด้วย ซึ่งควรวัดได้น้อยกว่า 135/85 มม.ปรอท
  • ตรงกันข้าม Masked hypertension คือภาวะที่วัดความดันฯ ที่โรงพยาบาลปกติ แต่ตรวจพบความดันฯ สูงที่บ้าน มักพบในกลุ่มผู้ชาย สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำงานที่มีความเครียดสูง และมีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง การวัดความดันฯ ที่บ้านจึงช่วยให้ตรวจพบโรคความดันโลหิตสูง และต้องได้รับการรักษา

“คุณป้ามีเครื่องวัดความดันฯ ที่บ้านรึเปล่าครับ” ผมฉุกถามขึ้นมา หลังจากกางสมุดประจำตัวคนไข้ เห็นตัวเลขในช่องความดันโลหิตเกินค่าปกติทุกครั้ง ทั้งที่ช่องบันทึกการรักษาฝั่งขวามือได้มีการปรับเพิ่มยารักษาความดันฯ หลายตัว “หรืออยู่ใกล้อนามัยไหนมั้ยครับ”

คนไข้ส่ายศีรษะแทนคำพูด จึงเปลี่ยนไปถามถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ซึ่งมีเครื่องวัดความดันฯ แน่นอน แต่คนไข้บางคนอาจเดินทางไปลำบาก เช่น ต้องอาศัยลูกหลานไปส่ง หรืออยู่คนละเส้นทางกันกับที่เดินทางประจำ

“ป้าอยู่ใกล้อนามัย… (ชื่อรพ.สต.)”

“อ่อ ถ้าอย่างนั้นพอจะไปวัดที่อนามัยได้มั้ยครับ” ผมแนะนำให้คนไข้วัดความดันฯ จาก ‘ทางบ้าน’ มาเปรียบเทียบว่าสูงเหมือนกับที่ ‘ห้องส่ง’ ตอนมาตรวจที่โรงพยาบาลหรือไม่ “สัปดาห์ละครั้งก็ได้ แล้วจดมาให้หมอดูครั้งหน้า” เพราะคุณป้าอาจตื่นเต้นเหมือนแขกรับเชิญรายการโทรทัศน์ก็เป็นได้

ความดันฯ ต้องไม่เกิน 140/90 มม.ปรอท

120/80 มิลลิเมตร (มม.) ปรอท คือค่าความดันฯ ของคนปกติ แต่ถ้าสูงตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอท เพียงค่าใดค่าหนึ่งหรือทั้ง 2 ค่า—ตัวแรกเรียกค่าความดันฯ ตัวบน ส่วนตัวหลังเรียกค่าความดันตัวล่าง—ก็จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง (hypertension) โดยที่จะต้องวัดอย่างถูกวิธี และวัดซ้ำห่างกันภายใน 2 สัปดาห์

ดังนั้นคนไข้จะต้องควบคุมความดันฯ ให้ไม่เกิน 140/90 มม.ปรอทตามเกณฑ์วินิจฉัย แต่ถ้าสามารถลดลงให้ต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอทได้ก็ยิ่งดี โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี ตามคำแนะนำของสมาคมแพทย์โรคหัวใจยุโรป (ESC/ESH) ปี 2018เพราะจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองลงได้อีก

แต่อย่างหลังจะต้องระมัดระวังผลข้างเคียงที่ตามมา เช่น หน้ามืดวิงเวียนจากภาวะความดันฯ ต่ำ แล้วหกล้ม ภาวะหัวใจเต้นช้า และภาวะไตวายเฉียบพลัน เป็นต้น จึงไม่แนะนำในผู้สูงอายุ

ขอกลับมาขยายความวิธีการวัดความดันฯ ให้ถูกต้อง เพราะคนไข้หลายคนที่วัดความดันฯ รอบแรกแล้วสูง แต่พอวัดซ้ำอีกครั้งกลับพบว่าปกติ เนื่องจากก่อนจะวัดความดันฯ ควรนั่งพักก่อน 5 นาทีในห้องที่เงียบสงบ หลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง ไม่พูดคุยขณะวัด หรือเล่นสมาร์ตโฟน และควรวางแขนบนโต๊ะ

ส่วนอุปกรณ์ก็ต้องใช้ขนาดที่เหมาะสมกับแขนอีกด้วย

ซึ่งจะพบว่าในทางปฏิบัติที่โรงพยาบาลแล้ว มักมีคนเดินพลุกพล่าน เสียงดังรบกวน บางคนเพิ่งเดินมาถึงก็เข้าไปวัดความดันฯ เลย สำหรับคุณลุงคุณป้าที่มาตรวจตามนัดต้องงดน้ำงดอาหารมาเจาะเลือดแต่เช้าเกิดเป็นความเครียด ส่วนเมื่อคืนก็นอนไม่หลับเพราะกังวลว่าจะตื่นไม่ทัน ทำให้นั่งวัดซ้ำแล้วก็ยังไม่ลง ก็ยิ่งเครียดขึ้นไปอีก

จึงมีคำแนะนำให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมีเครื่องวัดความดันฯ ไว้ติดตามความดันฯ ของตัวเองที่บ้าน โดยให้วัดในช่วงเช้าก่อนกินยาลดความดันฯ และช่วงเย็นก่อนกินข้าว รอบละ 2 ครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ย (ส่วนตัวผมเห็นว่าถ้ายุ่งยากเกินไปคนไข้จะไม่ร่วมมือ ก็จะบอกให้วัดเฉพาะตอนเช้า และถ้าครั้งแรกไม่สูงก็ไม่ต้องวัดซ้ำ

ส่วนถ้าต้องการใช้ประกอบการตัดสินใจปรับยาด้วยก็อาจต้องวัด 3-7 วันติดต่อกันก่อนถึงวันนัด)

แต่เกณฑ์โรคความดันโลหิตสูงที่วัดจากบ้านจะลดลงเหลือ 135/85 มม.ปรอท

โรคความดันโลหิตสูงเพราะกลัวเสื้อสีขาว

White-coat hypertension หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าโรคความดันโลหิตสูงเฉพาะที่โรงพยาบาล (Isolated office hypertension) ในทางการแพทย์ได้นิยามภาวะนี้ขึ้นมา เนื่องจากคนไข้บางคน—บางการศึกษาพบมากถึง 30-40%—ที่ตรวจพบความดันฯ สูงที่โรงพยาบาล แต่เมื่อวัดความดันฯ ที่บ้านกลับพบว่าปกติ โดยคาดว่าเกิดจากความตื่นเต้นเมื่อมาพบหมอหรือพยาบาล

ซึ่งในกรณีนี้ก็จะไม่ถือว่าคนไข้เป็นโรคความดันโลหิตสูงแต่อย่างใด และไม่จำเป็นต้องรักษา

ตรงกันข้ามกับโรคความดันโลหิตสูงนอกโรงพยาบาล (Masked hypertension) เหมือนสวมหน้ากาก (mask) ตรวจไม่พบความดันฯ สูงที่โรงพยาบาล แต่กลับมีความดันฯ สูงจริงที่บ้าน พบประมาณ 15% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชาย สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำงานที่มีความเครียดสูง และสัมพันธ์กับประวัติโรคความดันโลหิตสูงในครอบครัว ดังนั้นผู้ที่มีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้ นอกจากจะซื้อเครื่องวัดความดันฯ มาให้ผู้ป่วยวัดแล้ว ยังควรตรวจเช็คความดันฯ ของตัวเองด้วย

ส่วนหมออย่างผมก็ต้องระมัดระวังการจ่ายยาลดความดันฯ ให้กับคนไข้ที่เป็น White-coat hypertension เพราะจะทำให้มีภาวะความดันฯ ต่ำที่บ้าน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเริ่มต้นรักษาด้วยการให้คนไข้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเสมอ

 

แผนภาพชนิดของโรคความดันโลหิตสูง

“มาทีไรความดันสูงทุกทีเลย” คุณลุงรีบบอก คงเพราะกลัวผมจะปรับยาความดันฯ ขึ้น “วัดที่อนามัยไม่เคยสูง นี่ไงคราวนี้ผมจดมาให้หมอด้วย” พร้อมกับยื่นสมุดประจำคนไข้มาให้ ตรงหน้าปกมีกระดาษสีขาวคล้ายจดหมายน้อยที่พี่พยาบาลเย็บติดไว้ บนนั้นเป็นตารางสำหรับบันทึกค่าความดันโลหิตที่บ้านหรือ รพ.สต.ใกล้บ้าน

ผมออกแบบกระดาษแผ่นเล็กๆ นี้ขึ้นมาตอนตรวจคนไข้รายหนึ่งเมื่อปีก่อน เขามักจะอ้างค่าความดันฯ ที่วัดได้จากที่บ้านว่า “ปกติ” แบบปากเปล่าทุกครั้ง ทั้งที่ค่าความดันฯ ที่โรงพยาบาลกลับพบว่าสูงมาโดยตลอด ผมจึงต้องการให้คนไข้จดมาเป็นตัวเลขให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าแล้วก็หยิบกระดาษ Post-it บนโต๊ะมาแปะลงบนสมุด แต่คนไข้จะต้องไปตีตารางเอง

ต่อมาจึงฉุกคิดได้ว่าน่าจะทำเตรียมไว้ให้คนไข้เลย เหลือแค่คนไข้วัดความดันฯ แล้วจดมาให้เท่านั้น โดยดัดแปลงตารางมาจากคู่มือแนวทางการดำเนินงานคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของกรมควบคุมโรค

ภาพตัวอย่างการบันทึกความดันโลหิตที่บ้าน ซึ่งควรมีการพัฒนาให้สามารถบันทึกในโทรศัพท์มือถือได้

“ดีเลยครับ” ผมชื่นชมความร่วมมือของคนไข้ พร้อมกับเปิดโปรแกรม Microsoft Excel ขึ้นมากรอกค่าตัวเลข เพื่อหาค่าเฉลี่ยความดันฯ จาก ‘ทางบ้าน’ ย้อนหลัง ความจริงกะด้วยสายตาแล้วก็ไม่น่าเกิน 135/85 มม.ปรอท แต่อยากทำให้สมกับที่คุณลุงอุตส่าห์จดมาให้ทุกวันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

และจะได้บันทึกลงในเวชระเบียนด้วย (โรงพยาบาลจะได้ผ่านตัวชี้วัดของคลินิกฯ—เรื่องนี้สำคัญมาก)

“ถ้าอย่างนั้นคุณลุงกินยาเท่าเดิมคุมไว้นะครับ” ผมยืนสมุดประจำตัวคืนคนไข้ พร้อมกับเย็บกระดาษแผ่นใหม่ให้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...