โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิติเศรษฐศาสตร์ของเหรียญ NFT สถานะทางกฎหมายของ NFT (3)

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ย. 2564 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2564 เวลา 05.29 น.

คอลัมน์ระดมสมอง ดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา

 

สำหรับในครั้งนี้เราจะมาวิเคราะห์ประเด็นสถานะทางกฎหมายของเหรียญ NFT กันครับ

เมื่อพิจารณามาตรา 137 และมาตรา 138 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งให้นิยามคำว่า “ทรัพย์” และ “ทรัพย์สิน” ตามลำดับ สำหรับคำว่า “ทรัพย์” นั้นกฎหมายให้ความหมายไว้ว่า ให้รวมถึงเฉพาะวัตถุที่มีรูปร่างเท่านั้น แต่คำว่า “ทรัพย์สิน” ให้หมายความรวมถึงทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ด้วย คำว่าไม่มีรูปร่างอาจตีความได้ว่าเป็นวัตถุที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เช่น พลังงานที่เกิดจากลม หรือความร้อน หรือก๊าซธรรมชาติ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์จนเกิดเป็นมูลค่ามีราคาถือเอาได้

นอกจากนั้น สิทธิที่กฎหมายรองรับและสามารถบังคับเอาได้ก็อาจถือเป็นวัตถุไม่มีรูปร่างได้เช่นกัน หากสิทธิเหล่านั้นสร้างมูลค่าหรือสามารถกำหนดราคาได้ ตัวอย่างเช่น

– สิทธิที่รับรองโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง สิทธิในการอยู่อาศัย สิทธิในการทำมาหากิน สิทธิจำนองหรือจำนำ เป็นต้น

– สิทธิที่มีกฎหมายเฉพาะรับรอง เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือเครื่องหมายทางการค้า) สิทธิในฐานะผู้ถือหลักทรัพย์ เป็นต้น

– สิทธิที่เกิดขึ้นจากสัญญา เช่น สิทธิการเช่า สิทธิในฐานะหุ้นส่วนของโครงการ เป็นต้น

สำหรับการพิจารณาว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นวัตถุมีรูปร่างหรือไม่นั้น อาจารย์ธนาวุฒิ วงศ์อนันต์ เสนอในดุษฎีนิพนธ์ของท่านว่า ให้แยกการวิเคราะห์เป็น 2 ส่วน ได้แก่ เนื้อข้อมูล (data หรือ information) กับวัตถุที่ทำให้มนุษย์ได้รับข้อมูล (conduit) กล่าวคือ เนื้อข้อมูล เช่น รหัสคอมพิวเตอร์ที่เก็บอยู่ใน smart contract ตามมาตรฐาน ERC-721 และถูกนำมาเรียงต่อกันเป็นชุดข้อมูลบนระบบอีเทอเรียมบล็อกเชนเพื่อสร้างเหรียญ NFT อาจเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้

อย่างไรก็ดี เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อสร้างและตรวจสอบความถูกต้องของเหรียญ NFT (minting and validating of NFT) โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้เข้าถึงกระเป๋าดิจิทัลที่เก็บรหัสเหรียญ NFT หรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลระบบอีเทอเรียมบล็อกเชน ถือเป็นวัตถุที่ทำให้มนุษย์ได้รับข้อมูล ซึ่งมีรูปร่างทางกายภาพจับต้องได้สอดคล้องกับนิยามของคำว่า ทรัพย์ในมาตรา 137

แนวทางการวิเคราะห์ข้างต้นสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5161/2547 ที่ตัดสินว่าข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริง หรือสิ่งที่ถือ หรือยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงสำหรับการหาความจริง หรือการคำนวณ จึงเป็นเรื่องที่มนุษย์คิดหรือรับรู้โดยสภาพข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมอยู่ในความคิดของมนุษย์

หากยึดตามแนวทางการวิเคราะห์ข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า เหรียญ NFT ไม่เป็นวัตถุที่มีรูปร่างตามมาตรา 137 แต่อาจถือเป็นวัตถุไม่มีรูปร่างตามมาตรา 138 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถมีราคาและถือเอาได้ในกรณีของเหรียญ NFT นั้น แม้ว่าเหรียญ NFT ที่สร้างส่วนใหญ่ไม่มีราคาตลาด (market price) เพราะราคาของเหรียญขึ้นอยู่กับว่าจะมีอุปสงค์ของตลาดรองรับหรือไม่

ทั้งนี้ ในปัจจุบันราคาของเหรียญ NFT ส่วนใหญ่ขึ้นลงตามความผันผวนของตลาด (market sentiment) มีเหรียญเพียงจำนวนน้อยมากที่จะมีค่าในตัวเอง เช่น เพราะผูกโยงและเชื่อมต่อกับกรรมสิทธิ์หรือสิทธิประโยชน์ใน UA ที่มีมูลค่า ดังนั้น เนื่องจากมีหลักฐานข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญ NFT อย่างแพร่หลาย จึงสรุปได้ว่าเป็นวัตถุไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและอาจถือเอาได้

มีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า หากพิจารณาความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญากรณีการกระทำต่อวัตถุไม่มีรูปร่าง ขาดความชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาการบังคับใช้และตีความในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ ก็เพราะประมวลกฎหมายอาญาฉบับปัจจุบันไม่ได้กำหนดบทนิยามคำว่า “ทรัพย์” ไว้

ดังนั้น การพิจารณาตีความฐานความผิดซึ่งมีวัตถุที่มุ่งหมายต่อการกระทำความผิดแตกต่างกัน ได้แก่ ทรัพย์ ทรัพย์สิน และประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน ผู้บังคับใช้กฎหมายและผู้พิพากษาศาลยุติธรรมจึงถือตามนิยามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทำให้เกิดปัญหาการตีความว่า วัตถุไม่มีรูปร่างนั้นไม่สามารถเป็นวัตถุที่มุ่งหมายต่อการกระทำความผิดทางอาญาในแต่ละฐานความผิด

ยกเว้นว่าจะมีกฎหมายเฉพาะกำหนดฐานความผิดเอาไว้เป็นกรณีไป เช่น พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งมีการกำหนดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โทษทางอาญา และมาตรการลงโทษทางแพ่งไว้ในหมวด 6, 8 และ 9 ตามลำดับ

สำหรับเหรียญ NFT ที่มีลักษณะเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ และมีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีบุคคลเป็นผู้ควบคุม แต่ใช้การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยอัตโนมัติในการจัดเก็บข้อมูล และยังไม่มีกฎหมายเฉพาะใดกำหนดฐานความผิดเอาไว้อย่างชัดแจ้งนั้น มีปัญหาช่องว่างทางกฎหมายในทำนองเดียวกับที่ศาลฎีกาได้ตัดสินไว้ในคำพิพากษาที่ 5161/2547 กล่าวคือ

การคัดลอกข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะศาลฎีกายึดความหมายทั่วไปตามพจนานุกรมของคำว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำหรับใช้เป็นหลักการอนุมานหาความจริงหรือการคำนวณ ข้อมูลคอมพิวเตอร์จึงถือเป็นวัตถุไม่มีรูปร่าง และไม่ใช่ทรัพย์ตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่เป็นวัตถุแห่งความผิดของความผิดอาญาฐานลักทรัพย์

แม้ว่าปัจจุบันจะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ใช้บังคับ แต่ก็มีเพียงความผิดฐานการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ไม่ได้กำหนดความผิดในลักษณะการจารกรรมหรือการเอาข้อมูลของผู้อื่นไปโดยมิชอบ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...