โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมลูกหนีออกจากบ้าน?!

Mood of the Motherhood

อัพเดต 04 เม.ย. 2562 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2562 เวลา 12.30 น. • Features

ข้อมูลจาก ‘มูลนิธิกระจกเงา’ เผยสถิติปี 2561 ได้รับแจ้งเด็กหาย 310 คน โดยที่ร้อยละ 77 เป็นเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน มีอายุเฉลี่ยระหว่าง 11-15 ปี หรือช่วงวัยแรกรุ่นถึงวัยรุ่นตอนกลาง และเด็กผู้หญิงในช่วงวัยดังกล่าว หายออกจากบ้านมากกว่าเด็กชายเกือบ สามเท่า

และเมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงสามปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้รับแจ้งเด็กหายออกจากบ้านปีละไม่ต่ำกว่าสามร้อยคน ซึ่งคาดการณ์ว่าจำนวนเด็กที่หายออกจากบ้านและไม่ได้แจ้งกับมูลนิธิกระจกเงาที่แท้จริงอาจมีจำนวนมากกว่านี้อีกหลายเท่า

จากข้อมูลดังกล่าว M.O.M ลองรวบรวมสาเหตุที่ทำให้เด็กหนีออกจากบ้าน วิธีสังเกตพฤติกรรมเด็กที่มีความคิดหนีออกจากบ้าน รวมถึงวิธีป้องกันให้เด็กๆ ของเราไม่ใช้วิธีหนีออกจากบ้านในการแก้ปัญหาของตัวเอง

1. เพราะอยู่บ้านแล้วไม่มีความสุข

สาเหตุที่ทำให้เด็กไม่อยากอยู่บ้านเป็นเพราะรู้สึกว่าอยู่บ้านแล้วไม่มีความสุข คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ทันคิดว่า การทะเลาะกันภายในครอบครัว ตำหนิ ดูถูก ดุด่า ประชดประชัน และเฉยเมยเมื่อลูกมีปัญหา ลงโทษแต่ไม่บอกเหตุผล รวมถึงเปรียบเทียบลูกกับตัวพ่อแม่ หรือเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น ทำให้ลูกรู้สึกน้อยใจ จะทำให้ลูกรู้สึกว่าบ้านไม่ใช่สถานที่ที่น่าอยู่อีกต่อไป

วิธีป้องกัน: เปลี่ยนจากดุด่า เป็นรับฟังและใช้เหตุผลกับลูก ทำให้ลูกมั่นใจในความรักที่คุณมีให้ ด้วยการแสดงออกทั้งทางคำพูดและการกระทำ เช่น โอบกอดและบอกรัก ปลอบใจเมื่อลูกมีปัญหา รวมถึงชื่นชมเมื่อลูกทำสิ่งที่เหมาะสม

2. เพราะคุณพ่อคุณแม่มีครอบครัวใหม่

การที่คุณพ่อหรือคุณแม่แต่งงานใหม่ มีครอบครัวใหม่ อาจส่งผลให้ลูกรู้สึกถูกแย่งความรัก หรือรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกและเป็นส่วนเกิน

วิธีป้องกัน: อธิบายให้ลูกเข้าใจถึงสถานะทางครอบครัวที่มีการเปลี่ยนแปลง และถึงแม้ว่าพ่อหรือแม่จะมีครอบครัวใหม่ แต่ก็ยังรักและปฏิบัติกับลูกเหมือนเดิม ลูกยังคงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เป็นที่รัก และไม่มีทางที่จะเป็นคนอื่น จึงไม่มีความจำเป็นที่ลูกจะต้องหนีหายไปไหนทั้งสิ้น

3. เพราะติดเพื่อน ติดแฟน

บางครั้งเด็กที่หนีออกจากบ้าน ไม่จำเป็นต้องได้รับความรุนแรงจากครอบครัว เพียงแค่เขารู้สึกขาดความอบอุ่น ไม่มีกิจกรรมทำร่วมกันในครอบครัว การได้อยู่กับเพื่อนหรือแฟนถือเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความสุขกว่าการอยู่กับคนในครอบครัว เพราะมีคนรับฟังและให้ความสำคัญในตัวเขามากกว่า

วิธีป้องกัน: การสื่อสารในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ คุณแม่อาจเริ่มจากคำถามปลายเปิดอย่างเช่น “ลูกเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง มีอะไรให้พ่อแม่ช่วยหรือเปล่า” รวมถึงชวนลูกออกไปทำกิจกรรมและหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกัน เพื่อสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ

4. เพราะถูกคนแปลกหน้าล่อลวง

การถูกล่อลวงจากคนแปลกหน้ากลายเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เด็กหนีออกจากบ้าน ด้วยวิธีการล่อลวงขณะที่ลูกน้อยใจคนในครอบครัว และผลที่ตามมามักร้ายแรงกว่าสาเหตุอื่นเสมอ

วิธีป้องกัน: เตือนลูกให้รู้ถึงภัยอันตรายจากการใช้เทคโนโลยี ระมัดระวังตัว และไม่ไว้ใจจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนที่รู้จักผ่านทางอินเทอร์เน็ต ด้วยการยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงจากข่าวมาเป็นอุทาหรณ์ให้ลูกฟัง

5. เพราะถูกเลี้ยงดูด้วยการตามใจหรือขัดใจมากเกินไป

เด็กที่ถูกตามใจมากเกินไป เมื่อถูกขัดใจก็จะอยู่ในภาวะผิดหวังเสียใจรุนแรงกว่าเด็กคนอื่น ในทางกลับกันหากถูกบังคับให้ทำตามกฎระเบียบมากเกินไป ก็จะกลายเป็นความกดดัน เช่น หากคุณพ่อคุณแม่ไม่เคยอนุญาตให้ลูกออกไปเที่ยวกับเพื่อน นานวันเข้าลูกจะต่อต้านและหาวิธีออกจากบ้านในที่สุด

วิธีป้องกัน: ไม่เข้มงวดเกินไปจนลูกรู้สึกเครียด หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกบังคับ พยายามเลี้ยงลูกให้มีเหตุผล เช่น ถ้าลูกอยากซื้อของเล่น ของใช้ราคาแพง หรือเป็นของที่มีอยู่แล้ว ควรสอนให้ลูกรู้จักใช้หลักการและเหตุผลว่าควรซื้อหรือไม่ เพราะอะไร รวมถึงผ่อนปรน ให้ลูกมีอิสระในการเลือกอะไรด้วยตัวเองบ้าง

6. ทำตามค่านิยมและความเข้าใจผิดๆ

ค่านิยมการหนีออกจากบ้านถูกส่งต่อกันมาอย่างผิดๆ เช่น ทำให้เด็กเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความกล้าหาญ หรือถ้าทำแล้วจะใช้ต่อรองเรียกร้องอะไรก็ได้

วิธีป้องกัน: ปลูกฝังความคิดที่ถูกต้อง และแก้ไขความเข้าใจผิดๆ บอกถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อลูกอยู่นอกบ้าน อย่าให้การหนีออกจากบ้านกลายเป็นหนึ่งในทางแก้ปัญหาที่เด็กๆ นึกถึง

พฤติกรรมของเด็กที่มีแนวโน้มว่าจะหนีออกจากบ้าน

มีอารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี ยกตัวอย่างเช่น ชอบแยกตัวอยู่แต่ในห้อง หงุดหงิดง่าย หาเรื่องทะเลาะกับคนในครอบครัวตลอดเวลา ใช้คำพูดที่ฟังแล้วไม่สบายใจ การเรียนถอถอย และก้าวร้าว วุ่นวายกับโทรศัพท์มือถือมากผิดปกติ ยกตัวอย่างเช่น แอบคุยโทรศัพท์ในที่ลับตา มีเบอร์โทรศัพท์สำรองที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ มีเบอร์แปลกโทร. เข้าบ่อยๆ  และหงุดหงิดกระวนกระวายเมื่อต้องอยู่ห่างจากโทรศัพท์ แต่งตัวออกจากบ้าน แต่ไม่ไปโรงเรียน และกลับบ้านผิดเวลาเป็นประจำ มีความลับ มีเพื่อนสนิทหรือแฟนที่ปิดบังและไม่อยากให้ครอบครัวรับรู้

อ้างอิง

Voicetv

Msn

Sanook

Ch3thailand

mirror

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...