โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จัก ถนนหมายเลข 67 เชื่อมไทย-กัมพูชา โยงถึง EEC อย่างไร?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ส.ค. 2565 เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2565 เวลา 09.25 น.
Photo : Pixabay

สพพ.ชวนทำความรู้จัก ถนนหมายเลข 67 “ไทยร่วมมือกัมพูชา” ยกระดับ ช่วงเสียมราฐ-อันลองเวง-จวม/สะงำ หนุนการค้า-การลงทุน-การท่องเที่ยวระหว่างกัน เผยเชื่อมโยงถึง EEC ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน-อำนวยความสะดวกการค้า

วันที่ 23 สิงหาคม 2565 นายพีรเมศร์ วุฒิธรเนติรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2565 เห็นชอบให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาได้ร่วมกันผลักดันการยกระดับและปรับปรุงถนน NR67 เชื่อมโยงจากประเทศไทยบริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และช่องจวม อำเภออันลองเวง จังหวัดอุดรเมียนเจย ไปยังเมืองเสียมราฐ

ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกัมพูชา เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการจราจร กระตุ้นเศรษฐกิจ และสนับสนุนการเชื่อมโยงเส้นทางในประเทศกัมพูชาระหว่างเมืองที่สำคัญ

ได้แก่ พนมเปญ-เสียมราฐ-บันเตียเมียนเจย ผ่านทางหลวงหมายเลข 6 (NR6) ของกัมพูชา และพัฒนาการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างประเทศที่สำคัญตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ของกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS) และทางหลวงอาเซียนสาย AH1 ผ่านทางหลวงหมายเลข 5 (NR5) (กรุงพนมเปญ-ปอยเปต)

ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Easter Economic Corridor : EEC) ของไทย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อำนวยความสะดวกทางการค้า และการลงทุนในภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของไทยในการให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในอนุภูมิภาค เพิ่มโอกาสในการขยายการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน

การดำเนินความร่วมมือภายใต้โครงการ NR67 สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) โดยสามารถสนับสนุนในมิติการพัฒนาภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้า การลงทุน และยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค แผนพัฒนาประเทศของกัมพูชาในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนของกัมพูชา เพื่อยกระดับทางหลวง 2 หลัก ให้มีผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีต

โดยการดำเนินโครงการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) โดยเฉพาะการพัฒนาด้านสังคม และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นการดำเนินโครงการตามแนวเส้นทางเดิม

ถนน NR67 ส่งเสริมให้มีการขยายตัวด้านการค้าชายแดน การขนส่งสินค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวทั้งในไทยและกัมพูชามากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ โดยมูลค่าการค้า สภาพปริมาณจราจร ปริมาณยานพาหนะบริเวณจุดผ่านแดนช่องสะงำได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเส้นทางครั้งแรกในปี 2550 เพราะมีการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรจากฝั่งไทยเข้าไปดำเนินการก่อสร้าง เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มใช้ประโยชน์ในปี 2552 มูลค่าการค้าและปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกรณีที่ยังไม่มีโครงการ พิจารณาได้จากสถิติข้อมูลด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

การยกระดับ NR67 ส่งเสริมความร่วมมือของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับกัมพูชา ในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกัน เช่น เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจากอีสานใต้ไปยังกัมพูชา (บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-เสียมราฐ) เป็นกลุ่ม ๆ หรือ Cluster

อาทิ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ : เส้นทางชมปราสาทหินและแหล่งโบราณคดีในจังหวัดศรีสะเกษ-กลุ่มปราสาทหินตามแนวเส้นทาง NR67-แหล่งโบราณคดีนครวัด หรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ : เส้นทางท่องเที่ยวผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ-พนมกุเลน-โตนเลสาบ ในจังหวัดเสียมราฐ การผลักดันให้เกิดการพัฒนาเส้นทางเดินรถระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทาง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการให้บริการรถโดยสาร เป็นต้น

โครงการ NR67 จะทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ตลอดอายุของโครงการ ในแง่ของมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ยานพาหนะ มูลค่าประหยัดเวลาในการเดินทาง และมูลค่าจากการลดค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุรวมประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี ชาวไทยและกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียงจะได้รับประโยชน์ทางตรงจากโครงการ NR67

โดยสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการดำรงชีวิตได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น และจะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมจากการมีโอกาสในการประกอบอาชีพจากการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวมากขึ้น

ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากการยกระดับ NR67 โดยเฉพาะชาวกัมพูชาจำนวน 47,833 คน หรือ 10,229 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทาง จำนวน 38 หมู่บ้าน 12 ตำบล 4 อำเภอ ของจังหวัดอุดรเมียนเจยและจังหวัดเสียมราฐ สามารถเข้าถึงสถานศึกษาและสถานบริการสาธารณสุขตามแนวเส้นทางได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการ NR67 จะดำเนินการในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนของ สพพ. ในวงเงิน 983.00 ล้านบาท โดยกำหนดให้มีการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายใต้โครงการจากไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าสัญญา รวมทั้งให้ผู้รับเหมาก่อสร้างและวิศวกรที่ปรึกษาจากไทยเป็นหลักในการดำเนินโครงการ ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...