หนุ่มใหญ่บุรีรัมย์ อึ้ง! เต็นท์รถหลอกซื้อขายกว่า 200 คดี ยังเอาผิดอะไรไม่ได้ โอดขายรถ 2 ล้าน ได้แค่ 8 หมื่น
หนุ่มใหญ่บุรีรัมย์ อึ้ง! เต็นท์รถหลอกซื้อขายกว่า 200 คดี ยังเอาผิดอะไรไม่ได้ โอดขายรถ 2 ล้าน ได้แค่ 8 หมื่น ทวงคืนบอกไปฟ้องเอา เผย “บิ๊กโจ๊ก” เคยลงพื้นที่ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบ
เมื่อวันที่ 28 ต.ค.65 นายสัญญา โอดเปี้ย อายุ 48 ปี ชาว อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานการซื้อขายรถจำนวน 3 คัน มาร้องผู้สื่อข่าวว่า ถูกเต็นท์รถชื่อดังใน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ โกงไปเป็นเงินร่วม 2 ล้านบาท โดยนายสัญญาเล่าว่า ปกติตนใช้รถขนเครื่องจักรไปทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี แต่อยากจะกลับมาบ้านเกิดที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ จึงขนเครื่องจักรมา ต่อมาอยากเปลี่ยนรถแบ๊กโฮคันใหม่ให้ดีกว่าเดิมจึงประกาศขาย
กระทั่งมีเจ้าของเต็นท์รถที่ อ.สตึก ติดต่อมาขอซื้อ ตกลงราคาดังนี้ รถแบ๊กโฮ ตกลงกันที่ 830,000 บาท รถเทรลเลอร์ สำหรับบรรทุกรถแบ๊กโฮ ราคา 650,000 บาท และรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ราคา 460,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,940,000 บาท โดยเจ้าของเต็นท์มัดจำเงินไว้ 80,000 บาท นัดให้ไปเอาส่วนที่เหลืออีกภายใน 3 วัน
โดยมีการทำสัญญากันชัดเจนว่ารถที่ค้างงวดมีรถเทรลเลอร์ กับรถตู้ ที่ติดไฟแนนซ์ ทางร้านจะเป็นคนชำระ แล้วเอาส่วนที่เหลือคืนให้ ตนจึงตกลงตามที่สัญญาเอาไว้ แต่เมื่อถึงวันนัด เจ้าของเต็นท์ได้บ่ายเบี่ยง นัดวันถัดไปเรื่อยๆ จนถึงขณะนี้ผ่านไปเกือบ 4 เดือน ยังไม่มีวี่แววที่จะได้เงินหรือรถกลับคืนหากไม่มีเงินซื้อ ล่าสุดไปทวงถามอีก เจ้าของเต็นท์บอกว่า ”รถเป็นของฉันอยากได้ไปฟ้องเอา”
นายสัญญาบอกด้วยว่า จากนั้นได้ไปแจ้งความที่ สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พนักงานสอบสวนและตำรวจภายในสถานีตำรวจ ถามตนกลับมาด้วยคำพูดน่าตกใจเป็นอย่างมากคือ ”ไปอยู่ไหนมาทำไมไม่รู้” เมื่อสอบถามประวัติของเจ้าของเต็นท์ ตำรวจได้ชี้แจงว่า ตอนนี้มีคดีอยู่ระหว่างการส่งฟ้องศาลกว่า 200 คดีในกรณีเดียวกัน ไม่นับกลุ่มที่ไม่มีหลักฐานจะไปแจ้งความอีกกลุ่มหนึ่งอีกกว่า 100 ราย
“ตอนนี้ยอมรับว่าตนหมดสิ้นทุกอย่าง หากโดนโกงในลักษณะแบบนี้ ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร หรือจะต้องไปปีนสถานีตำรวจเหมือนหนุ่มปาเจโร ที่ถูกเต็นท์รถโกง จึงจะมีคนมาสนใจ”
สำหรับเต็นท์รถเต็นท์นี้ มีชาวบ้านร้องเรียนสื่อและเข้าแจ้งความกับ สภ.สตึก อ.สตึก มาหลายปีอย่างต่อเนื่อง ในคดีลักษณะเดียวกัน
ปี 2562 บิ๊กโจ๊กได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย ด้วยการยึดรถไปตรวจสอบ แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของเต็นท์ รวมทั้งหมดกว่า 200 คดี ถือว่าเป็นความหวังครั้งสุดท้ายของชาวบ้านที่เสียหายในตอนนั้นแต่เรื่องก็ยังไม่คืบหน้า หลังจากอัยการจังหวัดบุรีรัมย์สั่งให้พนักงานสอบสวนกลับไปสอบเพิ่มอีกหลายครั้ง ทำให้คดียืดเยื้อมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนจะรอเวลาให้คดีหมดอายุความ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าเจ้าของเต็นท์จะมีเส้นสายภายใน
ระยะเวลาตั้งแต่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีมาจนถึงตอนนี้ ยังมีชาวบ้านมาร้องเรียนต่อสื่อ และเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สตึก มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน